|
|
| |
| |
Nebula : กลุ่มเนบิวล่า หรือ กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก |
| |
| |
Diffuse Nebula : เนบิวล่าแบบแพร่กระจาย
การรวมตัวของกลุ่มฝุ่นหมอกควัน ที่แพร่กระจายก๊าซเหล่านี้ คือมวลสสาร (Matter)
หากมีความหนาแน่น มีขนาดใหญ่เพียงพอสามารถเป็นแหล่งการกำเนิดดวงดาวได้
ภายในกลุ่มก๊าซเหล่านี้มักมีดวงดาวเกิดใหม่ ความร้อนสูงมากปลดปล่อยพลังงาน
ก๊าซมีส่วนประกอบ ของ Hydrogen ออกมากระทบกลุ่มก๊าซอวกาศเกิดลักษณะ
เหมือนแสง เรียกว่า Emission Nebula (เนบิวล่าแบบเรืองแสง) ซึ่งเป็นอะตอม
และละอองของไอออน (Ionized) จากรังสี Ultraviolet ของดาว
เนื่องจากในจักรวาล อุดมสมบูรณ์ไปด้วย Hydrogen ทั้งหมดผสมรวมใน Nebula
โดยสามารถแสดงปฏิกิริยาเป็นสีแดง สีเขียว ด้วยละอองของไอออนที่แพร่กระจาย ด้วยการสะท้อนจาก Oxygen เราจึงเห็นภาพถ่าย Nebula เป็นสีต่างๆได้ตามธาตุ
ของกลุ่มฝุ่นหมอกนั้นๆ
ถ้าจำนวนรังสี Ultraviolet มีจำนวนมาก บริเวณ Nebula นั้นอาจมีความสว่างไสว
มากกว่าดาว
บางกลุ่มของดาว ความร้อนน้อยกว่ากลุ่มก๊าซอวกาศ ได้รับเพียงผลกระทบสะท้อน
แสงจากดาวมองเห็นเป็นแสงสีขาว หรือน้ำเงินอ่อนๆ (Bluish) เรียกว่า Reflection Nebula (เนบิวล่าแบบสะท้อนแสง) |
 |
IC 1396 Emission Nebulae ขนาด 20 ปีแสง ห่างจากดวงอาทิตย์ 2,000 ปีแสง
อยู่ในบริเวณทางช้างเผือก จุดขาวเล็กๆคือดาวเกิดใหม่ อายุประมาณ 100,000 ปี |
 |
Energized Emission Nebula in Large Magellanic Cloud (LMC) ขนาด 150 ปีแสง
ความร้อนภายในมากกว่า 100,000 องศา จุดขาวเล็กคือ ดาวเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก |
| |
 |
M42 : Orion Reflection Nebula ขนาด 29 x 26 ปีแสง ห่างจากดวงอาทิตย์ 1,600ปีแสง จุดสีขาวใหญ่ คือดาวเกิดใหม่ อายุ 100,000 ปี |
| |
Planetary Nebula : เนบิวล่าคล้ายดาวเคราะห์
เป็นการเปล่งและปลดปล่อย แสงจากพลังงานที่เผาไหม้แกนกลางของดาวที่ใกล้
หมดลง ที่สุดบริเวณเปลือกของดาวฤกษ์นั้นเต็มไปด้วย มวลของก๊าซพลังงานสูง
มองเห็นแสงสว่างรอบๆ ลักษณะแสงที่เกิดขึ้นรอบๆนั้น มีรูปแบบปลดปล่อยออกมา
แบบวูบวาวเป็นจังหวะทั้งกลุ่ม ขอบเขตใหญ่โตมาก
การปลดปล่อยแสงดังกล่าวนั้น พร้อมการระเบิดพุ่งออกมา ด้วยลักษณะเศษซาก
แตกกระจายคล้ายดาวหางพุ่งกระจายตัวทุกทิศทาง มีควันเป็นทางยาวหลายไมล์
มองเข้าไปส่วนใน เห็นดวงดาวที่มีความร้อนแสงสว่างโชติช่วงอยู่ใจกลาง แสงที่เห็น
เป็นชนิด Ultraviolet จากใจกลางที่เป็นก๊าซเกิดจากละอองสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น
ยาวนานต่อเนื่องขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เหลืออยู่ นานนับหลายพันหลายหมื่นปี หรือมาก
กว่านั้นเชื่อว่ากาแล็คซี่ทางช้างเผือก มีมากกว่า 10,000 แห่ง
หมายเหตุ Planetary Nebula ไม่ใช่ ดาวเคราะห์ นักดาราศาสตร์สมัยโบราณ
ใช้กล้องดูดาว ขนาดเล็กสังเกตเห็นแล้วคล้ายดาวเคราะห์ จึงตั้งชื่อดังกล่าว |
| |
 |
M27 : Dumbbell Planetary Nebula ขนาด 1.9 X 8 ปีแสง
ห่างจากดวงอาทิตย์ 1,200 ปีแสง อายุ 20,000 ปี |
| |
 |
| NGC 2440 Planetary Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 4,000 ปีแสง |
| |
 |
| NGC 2440 Planetary Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 4,000 ปีแสง |
| |
 |
| Cat's Eye Planetary Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 3,000 ปีแสง |
| |
| |
Supernova Remnants Nebula : เนบิวล่าสว่างแบบฉับพลัน
ดวงดาวในท้องฟ้ามีความใหญ่โต กว่า ดวงอาทิตย์ อย่างน้อย 3 เท่า ถึงหลายร้อย
เท่า หลังจากได้ปลดปล่อยพลังงานหมด จุดสิ้นสุดก็จะกลายเป็น ดาวแคระขาว (White Dwarf) บางทีใกล้ก่อนถึงจุดนี้ จะเกิดปฏิกิริยาปะทุแตกกระจายตัวอย่าง
รุนแรง แสงสว่างระเบิดเพิ่มขึ้นอีก ถึง 10 พันล้านเท่า เมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์
การผลักดันจากเปลือกดวงดาวครั้งยิ่งใหญ่ มหาศาล เรียกว่า Supernova Type II
แต่ในทางกลับกัน หากมวลสสารของ ดาวแคระขาวลดลงแต่สามารถแตกกระจาย ได้เช่นกัน เรียกว่า Supernova Type I ทั้ง 2 ประเภทรวม เรียกว่า Supernova
Remnants |
| |
 |
| M1 : Crab Nebula Supernova Remnant ขนาด 7 X 4.6 ปีแสง ห่างจากดวงอาทิตย์ 6,500 ปีแสง |
Supernova Remnants Nebula
ระเบิดแตกตัวอย่างรุนแรงใช้เวลายาวนานต่อเนื่องหลายแสนถึงหลายล้านปี
(บนซ้าย-ขวา)ขนาดเส้นผ่าศูนย์ 600 ปีแสงและ 1,500 ปีแสง (ล่างซ้าย) ขนาด 10,000 ปีแสง
เป็นแบบ Supernova Type I (ล่างขวา) ขนาด 13,000 ปีแสง เป็นแบบ Supernova Type II |
| |
| |
Dark Nebula : เนบิวล่ามืด
คือกลุ่มก๊าซหมอกหนาทึบ มองเห็นได้เพราะแสงจากวัตถุที่อยู่ด้านหลังของเนบิวล่า
มืดนั้นฉายออกมา โดยมีความแตกต่างจากเนบิวล่าอื่นๆทั้งหมดในบริเวณเนบิวล่ามืด
จะไม่มีแสงจากดวงดาวที่อยู่ใกล้เคียง |
|
| |
 |
| Barnard 72 (B72) Dark Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 650 ปีแสง |
| |
 |
| Cloud Barnard 68 Dark Nebula มีขนาด 500 ปีแสง |
| |
|
|
|
|