อนาคตแห่งอุตสาหกรรมรถยนต์ยุคใหม่
เชื่อว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่าง
ก้าวกระโดด เหตุผลคือ ตราบใดยังมีการคมนาคม รถยนต์ยังเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต
ประจำวัน แม้ไม่มีส่วนตัวก็ต้องใช้ในระบบสาธารณะ เช่น รถรางไฟฟ้า รถไฟลอย
ฟ้าหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน แม้กระทั่งเรือ ไฟฟ้าหรือพลังงานแสงอาทิตย์
ยิ่งประชากรโลกถูกบีบรัด กดดันต่อผลกระทบเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้หันกับไปมอง
รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มยิ่งขึ้นเพราะไม่มีความสิ้นเปลืองต่อการใช้เชื้อเพลิง เพราะราคา
ถูกกว่ามาก แม้ว่าแนวโน้มไฟฟ้าอาจสูงขึ้นได้ แต่อย่าลืมว่าทุกประเทศสามารถ
ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง ไม่เหมือนกับน้ำมัน หรือก๊าซที่มีแหล่งขุดเจาะในบาง
ประเทศ
ส่วนที่จะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตยิ่งขึ้น เป็นเพราะประชากรโลก
รุ่นใหม่ ที่จะต้องอาศัยอยู่บนโลกนี้ต่อไป ให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมโลก
ผู้นำยุคใหม่จะเริ่ม ออกกฎเกณฑ์หรือกฎหมายปกป้องมลพิษจากรถยนต์ ซึ่งจะ
ทำลายสภาพแวดล้อมโลก ถึงขั้นบางเมืองในเขตอยู่อาศัยชุมชนพิเศษอาจมี
ระบบคมนาคมด้วยประเภทรถไฟฟ้าเท่านั้น
ระบบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยังแอบแฝง
จากการมองว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็น 1 ในหนทางช่วย
โลกร้อนที่มนุษย์ทุกคนบน
โลกมีส่วนช่วยกันทำลาย แต่เบื้องหลังที่ต้องขบคิดกันต่อ การสร้างรถแต่ละคันนั้น
ยังมีส่วนทำลาย สภาพแวดล้อมอยู่ไม่มากก็น้อย
เพราะมีส่วนของงานอุตสาหกรรมต่อตัวถังรถ สายไฟ แบตเตอรี่ กระจก เป็นต้น
องค์ประกอบเหล่านี้ หากรถไฟฟ้าเป็นที่นิยม ย่อมส่งผลในเรื่อง มลพิษเช่นกัน
จากระบบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีค่ายรถยนต์ใดๆ เน้นระบบการผลิตส่วนประกอบของรถยนต์
ให้ปลอดมลภาวะ ทุกค่ายพยายามเน้นในเรื่องทางเลือกใหม่ในการใช้พลังงานเป็น
กลยุทธหลักเท่านั้น และหวังว่าคงจะมีวิธีแก้ไขในเรื่องนี้อีกต่อไป จึงเป็นปัจจัยที่
ทำให้เกิด
กรณีศึกษาการตั้งถิ่นฐาน สภาพความเป็นอยู่ ของมนุษย์ในอีก 100
ปีข้างหน้า เตรียมพร้อมต่อสภาพความเป็นอยู่ ที่ต่างออกไปจากวันนี้