planet : ดาวเคราะห

 

ดาวเคราะห์ไม่ได้มีเพียงในระบบสุริยะ (Solar system) ระบบสุริยะอื่นๆ (Extrasolar planet) มีดาวเคราะห์เช่นเดียวกันจำนวนมหาศาล อาจนับไม่หมดชาติพันธุ์ของดาวเคราะห์มีความหลากหลาย การสำรวจยังเป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากดาวเคราะห์ไม่มีแสงสว่างในตัวเองและมืดมาก โดยการสำรวจระยะไกลได้พบรูปแบบต่างๆ และต้องเฝ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ทราบข้อมูลและยืนยันก่อนจะนำมาจัดประเภทให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในเชิงทฤษฎีมีข้อกำหนดไว้ดังนี้

• Planet (ดาวเคราะห์ทั่วไป)
วัตถุที่มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นด้วยอำนาจแรงดึงดูด ยืดหยุ่นสนับสนุนกันในธรรมชาติด้วยอนุภาคอิเล็คตรอน มีพลังงานและปริมาณจากความกดดัน การเคลื่อนไหวหรือ เกิดจากอนุภาคอิเล็คตรอน จากพลังงานไฟฟ้าอย่างหนึ่งอย่างใดที่บริเวณวงโคจรของดาวเคราะห์นั้น ด้วยระยะเวลายาวนานและ ต้องไม่ได้เกิดจากปฏิกิริยาก่อตัว จากอนุภาคอิเล็คตรอนภายในแกนของดาวเคราะห์นั้นเอง

**ข้อสังเกต ทางทฤษฎี : เป็นวัตถุที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มีจำนวนส่วนประกอบของวัตถุ โลหะธาตุสสารจากทางเคมี เช่น ไฮโดรเจน ฮีเลียม ต้องมีจำนวนน้อยกว่า ดาวพฤหัสบดี 13 เท่า ถ้าวัตถุนั้นมีขนาดส่วนประกอบของวัตถุระหว่าง 13-75 เท่า ของดาวพฤหัสบดีเป็นประเภท ดาวแคระสีน้ำตาล (Brown dwarfs) ถ้าวัตถุนั้น มีขนาดส่วนประกอบของวัตถุมากกว่า 75 เท่า ของดาวพฤหัสบดี จัดเป็นประเภทดาวฤกษ์ (Stars)

• Terrestrial Planet (ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวชัดเจน หรือ ดาวเคราะห์หิน)

วัตถุที่มีปรากฏการณ์ เกิดขึ้นด้วยอำนาจแรงดึงดูด ยืดหยุ่นสนับสนุนกันในธรรมชาติ รูปแบบทั้งหมดเกิดจากพลังงานไฟฟ้า แต่ดั้งเดิมเริ่มต้นมีพื้นผิว ที่ชัดเจน แน่นอน ด้วยขนาดและขอบเขตของเหลว (Liquid) หรือชั้นภายในที่เป็นของแข็ง (Solid interior)

**ข้อสังเกต ทางทฤษฎี : Terrestrial Planet ส่วนใหญ่ มักเรียกว่า Rocky Planets (ดาวเคราะห์หิน) สภาพ บรรยากาศ มี Gaseous (ก๊าซ) บนพื้นผิวไม่จัด อยู่ในประเภท Terrestrial Planet ในทางทฤษฎี ต้องมีส่วนประกอบของวัตถุขนาดน้อยกว่าโลก 10 เท่า ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่มักเกิดจากก๊าซห่อหุ้ม ระหว่างขยายตัวพัฒนาการไปสู่ ดาวเคราะห์ยักษ์ (Giant Planets) สุดท้ายจะบรรลุผลมีขนาดใหญ่ขึ้นภายใน ประกอบด้วยวัตถุที่เป็นหิน (Rocky)

• Habitable Planet (ดาวเคราะห์ดำรงชีพได้)
ดาวเคราะห์มีพื้นผิวชัดเจน (Terrestrial Planet) ในที่ใดก็ตามที่มีของเหลว เช่น น้ำอย่างสม่ำเสมอ สามารถสันนิษฐาน ได้ว่าอาจมีระบบชีวิตทรงปัญญา (Extra- terrestrial life) เช่น ระบบชีวิตบนโลก ที่ต้องการน้ำสำหรับการดำรงชีพ ลักษณะพื้นผิวที่ชัดเจนและของเหลว ต้องปรากฎมีผิวแข็งเป็นหิน (ภูเขา) มีแอ่งเก็บของเหลว (ทะเล) โดยแยกให้เห็นขอบเขตพื้นระหว่างสองรูปแบบ มีความหลากหลายของชีวิตต่างๆอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์นั้น สามารถตรวจพบได้จากระยะไกลจากโลก

 

บริบทที่สำคัญใช้หลักเกณฑ์เขตดำรงชีพ (Habitable Zone) ให้โลก (Earth) เป็นต้นแบบด้วยขนาด ใกล้เคียงกับโลกและมีระยะทางโคจรห่างจาก ดวงอาทิตย์ประมาณ 1 AU ให้ตั้งสมมุติฐานเป็นเขตที่สามารถอาศัยอยู่ได้ ประเด็นสำคัญคือ การจัดหาผลสรุปข้อมูลด้านชีววิทยาที่ถูกต้อง จากแหล่งที่สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงชีพได้ของ ดาวเคราะห์นั้น โดยพิจารณาจากการมองเห็นด้านกายภาพ (Visible) และคลื่นอินฟาเรด (Infrared Wavelength) ซึ่งแหล่งที่จะสามารถดำรงชีพได้นั้น แสดงผลในรูปแบบลักษณะ โมเลกุล (Molecular) ของออกซิเจน น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ โอโซน และก๊าซมีเทน เป็นการบอกเบื้องต้นได้ว่า มีโอกาสความเป็นไปได้ของ แหล่งกำเนิดแห่งชีวิต

**ข้อสังเกต ทางทฤษฎี : สภาพบรรยากาศเหนือพื้นผิวดาวเคราะห์ต้องมีความมั่นคง (Pressure substantially) เป็น 3 เท่า ของความกดดันน้ำ ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ต้องมีอุณหภูมิเหนือพื้นผิว ระหว่าง 0 - 374 องศา C (ตามเกณฑ์จุดเดือดของน้ำ) ต้องมีความคล้ายโลก (Earth-like) ด้วยมีวิถีชีวิตที่เก่าแก่พบได้บนพื้นผิวในอุณหภูมิ น้อยกว่า -120 องศา C ดาวเคราะห์บางดวง (หรือดวงจันทร์) ไม่มีของเหลว เช่น น้ำบนพื้นผิวที่แน่นอน สำหรับการดำรงชีพหรืออยู่อาศัย ตัวอย่าง เช่น ดวงจันทร์ยูโรปา (Europa) เชื่อว่ามีทะเลของเหลวเป็นน้ำเค็ม มีส่วนผสมของแอมโมเนีย (Ammonia) น้ำที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวน้ำแข็ง จึงเป็นเหตุผลความเป็นไปได้จะพบระบบของชีวิต แต่ไม่สามารถตรวจพบระยะไกลจากโลกได้

• Earth-Like Planet (ดาวเคราะห์คล้ายโลก)
ดาวเคราะห์ ที่มีส่วนประกอบ ของวัตถุขนาดระหว่าง 0.5 ถึง 2.0 เท่าของโลก ส่วนใหญ่ต้องเป็นหินมีชั้นของบรรยากาศ (Atmosphere) และพื้นผิวมีของเหลวที่เป็นน้ำ (Liquid surface water)

**ข้อสังเกต ทางทฤษฎี : มนุษย์สามารถมองเห็นจุดเด่นต่างๆในความเหมือน หรือคล้ายสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกันบน โลกได้ ข้อพิสูจน์ได้ในเบื้องต้น มิใช่เพียงแต่พบว่ามีน้ำ มีชั้นของบรรยากาศคล้ายกัน 2-3 ประการ การแสดงว่าคล้ายโลกต้องมีระบบขององค์ประกอบต่างๆเป็นหลักอีก หลายสิบประเด็น เช่น จำนวน และปริมาณของ ทรัพยากร ด้านชีวธรรมชาติ เงื่อนไขการกระตุ้นให้เกิดและพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและต้องพบ การพัฒนาการของระบบ Anti- Biosignatures ในชั้นบรรยากาศ เป็นต้น และดาวเคราะห์คล้ายโลก (Earth-Like Planet) จัดอยู่ประเภทย่อยของ ดาวเคราะห์ดำรงชีพได้ (Habitable Planet)

หมายเหตุ : รายงานจากข่าวพบว่ามีความเข้าใจผิดบ่อยครั้ง จากความหมายจากคำว่า Planet (ดาวเคราะห์) ซึ่งมีความหลากหลายประเภท เช่น ดาวเคราะห์หิน ดาวเคราะห์น้ำแข็ง ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์ก๊าซ ซึ่งต้องขยายความต่อการอธิบายประกอบ ในบางกรณีไม่ได้คล้ายโลก แต่ความคุ้นเคยคำว่า Planet อาจทำ ให้เข้าใจว่าโลก ในทำนองเดียวกันรายงานสันนิษฐานว่าคล้ายโลก (Earth-Like) เป็นการสำรวจโดยระยะไกล ยังขาดความชัดเจนได้ครบถ้วน แต่ในความหมายคือ เพียงเป็นดาวเคราะห์หิน ในประเภทเดียวกับโลกโดยมีน้ำในชั้นบรรยากาศ


• Earth Twin / Solar System Twin (โลกฝาแฝด /ระบบสุริยะฝาแฝด)
ต้องมีความเหมือนกัน อย่างชัดเจนแน่นอนกับโลก เช่น ส่วนประกอบมวลสสาร (Mass) รัศมีวงกลม (Radius) พื้นผิวมีของเหลวเช่นน้ำ มีการสะท้อนรังสี มีขอบเขต สนามแม่เหล็ก (Magnetosphere) มีองค์ประกอบชั้นบรรยากาศ (Atmospheric composition) ส่วน Solar System Twin คือ มีดาวเคราะห์เท่ากับ ระบบสุริยะของเรา อาศัยอยู่นี้ ทั้งหมดและโคจรรอบดวงอาทิตย์ (Sun) ประเภท G2V

• Eta Earth (โลกขนาดจิ๋ว)
เศษเล็กของดาวเคราะห์ ที่มีศักยภาพพอดำรงชีพได้ (Potentially Habitable Planet หรือ PHP) อาจจะแตกแยกออกจากดาวเคราะห์ดำรงชีพได้ (Habitable Planet)

• Giant Planet (ดาวเคราะห์ยักษ์)
หมายถึง ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ด้วยเหตุผลให้ต่างจากดาวเคราะห์ทั่วไปมีขนาดใหญ่กว่า โลก ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวศุกร์ โดยกลุ่มดาวเคราะห์ยักษ์มีโครงสร้างภายในพื้นผิวเป็นก๊าซส่วนใหญ่ มีส่วนประกอบของหินน้อยมาก จัดอยู่ในประเภท ดาวเคราะห์ก๊าซ (Jovian planets)

**ข้อสังเกต ทางทฤษฎี : ระบบสุริยะมี ดาวเคราะห์ยักษ์ อยู่ 2 ประเภทคือ Gas giants ที่มีส่วนประกอบ ของก๊าซมากๆ เช่น ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ เต็มไปด้วยบรรยากาศ ก๊าซ Hydrogen เริ่มตั้งแต่ก่อตัว ภายในมีส่วน ประกอบ ของ Metallic Hydrogen (จำนวนมากเช่นกัน) อยู่รอบๆแกนในที่เป็นหิน (Rocky core) ส่วนเหนือพื้นผิวชั้น ยอดเมฆ (Cloud-top) เป็นก๊าซ Ammonia อีกประเภทคือ Ice giants ดาวเคราะห์ ที่มีส่วนประกอบของน้ำแข็ง มากๆ เช่น ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน แม้ว่ามี ส่วนประกอบ ของก๊าซ Hydrogen และ Helium ดูเหมือนดาวเคราะห์ก๊าซแต่แท้จริงแล้วก๊าซเหล่านั้นห่อหุ้ม อยู่เพียงภายนอกส่วนภายในมีองค์ประกอบของ Briny ices (น้ำแข็งเค็มเหมือนเกลือ) อยู่รอบๆแกนในที่เป็นหิน (Rocky core) และ Giant Planet พบว่ามีการผันแปรของอุณหภูมิชัดเจนเป็นการแสดงถึง พัฒนาการสภาพบรรยากาศไปสู่ดา เคราะห์ตลอดเวลา

• Extrasolar planet หรือ Exoplanet (ดาวเคราะห์ระบบสุริยะอื่น)
คือ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเรา มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์อื่น เรียกว่า ดาวหลัก (Host star) ซึ่งทั้งหมดต้องเริ่มต้นการก่อตัวนอกระบบสุริยะของเรา จึงเรียกว่า Extrasolar ดังนั้น Extrasolar แสดงถึงกลุ่มดาวและดาวบริวารประกอบด้วย ดาวหลัก ดาวเคราะห์หิน ดาวเคราะห์ก๊าซ ดวงจันทร์์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย

 

Sunflower Academy Homeschool SUNFLOWER
Panorama Infographics HomeSchool Freedom
Sky Stars With Thai Astronomy Huatakhe Astronomer