*Sirius ตรงกับความหมายคำว่า scorching = เผาไหม้เกรียม, แผดจ้า
หรือ sparkling = ประกายแสงวูบวาว
*Canis Major (กลุ่มดาวสุนัขใหญ่) เป็นกลุ่มดาวมีพื้นที่ 380 sq.degrees
มีดาวเด่นสุกใส คือ Sirius ,
Adharaz และ Muizim โดยเฉพาะ Sirius มี
มีประกายแสงคมชัด จากสาเหตุ 2 ประการคือ พลังงานส่องสว่างมากเป็น
25 เท่าของดวงอาทิตย์ และตำแหน่งห่างจากโลกเพียง 8.6 ปีแสง Sirius
จึงนับเป็น Bright Star ในอันดับที่ 1
*แท้จริงแล้ว
Sirius มีตำแหน่งดาวซ้อนกัน 2 ดวง คือ Sirius A และ Sirius B
จึงเป็นระบบดาวคู่
(Binary star system) มีคาบวงโคจรต่อกัน 50 ปี โดย
Sirius A มีค่าโชติมาตร -1.46 ส่วน Sirius B มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะ
เพราะมีค่าโชติมาตร 8.44 จึงลางเลือนกว่ามาก
*การสังเกต Sirius A ด้วยตาเปล่า สามารถเห็นประกายแสงวูบวาว จากสาเหตุ
การเดินทางของแสงหักเหผ่านชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการกระเพื่อม
*การสังเกตเพื่อเห็น Sirius A และ Sirius B ดาวทั้ง 2 ดวงโคจรรอบกัน ต้อง
ใช้กล้อง Telescope ขนาดใหญ่
*มีความเป็นได้ในชั้นบรรยากาศของ Sirius A ได้รับภาวะมลพิษจากวัตถุดิบ
ที่พ่นเป่าออกมาจาก Sirius B ซึ่งเกิดจากการอ่อนแอของสนามแม่เหล็ก
*ค.ศ.1844 - Bessel เป็นผู้ทำนายว่า Sirius B จัดอยู่ในประเภทดาวแคระขาว
(White dwarf star)
*ค.ศ. 1862 - Alvan Clark สำรวจเห็น Sirius B ครั้งแรก เบื้องต้นทราบว่าโคจร
เคลื่อนตัวรอบ Sirius A
*ค.ศ. 1925 - W. Adams สำรวจและมีหลักฐานชัดเจน แสดงในเห็นว่า Sirius B
มีขนาดเล็ก และมีลักษณะเฉพาะความร้อนสูงมาก