|
|
| |
 |
 |
 |
| |
ต้นกำเนิดผสมกันระหว่าง ดาราศาสตร์และโหราศาสตร์
ดาราศาสตร์ดึกดำบรรพ์ ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความแตกต่าง ความเชื่อของศาสนา
และวัฒนธรรม จากการเฝ้ามองท้องฟ้าในเรื่องพระเจ้า เหล่าทวยเทพ บนสวรรค์ที่
ดลบันดาลให้เกิดกลางวันกลางคืน เริ่มจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
อิทธิพลดังกล่าวในยุคนั้น ทำให้มีบางคนเช่น พระ ผู้นำศาสนา เจ้าลัทธิ เริ่มศึกษา
ความเปลี่ยนแปลง เช่น เก็บข้อมูลจัดทำปฏิทิน นำมาบัญญัติโดยผู้ปกครองเล่ากัน
เป็นตำนานต่อๆกันมา บรรยายเรื่องราวบนท้องฟ้า ผสมผสานระหว่างดาราศาสตร์
(Astronomy) และโหราศาสตร์ (Astrology)
หลักฐานสำคัญเมื่อ 4,500 ปีมาแล้ว บริเวณอาณาเขต Akkadians จักรวรรดิแห่ง
แรกของโลก เป็นส่วนหนึ่งของด้านเหนือ Mesopotamia ภายหลังคือ Babylonia
(ด้านใต้คืออาณาจักร Sumer) มีหลักฐานชิ้นสำคัญ แสดงว่านักดาราศาสตร์ซึ่ง
เป็นผู้นำศาสนาของ Babylonia พยากรณ์การเคลื่อนที่ของ ดวงอาทิตย์ |
| |
Akkadians จักรวรรดิแห่งแรกของโลก |
|
| |
| |
การวิเคราะห์สัญลักษณ์ Akkadians โดย Dr. Barry M. Warmkessel พบว่า มีการแสดงถึง
ดาวเคราะห์หลายดวง และดาวหางที่โคจรมาจาก Kuiper belt (บริเวณขอบสุริยะ)
ซึ่งในยุคนั้น เรายังไม่เข้าใจว่าสำรวจทราบด้วยวิธีใด ทั้งๆไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่จะสืบค้นได้ |
|
| |
 |
| |
Babylonian clay tablet (สมุดบันทึกทำด้วยดินเหนียวยุค Babylonian)
บันทึกเรื่องราวดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ |
|
| |
| |
ปฏิทิน คืองานชิ้นสำคัญที่มนุษย์ ใช้วิชาดาราศาสตร์
การเฝ้ามองท้องฟ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงกับโลก อย่างเป็นวัฐจักรมีกลางวัน
และกลางคืน มีเวลาเช้า สาย บ่าย ค่ำ ดึก ทำให้มีต้นความคิดกำหนดแบบแผน
เปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ผ่านไป และสิ่งที่กำลังจะเกิดใหม่ นั่นคือ เวลา อันมีอดีต
และอนาคต
เชื่อว่าชาวจีนเป็นกลุ่มชนที่ กำหนดวัน เดือน ปี ในปฏิทินมาช้านานแล้ว โดยริเริ่ม
จาก Xia หรือ Hsia ราชวงศ์แรกของจีน ก่อนคริสตกาลระหว่าง 1,600-2,100 ปี
พบหลักฐานออกแบบไว้ใช้ ในกองทัพ และได้พัฒนาเป็นปฏิทิน ชุดแรกของจีน
โดยใช้กลุ่มดาว Big Dipper (ดาวหมีใหญ่) กำหนดเป็นจุดสิ้นสุดของเดือน
ต่อมาพบเอกสารแสดงบันทึก แสดงความเคลื่อนที่ ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
และดาวด้วยเส้น ทางจันทรคติ 12 เดือน บอกถึงฤดูกาล สำหรับการเก็บเกี่ยว
พืชผล และการเลี้ยงสัตว์
แต่อีกฟากโลก ก่อนคริสตกาลประมาณ 2,000-3,000 ปี ชาว Babylonia และ
ชาว Egyptians พัฒนาปฏิทิน ด้วยการศึกษากำหนดจากท้องฟ้า เพื่อการเกษตร
ทำนายโดยใช้ ดาว เช่น Sirius (ดาวที่สุกใสสว่าง) หรือเกี่ยวกับดวงอาทิตย์และ
ดวงจันทร์ แสดงถึง ความเปลี่ยนแปลงผิดปกติด้านอุทกภัย เช่น น้ำท่วม โดยมี
7 วันใน 1 สัปดาห์และ 12 เดือนใน 1 ปี อย่างสมบูรณ์ จากการพัฒนาต่อเนื่อง
ยาวนานนับหลายร้อยปี
การจัดทำปฏิทิน เป็นการแสดงว่ามนุษย์ได้เริ่มใช้ ขบวนการวิชาดาราศาสตร์และ
คณิตศาสตร์ เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีพอย่างมีแบบแผน ต่อประชากรโลก
ทั้งมวล จนทุกวันนี้ |
| |
 |
| |
ต้นแบบปฏิทินจีนโบราณ ใช้สำหรับกองทัพ พบในสุสานเก่าแก่
ก่อนคริสตกาลระหว่าง 1,600-2,100 ปี |
|
| |
 |
| |
แผ่นจารึกปฎิทิน บนดินเหนียว ของชาว Babylonia ยุค Neo Sumerian
ก่อนคริสตกาล 1,600-2,100 ปี ขนาด 7.0x4.5x2.5 cm มีจำนวน 13 เดือน |
|
| |
 |
| |
แผ่นจารึกปฎิทิน บนหิน Black stone ของชาว Babylonia ยุค Middle Babylonian
ก่อนคริสตกาล 800-1,100 ปี ขนาด 7.1x17.2x1.7 cm มีจำนวน 13 เดือน
ด้านบนเป็นห่วงวงแหวน รูปสิงโตหมอบ |
|
| |
 |
| |
แผ่นจารึกปฎิทิน บนดินเหนียวสีเหลือง ของชาว Neo-Assyrian ราว ค.ศ.681-705
ขนาด 8.1x6.9x2.6 cm มีรายละเอียดของวัน |
|
| |
| |
แผนที่ดาราศาสตร์โบราณ ชนชาติจีน ก่อนคริสตกาล
นอกจากปฏิทินแล้ว การบันทึกเรื่องดาราศาสตร์ ในประวัติศาสตร์ทางโบราณคดี
ของจีนพบว่ามีเอกสารบันทึกเรื่องสุริยุปราคา มานานกว่า 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล
บันทึกเรื่องราวกลุ่มดาวเคราะห์ต่างๆ โดยเฉพาะ์ Navigator stars (ดาวนำทาง)
และยังพบหลักฐาน แผนที่ดาวโบราณใช้ สำหรับการสอนในโรงเรียนดาราศาสตร์
ชาวจีนโบราณ 700 ก่อนคริสตกาล
นอกจากนั้น Book of silk (แผนที่ดาวโบราณบนผ้าไหม) เป็นเอกสารม้วนยาว
1.5 เมตร ของจีนแสดงชื่อ ดาวหาง ภาพเขียนประเภทดาวหาง อีก 29 แบบรวม
ถึงการเคลื่อนไหว สี ความยาว เรียกว่า Broom stars (ดาวเหมือนด้ามไม้กวาด)
ใช้เวลาบันทึกต่อเนื่องราว 300 ปี ได้สำรวจพบในหลุมศพ เมื่อ ค.ศ. 1973
หลักฐานเริ่มแต่ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ตามที่กล่าวมา หลังจากนั้น 1,000 ปี
ต่อมา เกิดแผนที่ดาว บรรจุหมู่ดาวไว้ 44 กลุ่ม ประกอบด้วยดาว 141 ดวง และ
ต่อมา 500 ปีก่อนคริสตกาล มีการเปลี่ยนแปลง ยุคสงคราม (Warring States
Period) แสดงกลุ่มดาว Big Dipper (ดาวหมีใหญ่) เพิ่มหมู่ดาวอีก 28 กลุ่ม
ช่วงก่อนคริสตกาล 221-475 ปี แผนที่แสดงหมู่ดาว 75 กลุ่ม บริเวณตรงกลาง
แผนที่ และจำนวนหมู่ดาว 42 กลุ่มไว้รอบๆ โดยมีรายละเอียด ดาว 510 ดวง ใน
18 หมู่ดาว
ก่อนคริสตกาล 350 ปี นักดาราศาสตร์ Shi Shen จัดทำแผนที่หมู่ดาว 138 กลุ่ม
มีรายชื่อดาว 810 ดวง ตำแหน่งดาว 121 ดวง รวมถึงจันทรุปราคา ต่อมามีการ
สำรวจ ปรับปรุงเรื่อยมานับหลายสิบครั้ง
ช่วงต้นคริสต์ศักราช Han Grave Mural Star Chart มีรายละเอียดดวงอาทิตย์
และดวงจันทร์ ดาวอีก 10 ดวง ต่อมา ค.ศ. 193 แผนที่ดาวของ Whole Sky Star
Maps มีดาว 1,464 ดวง กลุ่มดาว 248 กลุ่ม
ครั้นถึงยุค Southern Dynasties Period ได้นำสี แดง ขาว ดำ มาใช้แสดงใน
Whole Sky Planetarium ถัดมา ค.ศ. 526 ในยุค Northern Wei Grave Dome
Star Map แสดงตำแหน่งของ The Milky Way หลังจากนั้นก็ยังเพิ่มเติมเรื่อยมา
อีกมากกว่า 30 ครั้ง |
| |
 |
| |
ภาพเขียนโบราณ แสดงให้เห็นถึงเครื่องมือทางดาราศาสตร์ ของจีน |
|
| |
 |
| |
แผนที่ดาวโบราณของจีน มีจำนวนของหมู่ดาวเป็นจำนวนมากนับร้อย |
|
| |
 |
| |
แผนที่ดาวโบราณของจีน ชนิดพับได้ |
|
| |
| |
ยุคแรกของแผนที่ดาว ใช้ในการเดินเรือ
ชาว Polynesians หมู่เกาะ Marshall Island มหาสุมทรแปซิฟิค สอนลูกหลาน
เพื่อใช้การเดินเรือในทะเล ด้วยลักษณะแผนภูมิ ประกอบด้วย กลุ่มดาวและดาว
178 ดวง ให้เข้าใจระบบลมทะเล เส้นทางบินของนกในทะเล การเกิดคลื่นใหญ่
สร้างโดยใช้กิ่งไม้ และใบไม้เป็นแผนที่ เรียกว่า Telepa เป็นการศึกษา ท้องฟ้า
และทะเลเข้าด้วยกัน
แผนที่ดาว ของชนเผ่าอินเดียนแดง
เรียกว่า Pawnee Star Map แผนที่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ จัดทำโดยชาว
อินเดียน-อเมริกัน (Pawnee) ยุคโบราณ แสดงถึง ดาวศุกร์และดาวอื่นๆ เช่น ดาว
Sirius ,Auriga, Sagittarius, Procyon และ Scorpius |
|
| |
 |
| |
Telepa แผนที่ สร้างโดยใช้กิ่งไม้และใบไม้ |
|
| |
 |
| |
แผนที่ดาว Pawnee Star Map ของชนเผ่าอินเดียนแดง ทำจากหนังสัตว์ |
|
| |
| |
ดาวดวงเดียวกัน แต่ต่างความหมาย
ด้วยความต่างๆกันของการมอง รูปแบบของกลุ่มดาว ด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรม
และอารยะธรรม ตัวอย่าง เช่น กลุ่มดาว Big Dipper (กลุ่มดาวหมีใหญ่) ชนเผ่า
อินเดียน-อเมริกัน (American-Indian) เรียกว่า Plough (ดาวไถ) ส่วนชาวฮินดู (Hindu) เรียกว่า Seven great sages (เจ็ดนักปราชญ์)
แต่ชนชาติอีจิปย์ (Egyptians) มองเห็นเหมือนวัว เรียกว่า Bul lสำหรับชาวจีน
นับถือเป็นดาวเทพแห่งสวรรค์ (Heavenly influences) ชาวยุโรปโบราณ (Anglo-Saxons) เห็นเป็นรถม้าที่ใช้ลากจูง (Wagon) จากนิทานปรำประรา King Arthur
อีกตัวอย่าง เช่น ดาวลูกไก่ (Hen with Chicks) เป็นกลุ่มที่ชาวไทยรู้จักดี เรียก
ตามชาวยุโรปโบราณ สำหรับชาวกรีกโบราณ เรียกกลุ่มดาวนี้ว่า Seven Sisters stars (เจ็ดพี่น้อง) ชาวญี่ปุ่นรู้จักในชื่อ Subaru ส่วนชาว Persian ขนานนามว่า Soraya (ชื่อราชินีของอิหร่าน) แต่ในทางดาราศาสตร์ นิยมเรียกว่า Pleaides
หรือ M45 |
|
| |
 |
| |
กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Big Dipper) |
|
| |
 |
| |
ดาวลูกไก่ (Hen with Chicks) |
|
|
|
|
|