สถานการณ์โลกร้อน SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Oct 21, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก - 4
 
ข้อสรุปในวันนี้ ไม่มีทางหยุดวิกฤตได้ใน 100 ปี จริงหรือไม่ ?
 
คำว่าวิกฤตมองกันอย่างไร ใครเป็นผู้สรุปเมื่อหลายเหตุการณ์ ยังไม่ได้สร้างความ
เดือดร้อนให้กับตัวเราชัดเจนนัก ทุกวันนี้เพียงอากาศร้อนขึ้นบ้าง เราก็อยู่ในห้อง
ปรับอากาศ ฝนตกน้ำท่วม เราหลีกเหลี่ยงได้

ถึงบางแห่งมีผลผลิตเสียหาย เรายังมีอาหารยังชีพซื้อหาสะดวกเหมือนเดิมไม่เห็น
น่าวิตกใดๆ แต่ความจริงแล้วผลกระทบค่อยๆเกิดที่ละน้อยจน เราแทบไม่รู้ลึก

เพราะฉะนั้นตอนนี้ คำว่าวิกฤต เราจึงยังไม่วิตก เมื่อถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ เรามีเงิน
มีเทคโนโลยีจะแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการเกิดของระบบธรรมชาติวงกว้าง
ทั่วโลกต้องใช้เวลา นานนับพันเท่า

เพื่อความแน่ใจว่าอาจเกิดวิกฤต ตามที่ทราบจากข่าวถึงตัวเราจริงหรือ สถาบันต่างๆ
พยายามบอกกล่าว ลองมาศึกษาผลสรุปสำคัญน่าสนใจ ได้เลือกมาให้ทราบใน
ประเด็นไม่ซับซ้อนแล้วพิจารณาดู ตัดสินด้วยตนใจว่าวิกฤตหรือไม่
 
แบบจำลองวิเคราะห์โดย NASA's ใน 30 ปี อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีก 6 องศา
 
    ขั้วโลกเหนือเป็นบริเวณที่จะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมากที่สุด
 
  แสดงข้อมูล การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก ภายใน 30 ปีข้างหน้า ของ NASA's
Goddard Institute for Space มีข้อสรุป ชี้ประเด็นว่า

น้ำแข็งบริเวณแถบขั้วโลก (Siberia - Northern Canada - Alaska) จะละลาย
ประมาณ 14% ใน 2 ปี พื้นผิวโลกจะสะสมความร้อนเฉลี่ย 2 องศา C ทุก 10 ปี
เท่ากับว่า ใน 30 ปี ข้างหน้าจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 6 องศา C
 
แบบจำลอง Meehl's model วิเคราะห์โดย
The National Center for Atmospheric Research
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ยาวนาน
 
โดยอาศัยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก ช่วงปี 1890-1990 พบว่ามีค่าแตก
ต่างเพิ่มขึ้นโดยตลอดจากผลเกิดจากมนุษย์ (เผาผลาญเชื้อเพลิง) และจากธรรม
ชาติโดยตรง (จากคาร์บอนของ ภูเขาไฟ)

แสดงค่าเป็นองศา F สิ่งที่มนุษย์กระทำ พบว่ามีค่าเฉลี่ยเพิ่มมากกว่าธรรมชาติ ได้วิเคราะห์ชี้ประเด็นสรุปว่า สิ่งหลีกเหลี่ยงไม่ได้ คือ

1.สภาพทะเลจะเสื่อมทรุดโทรม ลงอย่างกว้างขวางหลังจากอุณหภูมิโลกเปลี่ยน
แปลง ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Thermal inertia หมายถึงเป็น การเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่ ใช้เวลายาวนานเป็นทศวรรษหรือเป็นศตวรรษ (ไม่ใช่เพียงเป็นระยะสั้นๆ)

โดยความร้อน สามารถเห็นจากสภาพบรรยากาศ ในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา แต่ยัง
ไม่มีผลกับน้ำทะเล เต็มที่ในขณะนี้

2. Carbon dioxide และก๊าซปฏิกิริยาเรือนกระจก ไม่สามารถหยุดยั้งได้ด้วย
ปฏิกิริยาทางเคมีใดๆได้อย่างทันที โดยต้องใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานมาก
 
     แสดงผลการเพิ่มของอุณหภูมิจริงย้อนหลังใกล้เคียงกับแบบจำลอง
 
แบบจำลอง Lawrence Livermore
modeled carbon emissions and climate change
วิเคราะห์โดย Lawrence Livermore National Laboratory
ต้องพบกับสภาวะที่อันตราย 100 -300 ปีข้างหน้าแน่ๆ
 
     แบบจำลอง Lawrence แสดงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเช่นกัน
 
ด้วยการใช้ข้อมูลสภาพอากาศและวัฎจักรของคาร์บอน
ทั้งสองประการวิเคราะห์ ชี้ประเด็นว่า

1.ถ้าตราบใดมนุษย์ยังไม่ลด การเผาผลาญเชื้อเพลิงอนาคต ระดับน้ำทะเลจะเพิ่ม
สูงขึ้น 7 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิจะสูงขึ้น 8 องศา C ภายใน
ปี 2300 สภาพทะเล

ในแบบจำลองแสดงว่า ช่วงปี 2200 - 2300 ด้วยการแกว่งไปมาของปริมาณ CO2ระยะสั้นลงเรื่อยๆจากดูดซับของระบบนิเวศในทะเล ด้วยชีวะมวลและผิวดินใต้ทะเล
ที่ลดลง

2.การที่น้ำแข็งบริเวณขั้วโลก ละลายออกมาอย่างน่ากลัว พบว่ามีอุณหภูมิสูงขึ้น
กว่า 20 องศา C ทำให้หลายพื้นที่เปลี่ยนแปลง มีผลกระทบโดยจะ สูญเสียป่าไม้
ขณะนี้ CO2 ปริมาณวัดได้ 380 ppm.

ด้วยแบบจำลอง ปี 2300 มีปริมาณเป็น1,423 ppm. CO2 ปกคลุมพื้นผิวดินแหล่ง
อาศัยของชีวะมวล (Biomass) ระบบห่วงโซ่อาหารถูกตัดทอนลงทำให้ CO2 เพิ่ม มากขึ้นอีก แบบจำลองยังแสดงว่าหาก CO2 ยิ่งเพิ่มยิ่งทำให้ Nitrogen/Nutrient
จำกัดลงทำให้ดินขาดแคลนธาตุอาหาร ทำให้ป่าไม้ลดน้อยลง

3.ในปี 2300 ปริมาณ CO2 ที่ปลดปล่อย 38% จากพื้นดินและ 17% จากทะเล
ทำให้ชั้นบรรยากาศ เก็บสะสมไว้ถาวร 45% เมื่อมีการปลดปล่อยจำนวนมากขึ้น
สู่ชั้นบรรยากาศ หรือปลดปล่อยในทะเลสูง

ถ้าขั้นสุดท้ายถึง 80%ทำให้ทะเล เกิดเป็นกรด ยิ่งเป็นปัญหาหนักต่อสภาพอากาศ และระบบนิเวศในทะเลกระทบ ต่อชีวิตสัตว์ทั้งมวล

4.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วยความรุนแรงอีก 300 ปี ทะเลจะมีขนาดใหญ่
ขึ้นระดับน้ำสูงมากขึ้น แบบจำลองแสดง ถึงทะเลน้ำแข็งหายสาบสูญในค.ศ. 2150 และเกิดฤดูร้อนที่ขั้วโลกเหนือ

โดยนักวิทยาศาสตร์ ได้ตรวจสอบทุกอย่าง ตามทฤษฏีอย่างประจักษ์แจ้งแล้วว่า
ไม่มีสิ่งสงสัยใดๆอีกแล้วโลกมีปัญหาแน่ ถ้าผู้คนยังไม่เชื่อในวันนี้ แล้วเริ่มต้นแก้ไข
อีก 20 ปี ยิ่งเป็นปัญหายาวนานต่อเนื่องนับแสนปี
 
ข้อสรุปที่ประชุม
2005 UN Climate Change Conference in Montreal, Canada
 
     การประชุมของ UN มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มโต้แย้ง
 
ประเด็นที่กล่าวถึงว่าทั้งหมดจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดาเลย แต่จะทำให้เรา
ประหลาดใจได้เลยที่เดียว ด้วยหลายสถาบันเช่น

Mich?le B?ttig of the Swiss Federal Institute of Technology in Zurich
สถาบัน UK's Tyndall Centre for Climate Change Research
University of East Anglia in Norwich, Norfolk
สถาบัน UK Climate Impacts Programme at the University of Oxford
และ Stockholm Environment Institute

บ่งชี้ว่าภายใน 20 ปี ข้างหน้า Antarctica และ Arctic จะเปลี่ยนสภาพ เป็นเขตร้อน
ชื้นมีขนาดใหญ่กว่า 13 เท่า เหมือนป่าฝนอะเมซอน บริเวณที่ลุ่ม ประเทศ Congo เป็นพื้นที่แห้งแล้ง มากกว่าในปัจจุบันถึง 13 เท่าโดยรอบ จะเกิดน้ำท่วมจากฝนตก บริเวณตอนกลางทวีปออสเตรเลียและทวีปอเมริกาใต้
 
รายงานที่มีเกือบทุกวัน จนกลายเป็นเรื่องปกติ
 
ข่าวการเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศมีจากทุกภูมิภาคทั่วโลก จนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่การมีมากอย่างนั้นต้องเป็นเรื่องผิดปกติมากกว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาและเพื่อ
ให้ชัดเจนขึ้นไปอีกเรามาดูรายงานชิ้นสำคัญ

ของ Independent Police Complaints Commission (IPCC) ก่อตั้งโดย 2 องค์กร
ระดับสากล คือ United Nations organizations และ World Meteorological Organization เมื่อ 1988
 
 
 

 

   
 
หมวดสถานการณ์โลกร้อน

1.ภาพรวมการเปลี่ยน
แปลงสภาพอากาศโลก


2.รายงาน ผลกระทบ
จากอนุภาคเขม่นพิษ
ต่อประชากรโลก


3.แบบจำลอง
สถานการณ์การเปลี่ยน
แปลงสภาพอากาศโลก


4.รายงาน ผลกระทบ
การเปลี่ยนแปลงสภาพ
อากาศ ในประเทศไทย


5.อุทกภัยใหม่จากการ
แตกของแผ่นน้ำแข็ง
ขั้วโลก


6.จุดจบมนุษย์ที่เกิดผล
กระทบจากธรรมชาติ


7.เมื่อโลกปราศจาก
มนุษย์


8.ธารน้ำแข็งที่หายไป

9.การตั้งถิ่นฐาน
สภาพความเป็นอยู่
ของมนุษย์ใน
100 ปี ข้างหน้า


10.Earth Science

11.Storm surge
คลื่นพายุถล่มชายฝั่ง


12.Sunflower
Camp -1


13.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017