Saturn : ดาวเสาร์

 

A classroom : Open science by ASTRO SUNFLOWER

Saturn : ดาวเสาร์


ภูมิทัศน์ที่น่าสนใจของดาวเสาร์

ในระบบสุริยะ ของเราประดับประดาด้วยดาวที่สวยงาม โดยเฉพาะดาวเสาร์ (Saturn) เป็นเคราะห์ก๊าซ (Jovian Planets) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ห่างจากดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นลำดับที่ 6 หรือประมาณ 1.4 พันล้านกิโลเมตร มีวงแหวนซับซ้อนหลายชั้นที่งดงาม เกิดจากก้อนน้ำแข็งจำนวนมาก หลายพันล้านก้อน ดาวเสาร์เหมือนดาวก๊าซยักษ์พฤหัสบดี เป็นก้อนก๊าซลูกใหญ่ของไฮโดรเจนและฮีเลียม และเป็นที่ตั้งของภูมิทัศน์ที่น่าสนใจ มากที่สุดในระบบสุริยะของเราคือ ดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ด้านใต้ที่ลึกลงไปมี มหาสมุทรน้ำแข็ง และความร้อนผลักดันให้เกิดมีน้ำพุพุ่งสูงจาก พื้นผิวนับร้อยกิโลเมตร จนถึงทะเลสาบมีเทนที่มีหมอกทึบหนาบนดวงจันทร์ไททัน (Titan) เป็นระบบที่อุดมไปด้วย การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และยังคงมี ความลึกลับอยู่มากมาย

 Saturn RINGS AND MOONS
ทะเลสาบไฮโดรคาร์บอนบนดวงจันทร์ไททัน

บรรยากาศทะเลสาบไฮโดรคาร์บอนและหมอกสีเหลืองบนท้องฟ้า บนดวงจันทร์ไททันมีกลิ่นกรดไนตริก (กรดดินประสิวกลิ่นฉุนรุนแรง) แน่นไปด้วย อะเซทิลีน (ฉุนคล้าย กระเทียม) และมีลมพัดเบาๆกระจายอนุภาคของมลพิษเมฆสีเหลืองของน้ำแข็งไฮโดรเจนไซยาไนด์ ไปช้าๆเหนือลำธารคดเคี้ยว ไหลเลี้ยวลงทะเลสาบมีชื่อที่น่าตกใจ เช่น ทะเลสาบดอกไม้นรก ทะเลสาบน่าเกลียดอมตะ และทะเลสาบปลาหมึกยักษ์ เป็นต้น

บรรยากาศชั้นบนของดวงจันทร์ไททัน ซึ่งเกิดจากโมเลกุลของก๊าซมีเทนที่ถูกทำลายโดยแสงจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ และผลพลอยได้ รวมกันสร้างสารประกอบเช่น อีเทนและอะเซทิลีนนั้นเกิดขึ้นในบรรยากาศอย่างหนาแน่น ยานสำรวจแคสสินี ได้ทำการตรวจจับโมเลกุลที่น่าประหลาดใจ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการผลิต สารอินทรีย์ที่ซับซ้อน ภายในบรรยากาศมืดสลัวของดวงจันทร์ไททัน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสิ่งที่เรียกว่า “คาร์บอน ไอออน" (Carbon chain anions) และเข้าใจว่าเป็นการสร้างบล็อคของโมเลกุล ที่ซับซ้อนมากขึ้น และอาจทำหน้าที่เป็นต้นแบบพื้นฐานสำหรับ รูปแบบชีวิต ที่เก่าแก่ที่สุดบนโลกของเราในยุคดึกดำบรรพ์เช่นกัน

ช่วงมหากาพย์ 7 ปี การเดินทางของหุ่นสำรวจไฮเกนส์แนบไปกับยานแคสซินีสู่พื้นผิวของดวงจันทร์ไททัน ในระบบสุริยะชั้นนอกตลอดเวลาการสำรวจ 12 ปี เรารู้ว่าดวงจันทร์ไททัน มี 1.ชั้นบรรยากาศและฝนตก 2.มีลมหมุน 3.ก๊าซมีเทนลึกลับ 4.ที่มาของไนโตรเจน 5.การสลายตัวสารกัมมันตรังสี 6.หมอกไททัน 7.ละอองเล็กๆ 8.ลุ่มน้ำแห้งและทะเลสาบ 9.มีนัยของการสั่นจากใต้ดิน 10.เนินทรายที่เข้าใจยาก ต่อไปการสำรวจชายฝั่งทะเลสาบ และความลึกลับคือนวัตกรรมขั้นสูง (NIAC) โดยทีม COMPASS NASA Glenn จากห้อง ปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์และนักออกแบบเรือดำน้ำ สร้างเรือดำน้ำ ขื่อ Titan Submarine

70 kilometers above the surface of Titan
Titan submarine
มหาสมุทรบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส

ดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์มี “ส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมที่เพียงพอเอื้อต่อการอาศัยได้" สารเคมีอินทรีย์คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจน ฟอสฟอรัส และกำมะถันซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต มีครบบนดวงจันทร์ที่เหยือกเย็นนี้ ไฮโดรเจนโมเลกุล เป็นแหล่งพลังงานทางเคมีสำหรับชีวิต ถูกพ่นออกมาจากแรงกดดัน จากช่องระบายความร้อน (Hydrothermal) ก้นทะเลไหลลงสู่มหาสมุทร ซึ่งเป็นลักษณะ เดียวกันกับโลก

นับเป็นปริศนาที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของระบบสุริยะ ควันที่พ่นออกมากับของเหลวจากมหาสมุทรภายในบวกกับความร้อนจำนวนมหาศาล การแผ่รังสี ความร้อนใต้ขั้วดวงจันทร์นี้มีค่าประมาณ 10 gigawatts สูงกว่าที่คาดไว้เทียบเท่ากับพลังของกังหันลมขนาดใหญ่ที่ทำงานเต็มกำลัง พื้นที่ส่วนที่เหลือของ ดวงจันทร์เย็นจัด -200 องศา C และค่อนข้างเป็น เนื้อเดียวกัน

และในบริเวณขั้วใต้พบรอยแยกระหว่างช่องน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมา รอยแตกนั้นต้องมีระเบิดขนาดใหญ่พอ ที่จะทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ในน้ำแข็ง เพราะต้องผ่าทะลุน้ำแข็งหนา 20 กม. และเราก็ไม่เคยเห็นว่าบนดวงจันทร์นี้มีภูเขาไฟหรือน้ำแข็งท่วมหมดไปแล้ว สิ่งที่แปลกประหลาดคือเมื่อน้ำพุร้อน พุ่งกระแทกทะลุขึ้นมา หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ของเหลวที่เปียกชื้นเหลือแช่แข็งที่ระดับความลึก 10 ซม.เริ่มสร้างน้ำแข็งเปลือกแข็งใหม่

สำหรับนักจุลชีววิทยาจะคิดถึงพลังงานสำหรับจุลินทรีย์คือ ไฮโดรเจนก็เหมือนกับพบทองสกุลเงินพลังงาน เพราะสนับสนุนชีวิตจุลินทรีย์ไฮโดรเจน การยืนยันว่าพลังงานเคมี สำหรับชีวิตมีอยู่ภายในมหาสมุทรของดวงจันทร์ขนาดเล็ก ของดาวเสาร์เป็นก้าวสำคัญในการค้นหาโลกที่อาศัยอยู่นอกเหนือ จากโลกของเรา น้ำคือชีวิตที่รองรับและรองรับชีวิต บนโลก มีมากมายในระบบสุริยะของเราน้ำเป็นตัวทำละลายเป็นตัวกลาง และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา สำหรับบางประเภท ของโปรตีนและถ้ามีสภาพที่เหมาะสมดูเหมือนว่าเราอาจ จะพบกับชีวิตต่างดาวที่นั่น สรุปความสำคัญของการค้นพบนี้ว่า นี่คือสิ่งที่ ใกล้เคียงที่สุดสำหรับระบบชีวิต ที่เราเคยทำมาเป็นสถานที่ที่มีส่วนผสมบางอย่างที่จำเป็นสำหรับ สภาพชีวิต

70 kilometers above the surface of Titan
•ดาวสามแฉกของกาลิเลโอ

อาจดูเป็นเรื่องตลกถ้าดาวเสาร์ไม่มีวงแหวน ในระบบสุริยะ (Solar system) ดาวเคราะห์ก๊าซอื่นทั้งหมด คือดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวยูเรนัส (Uranus) และดาวเนปจูน (Neptune) มีแหวนด้วยเช่นกัน แต่วงแหวนของดาวเสาร์มีขนาดใหญ่และสว่างที่สุด สามารถมองเห็นจากโลกด้วยกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กได้ไม่ยากนัก กาลิเลโอ (Galileo Galilei) นักวิทยาศาสตร์เป็นคนแรกที่ได้เห็นวงแหวนของดาวเสาร์ ค้นพบขณะที่มอง เข้าไปในอวกาศผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กในปี ค.ศ. 1610 ซึ่งเกือบ 400 ปีมาแล้ว และในอดีตวันนั้นกาลิเลโอเข้าใจว่าดาวเสาร์เป็นดาวมีแฉก ซึ่งยังไม่คิดว่าเป็นวงแหวน

ตั้งแต่นั้นมานักวิทยาศาสตร์ได้พยายามที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวงแหวนของดาวเสาร์ สิ่งหนึ่งที่เรารู้แน่นอน วงแหวนของดาวเสาร์ทำด้วย น้ำแข็งและ หินชิ้นส่วนเหล่านี้แตกต่างกันไป มีขนาดเล็กเป็นเม็ดทรายมีขนาดใหญ่เป็นบ้าน แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าวงแหวนของดาวเสาร์ จะเกิดขึ้นเมื่อใด หรืออย่างไร คิดว่าวงแหวนอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับ ดวงจันทร์หลายดวงของดาวเสาร์ เมื่อไม่นานนี้ยังพบว่าเป็นจุดแอบแฝงให้ก่อตัว ดวงจันทร์เพ็กกี้ (Peggy Moon) ที่มีขนาดเล็กจิ๋ว

Percival Lowell’s Martian canals map

•ที่มาของดวงจันทร์เพ็กกี้

โดยรอบๆของดาวเสาร์ และในวงแหวนมีดวงจันทร์ไม่น้อยกว่า 60 ดวง ที่โคจรอยู่คล้ายดาวเคราะห์น้อยและอุกกาบาต บางครั้งดวงจันทร์ เหล่านี้เกิด การชนกันแตกออกเป็นชิ้นๆ วงแหวนอาจทำจากชิ้นส่วนที่แตกหักเป็นของเหลือจากอดีตเมื่อดาวเสาร์ก่อตัวเป็นครั้งแรก จากระยะไกลดาวเสาร์ดูเหมือน ว่ามีวงแหวนซ้อนกัน 7 วง แต่ละวงแหวน ขนาดใหญ่ถูก ตั้งชื่อ ตามตัวอักษรตามลำดับที่ถูกค้นพบ วงแหวนแรกถูกค้นพบว่าเป็นชื่อวงแหวน A แต่ไม่ใช่วงแหวนที่ใกล้ที่สุดหรือไกลจากดาวเสาร์ แหวนบางวงอยู่ใกล้กัน บางวงมีช่องว่าง ระหว่างกันมาก แหวนทั้งหมดไม่ได้หยุดนิ่ง มีการเคลื่อน ตัววนเวียนอยู่รอบดาวเสาร์ด้วยความเร็วสูงมาก วงแหวนขนาดเล็กอาจจะยังสามารถค้นพบได้อีก ดาวเสาร์มีขนาดใหญ่ กว่าโลกมากกว่า 700 เท่า วงแหวนของดาวเสาร์มีความกว้างหลายพันกิโลเมตร หากมียานอวกาศบินผ่านจะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการข้ามวงแหวนของดาวเสาร์ ในทางกลับกันวงแหวนค่อนข้างบาง มีความหนาประมาณ 30 ถึง 300 ฟุตเท่านั้น

ความวุ่นวายที่มองเห็นได้ที่ขอบด้านนอกของวงแหวน A ของดาวเสาร์ ภาพจากยานอวกาศ Cassini ของนาซา อาจเป็นสาเหตุมาจากวัตถุที่กำลัง เกิดขั้นตอนในการให้กำเนิด ดวงจันทร์น้ำแข็ง (Icy moons) มีความเป็นไปได้ที่จะปรากฏตัวของน้ำแข็ง ก่อจากผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงต่อ อนุภาคในบริเวณใกล้เคียงเกาะตัวขึ้น การเติบโตตามลำดับที่เกิดขึ้น ซึ่งคิดว่าจากดิสก์ฝุ่นทำให้เกิดจุดสว่างที่ขอบของ วงแหวนเป็นวัตถุที่เรียกกัน อย่างไม่เป็นทางการว่า "เพ็กกี้" (Peggy) คาดว่าจะมีความยาวไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรอาจจะ อยู่ระหว่างการโยกย้ายออกจากวงแหวน ซึ่งเป็นกระบวนการ ที่ทฤษฎีล่าสุดได้เสนอให้เป็นขั้นตอนในการเกิดขึ้นของดวงจันทร์น้ำแข็งของดาวเสาร์ ภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ สังเกตการณ์ที่บันทึกโดยกล้องมุมแคบ ถ่ายภาพโดยยานอวกาศ Cassini เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2013 คุณลักษณะที่สดใสที่ขอบของแหวน A มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร

Peggy Moon
•ออโรร่า พายุหกเหลี่ยมบนขั้วเหนือ

สนามแม่เหล็กของดาวเสาร์มีขนาดเล็กกว่าของดาวพฤหัสบดี แต่ยังคงใหญ่โตกว่าโลกถึง 578 เท่า ภายในสนามแม่เหล็กมีจำนวนอนุภาคขนาดมหึมา เป็นพื้นที่ที่มีพฤติกรรมเกิดประจุไฟฟ้า เกิดออโรราบนขั้วเหนือเมื่อพายุสุริยะพุ่งชนปะทะ แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยบางส่วนของรังสีวิทยาของ ดาวเสาร์เป็นเหมือนดาวพฤหัสบดี นอกจากนั้นอาการเหล่านี้ อาจเกิดจากการรวมกันของอนุภาคที่พุ่งออกจากดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และจากอัตราการ หมุนของสนามแม่เหล็กอย่างรวดเร็วของดาวเสาร์ จึงปรากฎออโรร่าที่ไม่ใช่ต้นกำเนิดจากพายุสุริยะ (Solar wind) ซึ่งเรายังไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ ในขณะนี้

ดาวเสาร์ปกคลุมด้วยเมฆแถบและพายุโดยรวมแล้วดาวเคราะห์ดวงนี้มีสีน้ำตาลอ่อน เนื่องจากมีส่วนผสมของผลึกแอมโมเนียสีเหลืองในบรรยากาศ ชั้นบนลมในชั้นบรรยากาศพัดด้วยความเร็วสูงถึง 500 เมตร ต่อวินาทีในแถบเส้นศูนย์สูตร ในทางกลับกันแรงพายุเฮอร์ริเคนแรงที่สุดบนโลกมีความเร็ว ประมาณ 110 เมตรต่อวินาที ในเมฆหมอกของดาวเสาร์ มีความดันแบบเดียวกับที่เรารู้สึกเมื่อดำน้ำลึกใต้น้ำ สภาพแวดล้อมบน ดาวเสาร์มีพลังมา จนทำให้ก๊าซกลายเป็นของเหลว แม้กระทั่งยานอวกาศโลหะจะถูกกดดันในบรรยากาศ ที่รุนแรงของดาวเสาร์เมื่อดำดิ่งเข้าใกล้

ตำแหน่งบริเวณขั้วเหนือของดาวเสาร์ แสดงการการเกิดเจ็ตสตรีมหรือพายุหมุน ลักษณะเป็นรูปทรง 6 เหลี่ยม (Hexagon) มีความกว้างครอบคลุม 3,500 กิโลเมตร บรรยากาศภาย ในพายุมีอนุภาคหมอกควันขนาดใหญ่และมีความเข้มข้นของอนุภาค ภายใน 6 เหลี่ยมมีตาพายุ (นอกวงเล็กใจกลาง) กระจายทั่วไปประมาณ 50 แห่ง โดยตาพายุบางส่วนนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา แต่จุดศูนย์กลางขั้วในสุดเหนือของขั้วดาวเสาร์ตรงกลา มีกำลังหมุนแรง อย่างรวดเร็ว กลับเป็นทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา (เป็นการหมุน ต่างทิศทางกัน) ขอบจึงเกิดรูปทรงเป็น 6 เหลี่ยม ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษบางอย่าง บนดาวเสาร์ ส่วนขอบใหญ่วงนอกสุดหมุนทวนเข็มนาฬิกา

Saturn's north pole hexagon
Saturn's Aurora
แกรนด์ฟินาเล่ วาระสุดท้ายแคสสินี

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมายานอวกาศแคสสินีของนาซ่า ได้ถึงจุดสิ้นสุดของการสำรวจที่โดดเด่นและจงใจ พรวดพราดลงดิ่งสู่ดาวเสาร์ทำลายตัวเอง โดยมีเหตุผลหมดภารกิจ หากปล่อยโคจรทิ้งไว้อาจชนปะทะกับดวงจันทร์ดวงหนึ่งดวงใดของดาวเสาร์ได้ อันจะเกิดเรื่องยุ่งยาก ปนเปิ้อนในธรรมชาติ ของระบบดาวเสาร์ที่ควรจะเป็นไป และขณะการดำดิ่งจะถือเป็นภารกิจสำคัญเพื่อพลีชีพสำรวจดาวเสาร์อย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

บริบทที่ผ่านมาในภารกิจของแคสสินี แม้ว่าเป็นเพียงเครื่องจักรที่ไม่มีชีวิตกลับ สร้างประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ให้มนุษย์อย่างงดงาม มากกว่าสิ่งมีชีวิต บางชนิดบนโลก การจากไปของแคสสินีในวันที่ 15 กันยายน 2017 มีชื่อเรียกว่า แกรนด์ฟินาเล่ (The Grand Finale) จะเป็นจุดจบที่สวยงาม ในทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากดาวเสาร์อยู่ไกลจากโลก 1,400 ล้านกิโลเมตร สัญญานสุดท้ายจากแคสสินีจะเดินทางประมาณ 83 นาที สู่โลก และจะส่งเข้าสู่สถานีทวนสัญญาน Canberra ของ Deep Space Network ในออสเตรเลียในวันที่ 15 กันยายน 2017 นั่นคงเป็นเวลาจบสิ้น อย่างอุดมสมบูรณ์ของวิทยาศาสตร์ที่งดงาม

แผนการณ์การดำดิ่งครั้งสุดท้ายจะช่วยเพิ่มความรู้ของเรา เกี่ยวกับปริมาณวัสดุที่อยู่ในวงแหวน เพื่อให้เราเข้าใจถึงต้นกำเนิดของได้ง่ายขึ้น เครื่องตรวจ จับอนุภาคของแคสสินี จะสุ่มตัวอย่างอนุภาคของแหวนน้ำแข็ง ที่คายเข้าไปในชั้นบรรยากาศโดยสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์ และกล้องจะถ่ายวงแหวน ของดาวเสาร์อย่างน่าอัศจรรย์วาระสุดท้าย ในวงโคจรรอบสุดท้ายแคสสินีจะกระโดดลงไป ในดาวเสาร์เพื่อต่อสู้ให้เสาอากาศชี้มายังโลก ขณะที่จะส่ง คำอำลาในท้องฟ้าของดาวเสาร์ จากการเดินทางสิ้นสุดลงและจะกลาย เป็นส่วนหนึ่งของดาวเคราะห์ก๊าซดวงนี้

เวลาที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบันสำหรับการสูญเสียสัญญาณบนโลกคือเวลา 4:55 น. PDT (7:55 น. EDT) ในวันที่ 15 กันยายน 2017 เวลานี้อาจมี การเปลี่ยนแปลงเมื่อบรรยากาศของดาวเสาร์ค่อยๆลดในแต่ละระดับ เมื่อแคสสินีโคจรขั้นสุดท้ายคาดว่า จะเริ่มร่วงหล่นจากความหนาแน่น ของบรรยากาศเพิ่มขึ้น และตัดการเชื่อมโยงวิทยุกับยานอวกาศอย่างถาวร เมื่อมาถึงจุดนี้ภารกิจของยานอวกาศจะสิ้นสุดลง


Cassini: The Grand Finale

10 เรื่องสำคัญของดาวเสาร์


1.ขนาด
ถ้าเปรียบขนาด ดวงอาทิตย์ (Sun) เท่าลูกฟุตบอล ดาวเสาร์จะเล็กกว่าลูกเทนนิสเล็กน้อย

2.ตำแหน่งในระบบสุริยะ
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ลำดับที่ 6 ในระบบสุริยะ (Solar system) ของเรา มีระยะห่างประมาณ 1.4 พันล้านกิโลเมตร (886 ล้านไมล์) หรือ 9.5 AU

3.วัน เดือน ปี
หนึ่งวันบนดาวเสาร์ (เวลาที่ดาวเสาร์จะหมุนรอบตัวเองหนึ่งครั้ง) ใช้เวลาประมาณ 10.7 ชั่วโมงของโลก ดาวเสาร์มีวงโคจรสมบูรณ์รอบดวงอาทิตย์ (เวลาที่ดาวเสาร์หมุนรอบ ดวงอาทิตย์หนึ่งครั้ง) ใช้เวลา 29 ปี หรือ 10,756 วันของโลก

4.ลักษณะพื้นผิว สภาพแวดล้อม
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ก๊าซ (Jovian Planets) ดังนั้นไม่มีพื้นผิวแข็งแต่เป็นพื้นแน่นของก๊าซคล้ายเหยียบลงไปบนฟองน้ำหนา และจมตัวลงความหนา ของผิวลึกลงไปมีส่วน ประกอบของน้ำ (H2O) ความร้อนจัด แอมโมเนีย (NH3) มีเทน (CH4) โดยใจกลางภายใน มีแกนแข็ง (Solid core) ขนาดเล็ก

5.บรรยากาศ
ชั้นบรรยากาศดาวเสาร์ประกอบด้วยส่วนใหญ่ของ ไฮโดรเจน (H2) และฮีเลียม (He)

6.ดวงจันทร์
ดาวเสาร์ มีดวงจันทร์ 53 ดวง และรอการยืนยันอีก 9 ดวง รวมทั้งสิ้น 62 ดวง ดวงจันทร์ที่สำคัญคือ ดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ด้านใต้ที่ลึกลงไปม มหาสมุทรน้ำแข็ง และความร้อนผลักดันให้เกิดมีน้ำพุพุ่งสูงจากพื้นผิวนับร้อยกิโลเมตร และดวงจันทร์ไททัน (Titan) มีทะเลสาบไฮโดรคาร์บอน และมีเทนที่มีหมอกทึบหนาบนชั้นบรรยากาศ

7.วงแหวน
ดาวเสาร์มีวงแหวนสวยงามที่สุด ประกอบไปด้วยก้อนน้ำแข็งใหญ่น้อย มีขนาดเท่ารถยนต์จนขนาดเท่าบ้าน ซับซ้อนกัน 7 ชั้น และมีช่องว่าง ระหว่างกันสามารถมองเห็นได้จาก กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก

8.ยานสำรวจ
ภารกิจยานสำรวจแคสซินี (Cassini) ถูกส่งออกไปใน ค.ศ. 2004 เพื่อการสำรวจระบบดาวเสาร์ วงแหวนของดาวเสาร์และดวงจันทร์ต่างๆ ของดาวเสาร์ และได้สิ้นสุดภารกิจลงเมื่อ 15 กันยายน 2017 อย่างสมบูรณ์

9.เอื้อต่อระบบชีวิต
ดาวเสาร์ ไม่สามารถสนับสนุนระบบชีวิตได้ แต่ดวงจันทร์บางดวงของดาวเสาร์ อาจมีเงื่อนไขบางอย่างที่สามารถสนับสนุนระบบชีวิตได้

10.สนามแม่เหล็ก
สนามแม่เหล็กของดาวเสาร์มีขนาดเล็กกว่าของดาวพฤหัสบดี แต่ยังคงใหญ่โตกว่าโลกถึง 578 เท่า ภายในสนามแม่เหล็กมีจำนวนอนุภาค



Sunflower Academy Homeschool SUNFLOWER
Panorama Infographics HomeSchool Freedom
Sky Stars With Thai Astronomy Huatakhe Astronomer