|
|
| |
| |
เริ่มต้นนักดาราศาสตร์ต้องทราบอะไรบ้าง - 2 |
| |
| |
3.สิ่งที่จะต้องทราบอันดับแรก คือกำลังขยาย (Magnification) และขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง ขนาดเลนส์ (Objective Lens Diameter) เช่น 9 X 63 = กำลังขยาย 9 เท่าX ขนาดเส้นผ่าศูนย์เลนส์ 63 มม.
อย่างไรก็ตาม ขนาดกำลังขยายสูงๆเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นนัก ในการเริ่มต้น
(ผู้ผลิตกล้อง ประเภทของเล่นที่เชื่อถือไม่ได้ มักระบุตัวเลขไม่ตรงกับความจริง
เช่น ขนาด 8 X 40 แต่อาจระบุไว้เป็น 10 X 40 หรือบางกรณีระบุตัวเลขรุ่น
ให้ดูคล้ายกับแสดงกำลังขยายว่ามีประสิทธิภาพสูง)
สามารถพิจารณาตามตารางแนะนำ เป็นเบื้องต้นจากยี่ห้อที่เชื่อถือได้ และเป็นที่นิยมทั่วไปของนักดาราศาสตร์ จากตารางที่ 2 |
| |
ตัวอย่างในภาพ เป็นกล้องประเภท Travel กำลังขยาย (Magnification) 7 เท่า ขนาด เส้นผ่าศูนย์เลนส์รับภาพ (Objective diameter) 50 มม.หากขนาด ของ เลนส์ใหญ่ขึ้น
ทำให้แสงผ่านเข้าไปได้มาก ภาพที่เห็นมีความสว่างมากกว่ากล้อง ที่มีขนาดเล็ก
ส่วน Field of View หรือเรียก FOV เป็นขนาดของภาพที่เราเห็นจากกล้อง คือเห็นได้กว้าง 372 ฟุตที่ 1,000 หลา การที่มี FOV กว้างเราจะมอง หาวัตถุบนท้องฟ้าง่ายขึ้น หากมีกำลังขยายยิ่งสูง ค่า FOV ยิ่งแคบลง |
| |
เปรียบเทียบ FOV จากซ้ายสุดจะเห็น ดวงจันทร์ทั้งดวง หรือกลุ่มดาวบนท้องฟ้า
เป็นมุมกว้างมีจำนวนมาก แสดงค่า FOV กว้างวัตถุที่เห็นจะเล็ก ส่วนด้านขวาสุด ดวงจันทร์ใหญ่ขึ้น เห็นไม่เต็มดวง กลุ่มดาวบนท้องฟ้าเป็นจุดใหญ่ขึ้นเช่นกันนั้น แสดงว่า FOV แคบลง ภาพที่เห็นจะใหญ่แต่อาจขาดความคมชัด ซึ่งกล้องที่ไม่ มีคุณภาพของเลนส์ที่ดี จะแสดงผลให้เห็น |
| |
ตารางที่ 2 Specifications Binocular สำหรับดูดาวโดยเฉพาะ มีตัวแทนในประเทศไทย ทั้งหมด Lens Coat แบบ Multi - Coated |
| |
ยี่ห้อรุ่น |
Magnification x Lens Diameter |
Prism System |
| |
Meade :
Astro 9 X 63 |
9 เท่า X 63 มม. |
Roof Prism |
| |
Selestron :
SkyMaster
12 X 60
15 X 70
20 X 80 |
12 เท่า X 60 มม.
15 เท่า X 70 มม.
20 เท่า X 80 มม. |
Bak 4
Bak 4
Bak 4 |
| |
Orion :
Explorer
15 X 70
20 X 80
25 X 100 |
15 เท่า X 70 มม.
20 เท่า X 80 มม.
25 เท่า X 100 มม |
Bak 4
Bak 4
Bak 4 |
|
| |
ข้อสรุปจากตารางที่ 2
รุ่นต่างๆที่แสดงไว้นั้นเป็นรุ่นที่มีความมาตรฐานในด้านคุณภาพสำหรับการดูดาว
รายละเอียดโปรดตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ที่นี้แนะนำด้วยประสงค์
ให้ผู้สนใจเป็นแนวทางเพื่อประกอบการพิจาณาเท่านั้น |
|
| |
4. น้ำหนักของกล้อง Binocular เป็นส่วนที่ต้องพิจารณาร่วมในการตัดสินใจด้วย
เนื่องจากขณะที่ใช้งานเป็นเวลานาน การยกส่องดูจะทำให้แขนล้า
หากกำลังขยายมากไปเวลายกกล้องดูภาพ จะสั่นไหวไม่นิ่งทำให้ยากต่อการดู
อาจจะต้องใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป ติดตั้งกล้องดูดาวได้เพื่อให้นิ่งเพราะฉะนั้น
ควรทดสอบจากร้านตัวแทนจำหน่ายก่อน |
| |
กรณีใชัขาตั้งกล้องจะมีอุปกรณ์เสริม ยึดระหว่างกล้องและขาตั้งกล้อง เรียกว่า Tripod Adapter
ส่วนขาตั้งกล้องควรพิจารณาที่มีโครงสร้างแข็งแรง น้ำหนักที่ เบา ประกอบด้วย |
| |
|
| |
5. บางรุ่นของผู้ผลิต ออกแบบกล้อง Binocular มีความยาวเป็นพิเศษ ทำให้มี
ทางยาวของโฟกัสมาก เป็นข้อดีสำหรับการดูดาว แต่หากตั้งพกพาสำหรับเดิน
ทางไปดูดาวในต่างพื้นที่ เราต้องคำนึงถึงขนาดและน้ำหนักประกอบ
6. ขณะทดสอบการเลือกซื้อกล้อง ให้สังเกตดูว่าช่องมองของเลนส์ และเลนส์
แนบสนิทกันดีหรือไม่ ส่องดูผิวเลนส์มีรอยขีดข่วนหรือไม่ การทดสอบหมุนปุ่ม
ปรับโฟกัสให้รู้จักหมุนคล่อง เบามือ ไม่ฝืดจนเกินไป
7. กรณีสำหรับบางคนมีสายตายาวกล้อง Binocular บางรุ่นมักจะมีโฟกัสพิเศษ
(Eye Relief) สำหรับผู้สายตายาว เป็นข้อดีช่วยให้การดูดาว จากกล้องมีความ มีความสบายตายิ่งขึ้น
8. คำเตือน ห้ามใช้กล้องดูดาวหรือกล้องใดๆ ส่องดูดวงอาทิตย์เด็ดขาด
เพราะทำให้สายตาเสียได้ทันที การดูดวงอาทิตย์มีกล้องเฉพาะชื่อ
Coronado Hydrogen Alpha Telescope และไม่ควรเก็บกล้องดูดาว ไว้ในที่ร้อนหรืออับชื้น |
| |
|
|
 |
| |
|
| |
แผนที่ดาว เริ่มต้นอย่างไรดี
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ การดูดาว เมื่อเรามองดูท้องฟ้า ดาวที่เราเห็น
คล้ายกันเกือบทุกดวงอาจมีความต่างของสีบ้าง หากไม่ตั้งใจสังเกตุจะ
มองไม่ออกเลยแผนที่ดาวจะบอกเราได้ถึงตำแหน่ง และชื่อดาวบนท้องฟ้า
ความละเอียดของแผนที่เราจะกำหนดถึงค่าความสว่าง Mag. (Magnitude)
ของวัตถุเป็นเกณฑ์เช่น บนแผนที่อาจกำหนดไว้ว่า มีเฉพาะดาวที่ความสว่าง
ไม่เกิน 7 Mag. หรือไม่เกิน 11 Mag. ก็เพียงพอมากมายแล้วสำหรับการเริ่มต้น
แผนที่ดาว แบบแผ่นจานหมุน
แบบแผ่นหมุนสำเร็จรูปของต่างประเทศ จะใช้กับประเทศไทยไม่ได้ เพราะ
ตำแหน่งการมอง เส้นแวง เส้นรุ้งคนละตำแหน่งกับประเทศไทย
ส่วนของประเทศไทยมีโดยเฉพาะหาซื้อได้ทั่วไปราคาถูก มีข้อเสียคือ
มีความละเอียดน้อยสำหรับการใช้กับกล้องดูดาว จึงเหมาะสำหรับการดูดาว
ด้วยตาเปล่าเท่านั้น |
| |
|
|
 |
| |
แผนที่ดาวบนหนังสือคู่มือ
เป็นวิธีที่ประหยัดอีกวิธีหนึ่ง แต่ละสำนักพิมพ์ จัดทำในรูปแบบที่ต่างกัน
รายละเอียดและข้อมูลขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้ ต้องพิจารณาดูว่า
เราประสงค์ต้องการใช้ระดับไหน บางเล่มจะระบุโซนการเห็นของดาว
บริเวณเส้นแวง และเส้นรุ้งแถบเส้นศูนย์สูตรซึ่งสามารถใช้ได้
โดยจะบอกถึงแต่ละกลุ่มดาวว่ามีสิ่ง น่าสนใจ เช่น กระจุกดาว ดาราจักร ฯลฯ
ใดบ้างที่สามารถใช้กล้องขนาดเล็กดูได้ ใช้ให้คุ้นเคยจะหาพิกัด ตำแหน่งได้ ไม่ยากควรมีไว้ประกอบ ในการดูดาวภาค สนามไว้อย่างน้อย 1 เล่ม
สามารถหาซื้อได้ ตามร้านขายหนังสือนำเข้า |
 |
| |
แผนที่ดาวบน Plam / OS
เป็นที่นิยมมาก ในต่างประเทศ เนื่องจากเป็น Software ที่สามารถ อัฟเดทเวลา
และสถานที่ กำหนดพิกัดเส้นรุ้ง เส้นแวง ตามจังหวัดที่เราจะไปดูได้
ทำให้มีความ แม่นยำดี และสามารถย้อนหลังหรือล่วงหน้าได้ มีข้อมูลดาว
เพียงพอที่จะดูในขั้นเริ่มต้นจนระดับกลาง
แต่ Software ฟรีพบว่ามีปัญหา Spy Were จำเป็นต้องซื้อ แนะนำดาวน์โหลด ที่ 2 Sky Star Chart For Palm (Commercial)
ได้ทดลองใช้มา 3 ปี สมบูรณ์และใช้ง่ายมีข้อมูลแผนที่ดาว 1,000,000 ดวง
Software มีความเสถียรดี การใช้แผนที่ดาวบน Plam / OS
มีข้อดีอีกประการคือแบตเตอรี่ จะเพียงพอดูได้ตลอดคืน
Software บางสำนักฯก็สามารถใช้บน PDA Pocket ได้ |
| |
 |
| |
แผนที่ดาวบน P.C. หรือ Note book
Software ฟรีมีมาก สำหรับการดูดาว ตั้งแต่แบบเริ่มต้น จนถึงระดับสูง
สามารถเลือกและทดลองใช้ แต่ละ Software มีรายละเอียดค่อนข้างแตกต่างกัน
ของการใช้งานตามที่ถนัด แผนที่ดาวบน P.C. หรือ Note book
จะได้ข้อมูลต่างๆที่ ถ้วนสมบูรณ์ แต่หากวางแผนจะดูทั้งคืน ควรหาวิธีสำรอง
แบตเตอรี่ Note book ไว้ด้วยสำหรับ
ผู้เริ่มต้นไม่แนะนำให้ซื้อ สามารถดาวน์โหลดฟรี ตาม Links นี้
โดยได้คัดเลือกและทดลองใช้มากกว่า 5 ปี มาตรฐานดี |
| |
กรณีที่ไม่สะดวกในการนำ Note book ไปใช้ขณะดูดาว
แนะนำให้ วางแผนเรื่องสถานที่และเวลาล่วงของการดูดาวแต่ละครั้ง
บน Software แล้ว Print ออกมาเป็นแผ่นนำไปใช้
เท่านี้เราก็มีแผนที่ดาวที่สมบูรณ์สำหรับใช้งานแล้ว |
|
|
|
|