ดาราศาสตร์ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Aug 12, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
    The History of Ancient Astronomy : ประวัติดาราศาสตร์โบราณ -2
 
 
ดาราศาสตร์อิสลาม ยุคศตวรรษที่ 15
 
 
คู่มือบรรยายรายละเอียด หมู่ดาวภาษาอาหรับ
 
 
ชื่อดาวที่เรารู้จักส่วนใหญ่ มาจากภาษาอาหรับ

Islamic astronomy (ดาราศาสตร์อิสลาม) หรือ Arabic astronomy (ดาราศา-
สตร์อาหรับ) มีความก้าวหน้า ช่วงระหว่าง ศตวรรษที่ 8-16 โดยเฉพาะด้านเครื่อง
มือดาราศาสตร์ น่าสังเกตชื่อดาวจำนวน 1,025 ดวง เช่น Aldebaran, Altair
เป็นต้น และคำบางคำ ที่ใช้ในระบบดาราศาสตร์ เช่น Azimuth (ทิศทางการวัด
ดาวจากบนพื้นโลก) มาจากภาษาอาหรับ

ที่ผ่านมาชนชาวอาหรับ ใช้ชีวิตท่องไปในทะเลทราย (Bedouin Arabic people)
มักจะตั้งชื่อดาว เป็นชื่อเฉพาะในตำแหน่งซีกด้านตะวันตกของหมู่ดาว (Western constellations) โดยมีการสืบเนื่องไปสู่รากฐานภาษากรีซ และยุโรปในยุคกลาง
ทั้งนี้ช่วงศตวรรษที่ 10 มีความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยอิทธิพลความเจริญเชื่อม
โยงกันด้วยการค้า

ช่วงยุคหลังจาก การล่มสลายของอาณาจักรโรมัน เกิดหลักเกณฑ์การแปลภาษา
กรีซสู่ภาษาอาหรับ (รวมถึงบัญชีรายชื่อดาวของ Ptolemy's Almagest) ในที่สุด
ชื่อดาวถูกแปลกลับจากไปสู่ภาษาลาติน ภาษากรีซ และอาหรับ-สเปน ดังนั้นชื่อ
ดาวยุคกลางใหม่ มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับ
 
 
เครื่องมือทางดาราศาสตร์ ที่ประดิษฐ์โดยชาวอาหรับยุคกลาง
 
 
Thales of Miletus นักปราชญ์ชาวกรีซ
 
 
ศาสตร์ี่แห่งความเป็นจริงเริ่มต้นขึ้น

เริ่มจากสมัยกรีซโบราณ เกิดการสำรวจด้านดาราศาสตร์ แบบใหม่ โดยไม่อธิบาย
เหตุผลเชิงอภินิหาร เป็นจุดเปลี่ยนเงื่อนงำ ลึกลับของลัทธิ ไปสู่วิทยาศาสตร์
แนวความคิด ที่เป็นจริงได้แพร่หลายขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากกว่าโหราศาสตร์
ที่ไม่มีบรรทัดฐานเกี่ยวข้องกับจักรวาล ถูกเปิดเผยขึ้น

Thales of Miletus นักปราชญ์ชาวกรีซ ก่อนคริสตกาล 600 ปี เป็นบุคคลแรกที่
ได้รับการยกย่องด้านปรัชญา มีความหลักแหลมว่า Father of science (บิดาแห่ง
วิทยาศาสตร์) ได้ศึกษาย้อนอดีตในยุค Babylonia และ Egyptians ทั้งหมดแล้ว
นำมาจัดเรียงเป็นเทพนิยายผสมผสานและอธิบายด้วยหลักการ ทางวิทยาศาสตร์ี่
ที่สำรวจใหม่

ได้เริ่มต้น วิทยาการใหม่หลายด้าน เช่น การหาทิศและการเดินเรือ คำนวณหา
ความสูง ของพีรามิดอียิปต์โดยใช้เงา ทำนายการเกิดสุริยะคราสล่วงหน้า พิสูจน์
ทฤษฎีบททางเรขาคณิต ว่าเส้นผ่านศูนย์กลางจะแบ่งครึ่งวงกลม มุมที่ฐานของรูป
สามเหลี่ยมหน้าจั่วเท่ากัน และมุมในครึ่งวงกลมเป็นมุมฉาก เป็นต้น

โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์ จัดว่าเป็นผู้อาวุโสรอบรู้ ได้โต้แย้งเรื่องโหราศาสตร์
เชิงวิทยาศาสตร์ อย่างมากมาย โดยให้ความเห็นว่าตำแหน่งของดาว เช่น ดวง
อาทิตย์ มีผลต่อสภาพอากาศให้เกิดฤดูกาล ตลอด 365 วัน แต่ละวัน แต่ละองศา
ที่เคลื่อนผ่าน มีผลกระทบต่อมนุษย์ เป็นต้น

Thales เชื่อว่าโลกลอยอยู่บนน้ำ แบนเหมือนจานลอยอยู่บนพื้นมหาสมุทรเหมือน
ชาว Babylonia ยังอธิบายการเกิดแผ่นดินไหว เหมือนจานที่ลอยอยู่บนน้ำและ
กระเพื่อมตามแรงน้ำ แม้ว่าจะไม่ถูกต้องแต่นับ ว่าจุดเริ่มการโต้แย้งด้วยหลักการ
และเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
 
 
Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีซ
 
 
แนวคิดของ Aristotle ให้ความเห็นว่า โลกอยู่ตรงกลาง
 
 
Aristarchus นักดาราศาสตร์ชาวกรีซ มีความเห็นตรงข้ามกับ Aristotle
 
  ทฤษฎีที่ขัดแย้ง ของนักดาราศาสตร์โบราณ

เวลาต่อมา Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีซ ก่อนคริสตกาล 322-384 ปี มีอิทธิพล
ต่อนักปราชญ์ชาวกรีซ ด้วยมีความก้าวหน้า ได้ทดลองตรวจสอบและให้เหตุผลว่า
โลกกลมอยู่ใจกลางจักรวาล ล้อมรอบด้วย ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์
โดยดาวที่ล้อมรอบด้านนอกทั้งหมด มีตำแหน่งที่แน่นอน (Fixed stars) หมุนใน
ทรงกลม (Sphere)

ภายหลัง นักดาราศาสตร์ชาวกรีซชื่อ Aristarchus จัดทำ Modelแสดงแบบตรงกัน
ข้ามกับ Aristotle โดยมีดวงอาทิตย์ เป็นจุดศูนย์กลางให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์
มากกว่า แต่กลับไม่ค่อยมีผู้เห็นด้วยมากนัก

เมื่อ Ptolemy นักปราชญ์ชาวกรีซ เป็นผู้รอบรู้หลายด้าน เช่น นักคณิตศาสตร์
นักภูมิศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ ได้เผยแพร่งานผลสรุป ตำราด้านดาราศาสตร์
ชื่อ Almagest ในราว ค.ศ.140 เป็นเรื่องที่ประหลาด ที่ใช้ข้อมูลสารานุกรมเดิม วิทยาศาสตร์โบราณ Babylonia สำรวจการเคลื่อนไหวของดาวเคราะห์

สนับสนุนว่า โลกเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาล โดยระบบที่วงกลมซ้อนในวงกลมเป็น
เรื่องที่มีความน่าพิศวง ถึงระเบียบแบบแผนพัวพันกัน รู้จักกันในชื่อ Ptolemic system มีหมู่ดาว 48 กลุ่มและจัดทำ Astronomical tables (ตารางดาราศาสตร์) Star catalogue (บัญชีรายชื่อดาว)

มีผลงานคำนวณ ระบบดาวเคราะห์ (Planetary Hypotheses) ทางคณิตศาสตร์
ให้เกิดความเป็นจริง ด้านกายภาพ เรื่องขอบเขตจักรวาล แสดงทรวดทรงและมิติ
ที่คำนวณได้ นับว่านำมาใช้กับเครื่องมือ ดาราศาสตร์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เรียกว่า Handy
Tables (ตารางคู่มือ) บันทึกข้อมูลระบบดาวที่ต้องการ เช่น ตำแหน่งดาวอาทิตย์
ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ กลุ่มดาว ซึ่งเป็นแบบแผนมาทุกวันนี้
 
 
Ptolemy นักปราชญ์ชาวกรีซ
 
 
Ptolemic system แสดงแนวคิดว่า โลกอยู่จุดศูนย์กลาง
ล้อมรอบด้วยดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์และหมู่ดาว 48 กลุ่ม
 
 
Nicholas Copernicus
 
 
เส้นทางก้าวเข้าสู่ดาราศาสตร์ยุคกลาง

มากกว่า 1,400 ปี หลังจากยุคของ Ptolemy จึงได้เกิดพัฒนาการที่มีสาระสำคัญ
จาก 4 นักดาราศาสตร์ อีกครั้ง เรียกว่ายุค Renaissance Astronomy (การฟื้นฟู
วิทยาการในทวีปยุโรป ระหว่าง ศตวรรษที่ 14-16)

Copernicus สมยานามว่า ผู้วางรากฐานดาราศาสตร์

นักดาราศาสตร์ชาว Polish ชื่อ Nicholas Copernicus (ค.ศ.1473-1543) จัดทำ
Modern heliocentric model (ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางระบบสุริยะ) ขึ้นจากข้อ
ผิดพลาดเดิมที่แสดงใน Ptolemaic model ของ Ptolemy นักปราชญ์ชาวกรีซ
ให้ถูกต้องใหม่ในส่วนที่พิสูจน์ได้

มีแนวคิดใหม่ก้าวหน้ามาก อธิบายว่าดวงอาทิตย์เป็น ศูนย์กลางของระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์อื่น และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365 วัน ทำให้เกิดฤดูกาล
นอกจากนั้นยังยืนยันว่า โลกมีสัณฐานกลมไม่ได้แบน อย่างที่เข้าใจกันมาก่อน
หน้านี้ โดยหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน

ดาวเคราะห์ทั้งหมด โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นไปในลักษณะวงกลม (ภายหลังมี
ข้อสรุปใหม่เป็นวงรี โดยนักดาราศาสตร์ ชาวเยอรมันชื่อ Johanes Kepler)

ส่วนสำคัญของ Model ยังยึดหลักเส้นรอบวงรูปแบบเดิมของ Ptolemaic model
แต่ได้ใช้ความระมัดระวังแก้ไข ระยะทางความห่างกันของดาวเคราะห์ ตามหน่วย
วัด AU (หน่วยวัดระยะทางดาราศาสตร์ในระบบสุริยะ)

โดยแสดงเงื่อนไข การโคจรเคลื่อนไหวถอยหลัง (Retrograde motion) ของดาว
เคราะห์ ผลงานชิ้นเอก Nicolaus เรียกว่า On the Revolution of the Celestial
Spheres หมายถึง การปฏิวัติมุ่งมองใหม่ของมนุษย์สู่จักรวาล แบบวิทยาศาสตร์

แต่รูปแบบคำอธิบายจาก Copernicus' model ไม่แพร่หลายยอมรับทำให้เป็น
ปรปักษ์กับศาสนา (Catholic church) ที่มีความเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้ให้กำเนิด
จักรวาลจึงถูกจำกัดวงความคิดไม่มีสถานที่ใดเปิดโอกาสให้โต้แย้งในความคิด
ดังกล่าว ซึ่งได้เปิดเผยหลังจากที่ Nicolaus ได้เสียชีวิตแล้ว
 
 
Modern heliocentric model
 
 
Tycho Brahe
 
 
Tycho สมยานามว่า ผู้รวบรวมข้อมูลดาราศาสตร์

นักดาราศาสตร์ชาว Danish ชื่อ Tycho Brahe (ค.ศ.1546-1601) เป็นผู้ริเริ่มใช้
กล้องแบบ Telescope astronomer (กล้องดูดาวระยะไกล) ทำให้สำรวจพบกลุ่ม Supernova ในหมู่ดาว Cassiopeia เมื่อ ค.ศ.1572 โดยคิดว่าเป็นดาวใหม่ ทำให้มี
ชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก

ต่อมาสำรวจ ดาวหาง ในปี ค.ศ. 1577 พิสูจน์ว่าดาวหางเดินทางเร็วกว่าดวงจันทร์
และไม่ใช่วัตถุในชั้นบรรยากาศของโลก มีผลงานจัดทำ รวบรวมข้อมูลบัญชีรายชื่อ
ดาว 777 ดวง อย่างละเอียดลออ แก้ไขปรับปรุงอย่างมีหลักเกณฑ์

พร้อมกันนั้นได้สร้างหอดูดาว Uranienborg (The Castle of Urania) ด้วยมีการ
พัฒนาเครื่องมือ ด้านดาราศาสตร์จัดทำระเบียบแบบแผน หลักเกณฑ์ การดูดาว
ด้วยตาเปล่า เพื่อการทำบันทึกที่มีความละเอียดขึ้น
 
 
หอดูดาว Uranienborg (The Castle of Urania)
 
 
Model of the solar system
 
 
Johannes Kepler
 
 
Kepler สมยานามว่า ผู้สำรวจระบบสุริยะ

นักดาราศาสตร์ชาว German ชื่อ Johannes Kepler (ค.ศ.1571-1630) ทดลอง
ใช้คำอธิบายข้อมูล ของ Tycho's data เรื่องดาวอังคาร ในการสำรวจและพัฒนา
ด้วยการสังเกต ซึ่งเป็นที่ยอมรับเป็นพื้น ฐานในระบบสุริยะทุกวันนี้ เช่น ระยะเวลา
การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ที่แตกต่างกัน และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการโคจรของดาว
เคราะห์รอบดวงอาทิตย์

จัดทำบัญชีรายชื่อดาวต่อจาก Tycho Brahe (เดิมที่มีอยู่ 777 ดวง) เพิ่มอีก 228 ดวง รวม 1,005 ดวง ใช้เวลานานถึง 27 ปีและวางกฎเกณฑ์ Laws of planetary motion (กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์) ไว้ 3 ประการคือ

1.เกี่ยวกับวงโคจร : วงโคจรของดาวเคราะห์ทุกดวงเป็นวงรีมีดวงอาทิตย์เป็น
   จุดศูนย์กลาง
2.เกี่ยวกับอาณาเขตพื้นที่ : ขณะที่ดาวเคราะห์เคลื่อนตัวไปในวงโคจรเส้นตรงที่
   เชื่อมระหว่าง ดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์ มีพื้นที่โดยรอบเท่ากันระยะเวลาเท่า    กัน (และเคลื่อนเร็วขึ้นเมื่อใกล้ดวงอาทิตย์)
3.เกี่ยวกับระยะทาง : กำลังสองของคาบวงโคจรของดาวเคราะห์เป็นสัดส่วนกับ
   กำลังสามของระยะทาง
 
 
เครื่องมือและบันทึก เกี่ยวกับระบบสุริยะของ Johannes Kepler
 
 
Johannes Kepler บันทึกเรื่องการสำรวจ De Stella Nova ไว้ในปี ค.ศ. 1604 มีเพียง 35 เล่ม
 
   
 
 
Galileo สมยานามว่า สำรวจและตอบสนองต่อแนวคิด Aristotle

นักดาราศาสตร์ชาว Italian ชื่อ Galileo Galilei (ค.ศ.1564-1642) ได้ริเริ่มมีแนว
คิดเรื่อง แรงเฉื่อย (Concept of inertia) ซึ่งอดีต Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีซ
เคยกล่าวถึง

ผลงานโด่งดังคือ Pendulum (กฎการแกว่งของนาฬิกาลูกตุ้ม) และแพร่เผยงาน
เขียนเรื่อง Hydrostatic Balance (เกี่ยวกับตาชั่ง) และ Center of Gravity of
Solid (จุดศูนย์ถ่วงของของแข็ง) มีการทดลองค้นคว้า หลักเกณฑ์เรื่อง Dynamic
(พลศาสตร์)

ค.ศ.1609 ได้ใช้กล้อง Telescopes ที่สร้างและปรับปรุง ทำให้สำรวจดาวใน Milky Way และ Little stars (ดวงจันทร์ของดาวพฤหัส) พบจุดดับบนดวงอาทิตย์ และ
พบว่าดวงจันทร์มีผิวไม่เรียบ การ ำรวจระยะวงโคจรดาวศุกร์ ได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนั้นยังสำรวจพบวงแหวนดาวเสาร์ กระทั่งดาวเคราะห์อื่นที่แทบไม่เห็นแสง
และเป็นผู้สรุปว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ โลกโคจรรอบดวง
อาทิตย์ ผลงานช่วงสุดท้ายของชีวิต เฝ้ามองดูการเคลื่อนไหวของดวงจันทร์พบว่า
ดวงจันทร์ใช้เวลา 15 วันในการโคจรรอบโลก

โดยข้อเท็จจริง 4 ท่านที่กล่าวมานั้น มีความรอบรู้ในแขนงต่างๆอีกมากมาย มิใช่
เพียงแต่เป็น นักดาราศาสตร์เท่านั้น แต่ได้รับการยกย่อง เป็นผู้มีคุณูปการต่อการ
ฟื้นฟูวิทยาการในทวีปยุโรป และเป็นที่ย่อมรับทั่วโลกในเวลาต่อมา
 
 
ปัจจุบันข้อมูลจาการสังเกตของ Galileo Galilei มีประโยชน์ต่อนักดาราศาสตร์ในหลายเรื่อง
 
 
   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   
 
หมวดดาราศาสตร์

1.วัตถุด้านลึกในท้องฟ้า

2.กลุ่มกระจุกดาว

3.กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก

4.กลุ่มดาราจักร

5.เริ่มต้น
นักดาราศาสตร์
ต้องทราบอะไรบ้าง


6.แนวทางสำหรับ
นักดาราสตร์


7.Download Free Software สำหรับ
การดูดาว


8.Gooqle Gadgets
for Astronomy


9.สำรวจจักรวาล
และ ระบบสุริยะพิเศษ


10.เช้าสำรวจถ้ำ
ค่ำดูดาว ที่เมืองวังเวียง

11.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดเล็กที่ ดงพญาเย็น


12.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดกลาง ที่ป่าสัก


13.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดใหญ่ แบบ
Deep Sky ที่เขาใหญ่


14.หมู่ดาว 88 กลุ่ม
ฐานข้อมูล Sky Charts ของ Cartes Du Cie
l

15.หมู่ดาว 88 กลุ่ม
โดย SunflowerCosmos
พร้อมคำอธิบายและ
ภาพประกอบ


1ุ6.รวมฐานข้อมูล
110 Messier Catalog


17.คำอธิบายศัพท์
ดาราศาสตร์ประกอบภาพ


18.ประวัติดาราศาสตร์
โบราณ


19.Sunflower
Camp -1


20.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017