|
|
| |
รายงาน : ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ในประเทศไทย [ หน้า2/3] |
| |
ผลกระทบเรื่อง อุณหภูมิ
ความเห็นเรื่องนี้ สถาบันด้านสภาพอากาศโลก หลายแห่งได้วิเคราะห์ในทิศทาง
เดียวกันว่าระดับอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทั้งโลก ระดับ 2-4 องศา C ในทศวรรษนี้
พอจะมีข้อสรุปได้ว่า
ประเทศไทยอาจมีผลกระทบเรื่องความร้อน ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
มีผลกระทบอย่างแน่นอนด้วย การสะสมความร้อนในเมือง ด้วยสัดส่วนความแตก
ต่างกันระหว่าง ความหนาแน่นของ ประชากรกับพื้นที่สีเขียวต่างกันมากโดยเฉพาะ
กรุงเทพมหานคร และเขตเมืองอุตสาหกรรม เขตชุมชนที่อาศัยอย่างหนาแน่น
ปัจจัยเสริมจากการสะสมความร้อนผิวถนน อาคารขนาดใหญ่ การระบายความร้อน
จากเครื่องยนต์นับแสนคัน เครื่องปรับอากาศนับล้านเครื่อง เช่น กรุงเทพมหานคร
เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี เป็นต้น
สำหรับเมืองขนาดเล็กมีประชากรไม่หนาแน่นมาก ใกล้กับเขตป่าไม้ขนาดใหญ่
แหล่งธรรมชาติ เช่น นครนายก ระนอง อุทัยธานี เพชรบูรณ์ หรือชุมชนใกล้ป่า
อุทยานแห่งชาติ อาจไม่ส่งผล เรื่องความร้อนมากนักด้วยมีพื้นที่ชุ่มชื้นช่วยระบาย
ควา้มร้อนได้บ้าง |
|
| |
 |
| การเกิด Urban heat island (โดมความร้อน) มีโอกาสเกิดในเมืองมากที่สุด |
| |
 |
| |
เกิดโดมความร้อน เมื่อ 12-13 พฤษาคม 1997 ที่ Atlanta, Georgia
วัดอุณหภูมิได้ 47.8 องศา C
จากปกติเฉลี่ยในเวลากลางวันเพียง 26.7 องศา C |
|
| |
|
| |
สิ่งที่น่ากังวลผลกระทบ เรื่องอุณหภูมิ
ในความเห็นของ SunflowerCosmos
โดยภาพรวมประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน จึงมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ค่าเฉลี่ย
ของอุณหภูมิอยู่ระดับที่ไม่ร้อนจัด ด้วยกลไกอากาศบริเวณเส้นศูนย์สูตรเขตร้อน
ทำให้อากาศร้อน ยกตัวลอยสูงขึ้น
อย่่างไรก็ตาม ลักษณะการเกิดโดมความร้อนแบบรุนแรง แม้ยังไม่เคยเกิดขึ้นใน
ภูมิภาคนี้ ก็ไม่มีสิ่งยืนยันว่าไม่เกิด เพราะองค์ประกอบที่จะทำให้เกิด คือความหนา
แน่นของเมืองประกอบจาก อาคารซีเมนต์ อาคารกระจก ปริมาณรถยนต์ที่ปล่อย
ไอเสียออกมา พื้นถนนที่เป็นซีเมนต์ ยางมะตอย รวมถึงการระบายความร้อนจาก
เครื่องใช้ภายในบ้านที่คิดว่าเล็กน้อย เช่น ตู้เย็น ทีวี คอมพิวเตอร์ เตารีด ฯลฯ
รวมถึงโรงงานอตุสาหกรรม เป็นการสะสมเก็บกักความร้อน จากสิ่งต่างๆในเมือง
แบบทวีคูณ
โอกาสของเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร จึงต้องมีความน่ากังวลในเรื่อง
อุณหภูมิ ต้องหลีกเลี่ยงทำการก่อสร้างในลักษณะปิดผิวดิน และขยายพื้นที่สีเขียว
อย่างต่อเนื่องเป็นหนทางช่วยให้เกิด การระบายของการสะสมความร้อนเขตเมือง
หากมีองค์ประกอบที่สอดคล้อง ในทางทฤษฎีแม้แต่เมือง มีประชากรน้อยเพียง
10,000 คน สามารถเกิดโดมความร้อนได้เช่นกัน ที่ผ่านมามักเกิด ด้านทวีปยุโรป
และทวีปอเมริกา เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากมีผู้เสียชีวิตนับหมื่น จากบริเวณที่กว้าง และ
นานหลายสัปดาห์ ลักษณะเป็นโดมมีคลื่นความร้อนแพร่กระจาย สิ่งที่ตามมาอีก
คือไฟป่า จากความร้อนและความแห้ง
สังเกตว่า ต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบ้าน ของเมืองใหญ่ จะพบอาการเฉาแดดในตอนกลาง
วันรวดเร็วขึ้นกว่าปกติ ด้วยค่ารังสีเข้มข้นจากดวงอาทิตย์ |
|
| |
 |
| Salmonellosis เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำ |
| |
 |
|
| Photochemical oxidants สารพิษทางอากาศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร |
| |
|
| |
ผลกระทบเรื่อง สุขอนามัย
ประเทศไทยปัญหาสาธารณสุขจะกลายเป็นปัญหาอันดับต้นๆ จากสภาพภูมิอากาศ
เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ เมื่อผนวกกับปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อม การเกิดของโรค
มีอัตราชุกของโรคเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีปัจจัยทั้งสองดังกล่าว เป็นตัวสนับสนุนทำให้
ประชากรจำนวนมาก พบกับปัญหาสุขภาพ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อสุขอนามัยได้ง่ายขึ้น
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แสดงความเห็น
ไว้ในรายงาน
แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
ผลกระทบทางตรง
1.อุณหภูมิที่เปลี่ยนไป เป็นผลต่อความกดของอุณหภูมิ ความถี่ของการเกิดคลื่น
ความร้อน อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดความ
เจ็บป่วยและการตาย ในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ เด็กทารก และประชากรที่มีความ
ผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และหลอดเลือดหัวใจ
2.ความถี่ของการเกิดภาวะที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วมีความสัมพันธ์ต่อ
สถิติด้านสุขภาพ เช่น อัตราการเจ็บป่วย อัตราการตาย การบาดเจ็บ ทั้งยังทำให้
เกิดภาวะเครียดจากการต้องย้ายถิ่นฐาน
ผลกระทบทางอ้อม
3.เกิดโรคติดเชื้อ เนื่องจากปัจจัยด้านสุขอนามัยได้รับผลกระทบจาก การเปลี่ยน
แปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น สูญเสียประสิทธิภาพ ด้านการสุขาภิบาล ขาดแคลน
น้ำสะอาด ขาดการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา เพราะรูปแบบและพื้นที่ในการระบาด
เปลี่ยนแปลง โครงสร้างพื้นฐานของ การบริการด้านสุขภาพในท้องถิ่นมีจำกัด
คุณภาพชีวิตต่ำลงจากสภาวะน้ำท่วมอย่างรุนแรง เป็นต้น
4.โรคที่เกิดจากแมลงเป็นพาหะ เช่น โรคมาลาเรีย โรคไข้เลือดออก ไข้เหลือง
เปลี่ยนแปลงรูปแบบ และการแพร่กระจาย เนื่องจากพาหะของเชื้อมีความไวต่อ
การผันแปรของอุณหภูมิ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเร่งวงจรชีวิต ของแมลงที่เป็นพาหะนำ
โรคทำให้ระยะฟักตัวของเชื้อลดลง และการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้อุณหภูมิยังส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์ในการสัมผัสเชื้อ ประเทศไทย ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบเชื่อมโยงระหว่าง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ
อากาศและ การระบาดของโรคสองชนิดนี้
5.ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิด การกระจายของน้ำผิวดิน และภาวะน้ำท่วม เพิ่มความเสี่ยง ในการที่อาหารและน้ำจะปนเปื้อนเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง
โรคซัลโมเนลโลซิส (Salmonellosis) เป็นต้น ในประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทยยังขาดการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาลที่ดี
6.เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณ คุณภาพและรูปแบบผลิตภัณฑ์การเกษตร ปศุสัตว์
และการประมงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ทำให้ผลผลิตตกต่ำ ดินเค็ม สารอาหารลดลง
ส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพ ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและความอดอยาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กของประเทศด้อยพัฒนา
7.ภาวะจิตของประชากรที่ได้รับความกระทบกระเทือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ การต้องย้ายถิ่นฐาน และการขาดแคลน
ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำสะอาด ส่งผลกระทบต่ออัตราการเกิดปัญหาสังคม
ปัญหาทางโครงสร้างประชากร และความมั่นคงทางจิตใจของประชาชน
8.เกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และโรคทางเดินหายใจจากสารพิษทางอากาศ ประเภท
ปฐมภูมิ เช่น สารคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ไฮโดรคาร์บอน และฝุ่นละอองที่เพิ่มมากขึ้นในเขตเมือง
นอกจากนี้โรคทางเดินหายใจเหล่านี้ ยังเกิดจากการก่อรูปของสารพิษทางอากาศ
ประเภททุติยภูมิ จำพวก Photochemical oxidants ที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ และส่ง
ผลต่อสภาพภูมิอากาศ โดยทำปฏิกิริยาทางเคมีกับชั้นบรรยากาศ
นอกจากนี้อุณหภูมิที่เพิ่มสูง เป็นตัวเร่งอันตราย จากมลภาวะทางอากาศในเมือง
เป็นโดมความร้อน(ความร้อนที่สะสมมากอยู่ในเขตเมือง) อยู่แล้วจากสิ่งก่อสร้าง
และการใช้พลังงาน ก่อให้เกิดปัญหาทางสุขอนามัย ผู้อยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น ผลกระทบจากโดมความร้อน เขตเมืองต่อสุขภาพ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
่ |
| |
 |
| สภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร ที่ก่อปัญหาในแต่ละวันอย่างไม่หยุด |
| |
1. คลื่นความร้อน
อุณหภูมิอากาศที่สูงมากถือเป็นอันตรายมากต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูง
อายุ ในอดีตคลื่นความร้อนได้คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ในทวีปอเมริกา และยุโรป
ส่วนประเทศไทย อันตรายจากอุณหภูมิสูงขึ้น ในหน้าร้อนจะเพิ่มขึ้น หากความชื้น
สัมพัทธ์ในอากาศสูง
เนื่องจากในสภาพบรรยากาศเช่นนี้ เหงื่อไม่สามารถระเหย และพาความร้อนออก
จากร่างกายได้ ดังที่เรียกว่า ร้อนอบอ้าว ส่งผลให้ระบบ เมตาบอลิซึมในร่างกาย
ล้มเหลวเป็นอันตรายถึงชีวิต
ในประเทศไทย คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากความร้อนสูงเป็นจำนวนไม่น้อย แต่จาก
รายงานการเสียชีวิตจาก Heat Stroke ของไทยนั้น ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก
เนื่องจากการเสียชีวิตด้วยเหตุนี้วินิจฉัยยาก กอปรกับประชาชนขาดการตระหนัก
ถึงภาวะดังกล่าว และในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการวิจัยผลกระทบ ของการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อ อัตราการตายด้วยความร้อน
2. มลพิษทางอากาศ
ความร้อนที่สูงขึ้น สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ระหว่างก๊าซพิษต่างๆ เช่น
คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์จะเพิ่มขึ้น ตามระดับอุณหภูมิ ทำให้เกิด
หมอกควันและโอโซน ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพโดยตรง กล่าวคือ
มีอาการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ และเยื่อบุตาระยะยาวอาจก่อให้เกิด
โรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ และระบบหายใจล้มเหลวได้
พายุอันเป็นผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังก่อให้เกิดปัญหา
สุขภาพอีกด้วย พายุในประเทศไทยส่วนใหญ่ มักมาพร้อมกับน้ำท่วมอย่างฉับพลัน
ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิต ของประชากรต่ำลงอย่างมาก ประชากรอาจเสียชีวิตจาก
การจมน้ำ ไฟฟ้าดูด หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับข้องกับน้ำท่วมขัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า
โรคฉี่หนู (Leptospirosis) โรคตาแดง การถูกสัตว์มีพิษต่อย
การแพร่ระบาด ของโรคอุจจาระร่วงซึ่งเป็นผลจาก การที่แหล่งน้ำดื่มถูกปนเปื้อน
เช่นเดียวกับพายุ ความแห้งแล้ง ก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเช่นกัน ภาวะขาดแคลน
น้ำผนวกกับอากาศที่ร้อนจัดทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคที่นำโดยน้ำและ
อาหารได้แก่ โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง หรืออหิวาตกโรค
อากาศที่แห้งแล้ง ยังมีผลต่อผลผลิตทางการเกษตร เกิดสภาวะขาดแคลนอาหาร
อันนำไปสู่โรคขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเด็ก ประเทศไทยยัง
ไม่มีการศึกษาผลกระทบของภัยแล้งที่มีต่อสุขภาพ ทำให้บางครั้งไม่สามารถระบุ
ได้ว่าปัญหาสุขภาพที่พบ เป็นผลจากความแห้งแล้งหรือไม่
สิ่งที่น่ากังวลผลกระทบ เรื่องสุขอนามัย
ในความเห็นของ SunflowerCosmos
ด้วยภาพรวมใหญ่ที่ป้องกันยาก ด้วยปัจจัยน้ำและอากาศ เป็นตัวแพร่เชื้อสามารถ
เข้าถึงประชากรทุกระดับชั้น ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสถานการณ์ ตราบใดที่ต้อง
ดื่มกิน ต้องหายใจ และสามารถขยายขอบเขต จากเมืองสู่ชนบท หรือจากชนบท
สู่เมืองได้
การป้องกันด้วยความเข้าใจ ในการใช้วิถีชีวิตอย่างพอเพียงในด้านต่างๆเป็นสำคัญ
ลดอัตราการเลี่ยงต่อสุขอนามัยได้ เช่น การหลีกเลี่ยงอพยพสู่เมืองใช้ชีวิตในบ้าน
เกิดด้วยการสร้างผลผลิตทางเกษตร ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ิ ไม่ต้องผจญภัย
กับสภาพแวดล้อมที่อันตราย ถึงแม้จะมีรายได้ที่ดีในเมือง แต่หลังจากนั้นอาจต้อง
ประสบปัญหาด้านสุขภาพและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา
หรือประชากรเมือง หากเป็นไปได้ควรคิดแนวทาง เริ่มตั้งต้นเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ชนบท
แทนการมุ่งมั่นในเมืองหลวง แม้ว่ายังไม่สามารถกระทำได้ในขณะนี้ ก็ควรเตรียม
การเพื่อลูกหลานในรุ่นต่อไป ที่จะไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากยากเย็นของเมือง
ใหญ่ที่กำลังจะประสบวิกฤตด้านสุขอนามัย รุนแรงขึ้นตามลำดับ
ความเห็นในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่จะกระทำยาก หากจำต้องใช้วิถีชีวิตชีวิตในเมือง
จำเป็นต้อง เพิ่มความระมัดระวังในด้านการบริโภค และมีความมาตรฐานของ
แหล่งอยู่อาศัย การเอาใจใส่สุขภาพเด็ก คนชราในเขตเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บุคคลที่มีอาชีพใช้ชีวิตบนถนน เป็นเวลานานๆ เช่น ตำรวจจราจร พนักงานขับรถ
ประเภทต่างๆ เป็นกลุ่มต้นๆที่จะพบปัญหาร้ายแรง |
| |
|
|
|
|
|