แนวทางเริ่มต้น สำหรับนักดาราศาสตร์ใหม่ [หน้่า 2/4]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Feb 16, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   แนวทางเริ่มต้น สำหรับนักดาราศาสตร์ใหม่ [หน้่า 2/4]
 
 
สามารถใช้กล้องดูดาว ในกลุ่มทางช้างเผือกได้อย่างมากมาย นับหลายแสนหลาย
ล้านดวงเช่น กลุ่มกระจุกดาว (Star Clusters) กลุ่มดาราจักร (Galaxies)
กลุ่มฝุ่นหมอก (Nebulas) หรือกลุ่มดาว (Constellations)

เบื้องต้นต้องรู้จัก กลุ่มดาว ก่อนว่ามีดาวอะไรอยู่ในกลุ่มดาวนั้นบ้าง นับว่าเป็นเรื่อง
เริ่มยุ่งยากของจำนวนดาว ซึ่งแต่มีถึง 88 กลุ่ม แต่ละกลุ่มแตกแยกรายละเอียด
ออกไป มีลักษณะเส้นโครง สร้างเชื่อมโยงกันเป็น Zodiac (ดารามณฑล)

การยังจดจำลักษณะเส้นเชื่อมโยง หรือชื่อดาวไม่ได้ เป็นเรื่องปกติเพราะจำนวน
มาก ยังไม่คุ้นเคย ไม่จำเป็นต้องท่องจำ เทคนิคสำคัญ การออกภาคสนามบ่อยจะ
ช่วยให้จดจำได้อย่างไม่รู้ตัว จนสามารถแยกสีสรรของดาวแต่ละดวงได้

สามารถศึกษา ทำความเข้าใจ จากแผนที่ดาวทั่วไป หรือตาม Banner links นี้
 
 
 
การเลือกใช้ กล้องและอุปกรณ์

Binocular (กล้องสองตา) เป็นกล้องที่เหมาะ สำหรับเริ่มต้นการดูดาวเนื่องจากมี
ความสะดวกต่อการพกพา ราคาประหยัด สามารถหาซื้อได้ง่าย จำเป็นต้องทราบ
วิธีการเลือกซื้อกล้องประเภทนี้ด้วย

การซื้อกล้องดูดาว ใช้สำหรับดูดาว ควรพิจารณา รายละเอียดของกล้อง คุณภาพ
ความน่าเชื่อถือจากตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากไม่ได้ซื้อกล้องดูดาวประเภทของเล่น

การซื้อกล้องดูดาวให้เป็นของขวัญแก่เด็กๆ ควรซื้อกล้องที่ใช้ดูดาวได้จริงๆไม่ควร
ซื้อแบบของเล่นให้กับเด็ก เพราะจะไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งไม่คุ้มค่าเงินที่เสียไป

ประเด็นแรก ที่ควรพิจารณาก่อนซื้อกล้อง

ก่อนการซื้อกล้องหรืออุปกรณ์สำหรับดูดาว ควรทราบก่อนว่า วัตถุประเภทใดบน
ท้องฟ้าเช่น หากสนใจเรื่องฝนดาวตก ไม่จำเป็นต้องซื้อกล้อง เพราะเป็นเห็นด้วย
ตาเปล่าได้หากใช้กล้องอาจไม่ทันดูกว่าจะปรับโฟกัส ก็หายไปแล้ว

หากสนใจดาวเคราะห์ต่างๆในระบบสุริยะ หรือกระจุกดาว ก็ใช้กล้องขนาดเล็กได้
หากสนใจ ประเภทดาราจักร กลุ่มฝุ่นหมอกต้องใช้กล้อง อุปกรณ์ที่ต่างออกไป
มีเทคนิคแตกต่างกัน การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้กล้องโดยทันทีก็ได้

ค่อยๆ ศึกษาเครื่องมืออย่าใจร้อน จะเสียเงินเปล่าเพราะกล้องตัวเดียวไม่สามารถ
ดูดาวได้ครอบจักรวาล แต่การเริ่มต้นด้วย ความเหมาะสมจากกล้องราคาที่พอควร
ไม่แพงเกินไป จนมั่นใจว่าสนใจจริงจะยึดเป็น งานอดิเรกยามว่าง

มักได้ยินคำถาม จากผู้ที่เริ่มจะซื้อกล้องว่า กล้องรุ่น นี้ขยายได้กี่เท่า? กล้องตัวนี้ดูดาวได้ครบหมดหรือไม่ ? แสดงว่ายังมีความเข้าที่ไม่ถูกต้อง

อัตราการขยายไม่เป็นสิ่งที่ได้เปรียบว่า หากวัตถุนั้นไกลมาก ขยายอย่างไรก็ไม่
คมชัดกว่ากันเท่าใดนัก อาจเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นบ้างตามอัตราส่วน ขั้นแรกควรเน้น
กลุ่มวัตถุที่อยู่ในพิกัดเหมาะสมกับกล้องที่จะซื้อ

กล้อง Binocular สำหรับการดูดาวเริ่มต้นแบบประหยัดงบ
ทั่วไปในท้องตลาดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทกำหนดด้วยขนาด มีข้อเด่นข้อด้อย
ต่างกัน ด้วยลักษณะการจะนำมาใช้งาน

กล้องขนาดเล็ก (Compact)
กล้องขนาดมาตรฐาน (Standard)
กล้องขนาดใหญ่ยักษ์ (Giant)
 
 
 
 
เปรียบเทียบ ประเภทของกล้อง Binocular การใช้งานสำหรับการดูดาว
 
ประเภท
ข้อเด่น
ข้อด้อย
 
กล้องขนาดเล็ก
Compact
-ขนาดกะทัดรัด
-น้ำหนักเบา
-ใช้งานคล่องตัว
-ออกแบบสวยงาม
-เห็นขนาดวัตถุเล็กเกินไป
-ไม่เหมาะสำหรับใช้ดูดาว
-บางรุ่นราคาแพง
 
กล้องขนาดมาตรฐาน
Standard
-ใช้งานคล่องตัว
-มีหลากหลายรุ่นให้เลือก
-เห็นขนาดวัตถุชัดเจนดี
-สามารถดูดาว
ได้ระดับ 11 Mag.
 เพียงพอสำหรับ
 การเริ่มต้นดูดาว
 
กล้องขนาดใหญ่ยักษ์
Giant
-กำลังขยายสูง เห็น
-ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์
 บางดวงระบบสุริยะชัดเจน
-ขนาดใหญ่และหนักมาก
-จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง
 
ความเห็น ของ SunflowerCosmos จากข้อสรุปในตาราง

กล้องขนาดมาตรฐาน (Standard) เหมาะสมที่สุดเฉพาะขนาดนี้สามารถดูดาว
ได้หลายหมื่นดวง เพราะดาวระดับความ สว่างไม่เกิน 11 Mag. มีจำนวนมาก
กระจุกดาวสามารถเห็นได้มาก ส่วนดาราจักรและกลุ่มฝุ่นหมอกจะเห็นยากขึ้น
เมื่อชำนาญ จะมองออกได้บ้าง ดาวเคราะห์ระบบสุริยะเห็นบางดวง (ดาวเนปจูน
และยูเรนัส ไม่เห็น) ดวงจันทร์ชัดเจนมากเพราะใกล้
 
 
หลักเกณฑ์การพิจารณากล้อง Binocular

1.ควรเลือกซื้อกล้อง Binocular ที่ระบุไว้ในแค็ตตาล็อกจากผู้ผลิตว่าสำหรับดูดาว
เช่น ระบุว่าคำว่า Astronomy (ไม่ควรซื้อกล้อง ที่ระบุคำว่า TRAVE หรือกล้อง
สำหรับดูนก กล้องใช้ทางทหาร เพราะ Lens Coating ไม่เหมือนกัน) และไม่ควร
ซื้อกล้องจากแผงลอยทั่วไป โดยเฉพาะตามตลาด ตามห้างบางแห่งที่ผู้ขายไม่เข้า
ใจเรื่องการดูดาว

2.กล้อง Binocular ส่วนใหญ่อาจผลิตจากประเทศจีน ไต้หวัน แต่สิ่งที่สำคัญคือ
คุณภาพเลนส์ หากเป็นยี่ห้อที่เชื่อถือได้ เลนส์ของกล้องจะ Coating ตามที่ระบุไว้
แน่นอนว่าได้คุณภาพที่ดีกว่ามาก ไม่ควรพิจารณาจาก Body ซึ่งอาจคล้ายกันได้ (หากซื้อในประเทศไทย มีผู้นำเข้าตัวแทนที่เชื่อถือได้ เช่น Meade, Celestron
Orion , William Optics เป็นต้น) ตัวแทนเหล่านี้มักมีข้อแนะ นำสำหรับผู้เริ่มต้น

เคยพบว่ายี่ห้อ No name แพงกว่าเพราะตั้งราคาไม่มีมาตรฐาน เลนส์ไม่ได้คุณภาพ
 
 
 
 
3.สิ่งที่ต้องทราบอันดับแรก คือกำลังขยาย (Magnification) และขนาดเส้นผ่า
ศูนย์กลางขนาดเลนส์ (Objective Lens Diameter) เช่น 9 X 63 = กำลังขยาย
9 เท่า X ขนาดเส้นผ่าศูนย์เลนส์ 63 มม.

อย่างไรก็ตาม ขนาดกำลังขยายสูงๆเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นนัก ในการเริ่มต้น
ผู้ผลิตกล้อง ประเภทของเล่นที่เชื่อถือไม่ได้ มักระบุตัวเลขไม่ตรงกับความจริง
เช่น ขนาด 8 X 40 อาจระบุไว้เป็น 10 X 40 หรือ บางกรณีระบุตัวเลขรุ่นให้เข้าใจ
ผิดคล้ายกับแสดงกำลังขยายว่ามีประสิทธิภาพสูง

ตัวอย่างภาพบน เป็นกล้องประเภท Travel กำลังขยาย (Magnification) 7 เท่า
ขนาด เส้นผ่าศูนย์เลนส์รับภาพ (Objective diameter) 50 มม.หากขนาด ของ
เลนส์ใหญ่ขึ้น ทำให้แสงผ่านเข้าไปได้มาก ภาพที่เห็นมีความสว่างมากกว่ากล้อง
ที่มีขนาดเล็ก

ส่วน Field of View หรือ FOV เป็นขนาดของภาพ ที่เห็นจากกล้อง คือเห็นได้
กว้าง 372 ฟุตที่ 1,000 หลา การมี FOV กว้างจะมอง หาวัตถุบนท้องฟ้าง่ายขึ้น
หากมีกำลังขยายยิ่งสูง ค่า FOV ยิ่งแคบลง

เปรียบเทียบ FOV จากซ้ายสุดจะเห็น ดวงจันทร์ทั้งดวง หรือกลุ่มดาวบนท้องฟ้า
เป็นมุมกว้างมีจำนวนมาก แสดงค่า FOV กว้างวัตถุที่เห็นจะเล็ก ส่วนด้านขวาสุด
ดวงจันทร์ใหญ่ขึ้น เห็นไม่เต็มดวง กลุ่มดาวบนท้องฟ้าเป็นจุดใหญ่ขึ้นเช่นกันนั้น
แสดงว่า FOV แคบลง ภาพที่เห็นจะใหญ่แต่อาจขาดความคมชัด ซึ่งกล้องที่ไม่
มีคุณภาพ ของเลนส์ที่ดีจะแสดงผลให้เห็น
 
 
 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017