สถานการณ์โลกร้อน SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Apr 6, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
  การตั้งถิ่นฐาน สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ใน 100 ปี ข้างหน้า
  : แนวโน้มด้านพลังงาน ที่เป็นปัจจัยหลัก -1
 
 
พลังงานเชื้อเพลิงประเภท ฟอสซิล จะต้องยุติลง
 
  ปัจจัยหลักการดำรงชีพ พลังงานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด เดิมด้วยพัฒนาการของ
มนุษย์จากอดีตที่อยู่ในถ้ำ มีความจำเป็นเพียงใช้พลังงาน สำหรับหุงต้มหาอาหาร
ความฉลาด ของมนุษย์ต่อมาทำให้ มีความสามารถนำพลังงานต่างๆ ตั้งแต่ฟืน
ถ่าน ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ มาใช้อำนวยความสะดวกสบาย ด้านต่างๆมากขึ้น เช่น
ผลิต เป็นพลังงานไฟฟ้า หรือ สำหรับยานพาหนะเพื่อคมนาคม ตามลำดับ

จากป่าไม้นำมาใช้เป็นฟืน ถ่านเริ่มหมดไป ปัจจุบันน้ำมันดิบเริ่มพร่องไปอีกคาดว่า
ราว 60 ปี ข้างหน้าอาจเกิดขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกได้รุนแรงขึ้น
แม้ว่าวันนี้ถ่านหิน และก๊าซ อาจยังพอมีอยู่ แต่ภายในอีกไม่กี่ร้อยปี จะเข้าสู่ภาวะ
ขาดแคลนเช่นกัน

สิ่งที่ประจักษ์ก่อนที่จะขาดแคลนไปทั้งหมด เข้ามาเกี่ยวข้องคือ ปัญหาของเรื่อง
สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ปริมาณเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิง ประเภทฟอสซิล
เกิดปริมาณสูงขึ้นมากของ ก๊าซคาร์บอนเ ป็นปรากฏการณ์ ปฏิกิริยาเรือนกระจก
ทำให้อุณหภูมิโลกสูง จึงเกิดการรณรงค์เพื่อให้ ลดการใช้พลังงานที่เป็นปัญหาต่อ
โลก มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ จากประชาคมโลก

แม้ว่าเราอาจมีพลังงานน้ำจากเขื่อน เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ก็ไม่เพียงพอต่อ
อัตราการ เพิ่มอย่างรวดเร็วของประชากร การสร้างเขื่อนเพิ่ม เป็นประเด็นมีฝ่ายที่
เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ตลอดเวลา ด้วยเรื่องที่อาจกลายเป็นการทำลายระบบ
นิเวศอันเหลืออยู่อย่างน้อยนิด ในแต่ละประเทศเมื่อเทียบอัตราส่วนประชากร

ทางออกเรื่องสร้างโรงฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ยังมีการคัดค้าน อย่างกว้างขวางมาก
เนื่องจากมีอัตราความเสี่ยงสูง ต่อเนื่องอีกนับหลายพันปีของ กัมตรังภาพรังสีไม่
ไม่สามารถทำลายได้ นับว่าเป็นทางออกเริ่มตีบตัน ต่อการหาพลังงานทดแทน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากเกิดการยุติหมดลง ของเชื้อเพลิง และหาทางออกใหม่
ไม่ได้ชัดเจน ประชากรต้องประสบวิกฤต เรื่องพลังงาน ส่งผลต่อไปยังระบบการ
ดำรงชีพอย่างแน่นอน
 
    ภาพความเป็นอยู่ในอดีตของมนุษย์ 4,000 ปีที่แล้ว จากหลักฐานทางโบราณคดี
 
  ปัจจุบันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลก มี 480 แห่งใน 44 ประเทศ เมื่อ ปี ค.ศ.1986
โรงผลิตไฟฟ้า Chornobyl nuclear power station (USSR, Ukraine) เกิดระเบิด
มีผู้เสียชีวิต 31 คน บาดเจ็บพิการ จากกัมตรังภาพรังสี 1,000 คนในทันที และต้อง
อพยพทิ้งบ้านเรือน 135,000 คน หลัง จากเกิดเหตุไปแล้ว ประมาณว่ามี ผู้เสียชีวิต จากโรคมะเร็งภายหลัง ราวนับหมื่นราย

อีกนับร้อยแห่งจะยังไม่เกิดปัญหาเช่นนี้ ก็คงไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย 100%
เพราะกัมตรังภาพรังสี อาจรั่วออกมาปะปนในอากาศได้ตลอดเวลาสู่ชั้นบรรยากาศ
ผสมกับฝนตกลงมาเป็นฝนกรด บางแห่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใต้ดิน Yucca Mountain
ในอเมริกามีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้ำใต้ดิน โดยแทบไม่ทราบล่วงหน้าเลย
การแผ่กระจาย รังสีเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

ในทางทฤษฎี การขจัดทิ้งปริมาณมากๆของ Uraniun แม้ว่ามีระบบที่ฝังลง
สู่ใต้ชั้นลึกของดินก็ตาม การแผ่กระจายของรังสี อาจมีผลกระทบอนาคตใน
ระยะยาวนับพันปี ที่เรายังไม่เข้าใจถ่องแท้ และการขจัดสิ่งเหลือใช้ของกาก
กัมตรังสีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาด้านพลังงานด้วยการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ไม่ใช่
ทางออกที่ดีต่อประชากรโลกโดยรวม กลับอาจนำปัญหาใหญ่หลวงมาสู่ประเทศ
นั้นๆได้ จึงเป็นเรื่องกังวลใจต่อกรณีนี้เสมอมา
 
    Chornobyl nuclear power station (USSR, Ukraine) เกิดปัญหาเมื่อ ค.ศ. 1986
 
กำเนิด Solar Cells เป้าหมายเป็นพลังงานทดแทนในอนาคต
 
  ย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 1953 ด้วย Bell telephone มีปัญหาระบบโทรคมนาคม
ขณะนั้น ต้องการที่จะใช้แบตเตอรี่ชนิดแห้ง จึงมอบหมายให้ Bell laboratories
ทำการทดลองว่าสามารถ ที่จะเก็บประจุไฟฟ้าได้หรือไม่ ปรากฏว่าค้นพบว่า
สามารถเก็บกักไว้ได้ใน Solar cells จึงเกิดแนวคิดต่อเนื่อง ทดลองพบว่า ธาตุ
Selenium solar cells ขนาด 1 ตรม. สามารถเก็บไฟฟ้าได้ 5 watts ซึ่งยังน้อย
แต่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรก

ภายหลังมีการพัฒนาจนพบว่า ธาตุ Silicon มีคุณสมบัติที่ดีกว่า ท้ายที่สุด เมื่อ
ค.ศ. 1954 ได้ทดลองสำเร็จและสร้างเป็น PV module เป็นครั้งแรกของโลก
ถือว่าเป็นยุคเริ่มต้น ในการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และได้นำมาใช้กับดาว
เทียม ยานสำรวจอวกาศ หุ่นยนต์ขนาดเล็ก ส่งไปสำรวจพื้นผิวดาวเคราะห์ต่างๆ
ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ปกตินับหลายปีต่อเนื่อง
 
 
PV module ชุดแรกของโลก เมื่อปี ค.ศ. 1954 ของ Bell Solar Battery
ขณะนั้นยังไม่ได้ทำเป็นเชิงทางการค้า แต่ได้แสดงให้คนทั่วไปได้รู้จัก
 
    ยานสำรวจอวกาศ ดาวเทียมทุกลำ ที่โคจรอยู่บนอวกาศ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทั้งสิ้น
 
พลังงานแสงอาทิตย์คือ ทางออกที่ปลอดภัย แต่ลงทุนสูงจริงหรือ
 
  ความกระตือรือร้น ของการเตรียมการเรื่องพลังงานนับวันยิ่งเข้มข้นขึ้น คำตอบ
ส่วนใหญ่ มุ่งไปที่พลังงานจาก ดวงอาทิตย์  พลังงานจากไบโอดีเซล พลังงาน
จากลม พลังงานน้ำจากเขื่อน ปัญหาคือ อะไรเหมาะ อะไรดีกว่าอะไร

ประเด็นสำคัญเราต้องย่อมรับคำว่า เคยชินและสะดวก แน่นอนตลอด 100 ปี
ที่ผ่านมา เราสะดวกสบาย ด้วยพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน หากเป็นพลังงานชนิดอื่น
เราจำต้องลดความสะดวก เช่น ก่อนหน้านี้คือ พลังงานไอน้ำ

การจำยอม ซื้อหาพลังงานที่แพงขึ้นจากผู้ผลิต เพราะน้ำมัน ก๊าซ มีไม่พอเพียง
และไม่มากเหมือนเดิมแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า โดยหลายประเทศส่วนใหญ่
แม้แต่ประเทศไทย ก็มิได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการขาด แคลนพลังงาน ทางออก
อยู่หลายวิธี ทั้งนี้คงขึ้นกับองค์ประกอบของฐานะการลงทุน หรือคำนึงถึงสภาพ
แวดล้อม ที่อาจได้รับผลกระทบในด้านต่างๆมากน้อยเพียงใด

ในประเทศอเมริกา The world's largest solar thermal power plant ได้เริ่ม
มาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 มีเป้าหมาย สร้างแผงรับพลังงานจากดวงอาทิตย์ (Photovoltaics) เรียกว่า PV บริเวณ Southwest จำนวน 30,000 ตารางไมล์
ให้แล้วเสร็จภายในปี 2050 ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าทดแทนจากการใช้น้ำมัน

หากสามารถผลิตได้เกินความต้องการ จะทำการเพิ่มความดันอัดเก็บไว้ในโพรง
ถ้ำใต้ดิน และสามารถนำมาใช้ใหม่ได้เป็นเทคโนโลยี่ใหม่จะพัฒนาให้สมบูรณ์
ภายในปี ค.ศ. 2020 เช่นกัน
 
    The world's largest solar thermal power plant ในประเทศอเมริกา
 
  แผนการที่วางไว้จะร่วมกันนำเอาพลังงานจากดวงอาทิตย์ ในรูปแบบต่างๆ
มาผสมผสานกันดังนี้

1. Technology Photovoltaics
    (เซลล์แสงอาทิตย์)
    มีเป้าหมายเรียกว่า Solar farms บนพื้นดิน 30,000 ตารางไมล์
    จะได้กระแสไฟฟ้า 2,940 GW

2. Technology Compressed-Air Energy storage
   (การเพิ่มความดันพลังงานที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์)
   ไว้ในโพรง ถ้ำใต้ดิน 535 ล้านลูกบาศก์ฟุต โดยสามารถนำกลับมาใช้
    สำหรับกลางคืน ได้ 558 GW

3. Technology Concentrated Solar power
   (การรวมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากแหล่งอื่น)
    มีเป้าหมาย บนพื้นดิน 16,000 ตารางไมล์ จะได้กระแสไฟฟ้า 558 GW

โดยรวมแล้วสามารถขยายรองรับการปล่อย กระแสไฟฟ้าแรงสูงแบบใหม่
(New High-voltage DC) ยาวได้ระหว่าง 100,000-500,000 ไมล์

ว่ากันตามจริงแล้ว ในหลายประเทศนั้นได้นำพลังต่างๆ จากธรรมชาติมาใช้
ประโยชน์อย่างคุ้มค่า นับกันมากกว่า 10-20 ปีขึ้นไป และไม่ได้สร้างปัญหาผล
กระทบดังทุกวันนี้ ตัวอย่างจากนับหลายสิบแห่ง เช่น
 
     Virginia - Pumped storage station
 
  เขื่อนแรงดันน้ำ (Virginia - Pumped storage station) ตั้งอยู่ที่ประเทศอเมริกา
Bath County, Virginia ใช้กังหันหมุนผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวน 6 ชุดผลิตกระแส
ไฟฟ้าได้ 2,100 MW ใช้สำหรับ 6 รัฐในอเมริกาเริ่มผลิตมาตั้งแต่ ค.ศ.1985
 
      Itaipu - Hydro power station
 
  เขื่อนพลังงานน้ำ (Itaipu - Hydro power station) ตั้งอยู่ที่ประเทศ Brazil
ใช้กังหันหมุนผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวน 17 ชุด ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 12,870 MW
(10 เท่าของโรงงานผลิตไฟฟ้าแบบนิวเคลียร์) เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่
ค.ศ. 1984 ป้อนกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศ Brazil ได้ 26% และประเทศ
Paraguay ถึง 78%
 
      La Rance - Tidal power plant
 
  เขื่อนพลังงานน้ำขึ้น-น้ำลง หรือคลื่นน้ำ (La Rance - Tidal power plant)
ตั้งอยู่ที่ Mont Saint Michel ประทศฝรั่งเศล ใช้กังหันหมุนผลิตกระแสไฟฟ้า
จำนวน 24 ชุด ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 68 MW ป้อนไฟฟ้าได้ 160,000 ครัวเรือน
 
      Offshore wind farms
 
  กังหันพลังลมใกล้ฝั่ง (Offshore wind farms) ตั้งอยู่ที่ประเทศ Denmark
มี 2 แห่งแต่ละแห่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 160 MW ขณะนี้หลายแห่งกำลังอยู่
ระหว่างพัฒนา เมื่อเสร็จสมบูรณ์ สามารถจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 322-420 MW

นอกจากนั้นยังมีในบางประเทศ เช่น ไอซ์แลนด์ นำพลังงานความร้อนใต้พื้นโลก
มาผลิตเป็นพลังงานใช้ในหลายรูปแบบ การนำพลังงานลักษณะดังกล่าวมาใช้
จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะที่ตั้งของภูมิประเทศ เช่น ใกล้แนวภูเขาไฟ ใกล้แหล่งน้ำ
ร้อนใต้พื้นโลก

นั่นหมายความว่า หลายประเทศหันมาเตรียมพร้อม เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์
และพลังงานจากธรรรมชาติที่ทดแทน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ของสภาพ
ภูมิประเทศ ที่เราจะใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากต้นทุนที่ไม่ต้องซื้อหาตราบ
ชั่วชีวิต โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ทุกคนสามารถเก็บเกี่ยวนำมาใช้ได้โดย
ไม่ต้องมีข้อห้าม สิทธิ์ทางกฎหมายใดๆ ตราบที่มีแสงอาทิตย์ส่ิองลงมาถึงบ้าน

สำหรับในแถบเส้นสูตรศูนย์ เช่นประเทศไทย พลังงานแสงอาทิตย์จะได้เปรียบ
เปรียบกว่าพลังลม ด้วยเหตุที่อยู่ในเขตรับรังสีจากดวงอาทิตย์ ส่วนพลังงานลม
อาจจะไม่คุ้มค่าด้วยกลไกอากาศเขตร้อน ที่จะยกตัวสูง และพัดลาดต่ำลงสู่เขต
อบอุ่น จึงสังเกตเห็นว่าหลายประเทศ ในเขตอบอุ่น เขตหนาว มีโครงกังหันลม
มากมายกว่า พลังงานแสงอาทิตย์

ในทางตรงกันข้ามส่วนเขตร้อนก็เน้นหนัก มาด้านพลังงานจากแสงอาทิตย์
และแน่นอนที่สุด ประชากรโลกจะต้องมารวมกันใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจาก
ทั้ง 2 ระบบดังกล่าวมากขึ้น

แต่เวลาที่จะเกิดปัญหากับประชากรนั้นไม่ได้คอยใคร หนทางที่เป็นไปได้ ก็คือ
ต้องช่วยตนเองในระดับหนึ่ง หากสามารถกระทำได้ เพื่อลดภาระค่าน้ำมันที่แพง
อนาคตก็กลายเป็นของมีค่า แพงกว่าอาหารที่เรารับประทานหลายเท่า

มีความจำเป็นที่จะต้อง สร้างวิธีผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ไว้ใช้เองในบ้าน
ถึงอาจไม่สะดวกนัก คงดีกว่าไม่มี หลายคนคงบอกว่าเป็นไปได้ยาก เพราะต้นทุน
แพง ในความจริงคำว่าแพง เพราะเราเปรียบเทียบกับค่ากระแสไฟฟ้าที่เราจ่ายไป
ระยะยาวมีความคุ้มค่าอย่างเห็นได้ชัด เฉพาะอย่างยิ่งมีเทคนิคใหม่เกิดขึ้นเสมอมา
จากอดีต สามารถประหยัดการลงทุนได้มากขึ้นตามลำดับ มีสะดวกขึ้นของระบบ แน่นนอนมีความปลอดภัยกว่า

ในทุกวันนี้ มีอีกหลายประเทศค่า กระแสไฟฟ้าอยู่ในระดับราคาต่ำ แต่ข้างหน้า
จะไม่ต่ำเหมือนเดิม ด้วยต้นทุนน้ำมัน และเงื่อนไขสัญญาเกียวโต ที่ทุกประเทศ
ต้องร่วมแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุผลสำคัญอีกประเด็น คือ ถ้าประชากรโลกแต่ละ
บ้านใช้ แผงพลังงานแสงอาทิตย์สัก 2 แผ่น ที่มีขนาด 800 Kwh จะสามารถลด
การเกิดก๊าซเกิดคาร์บอนได้ 1,000 ปอนด์ ต่อครอบครัว

อย่างไรก็ตามขณะนี้ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยนั้นยังไม่ประสบ
ผลสำเร็จด้วยในครั้งแรกการลงทุนสูงมาก มีระยะคืนทุนที่ยาวนาน ต่างกับ
ประเทศในแถบยุโรป อเมริกา ที่รัฐคอยสนับสนุนในหลายรูปแบบ คาดว่าต่อไป
อีกไม่นานรัฐในหลายประเทศ จำเป็นต้องออกมาแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว
 
 
 
 
   
 
หมวดสถานการณ์โลกร้อน

1.ภาพรวมการเปลี่ยน
แปลงสภาพอากาศโลก


2.รายงาน ผลกระทบ
จากอนุภาคเขม่นพิษ
ต่อประชากรโลก


3.แบบจำลอง
สถานการณ์การเปลี่ยน
แปลงสภาพอากาศโลก


4.รายงาน ผลกระทบ
การเปลี่ยนแปลงสภาพ
อากาศ ในประเทศไทย


5.อุทกภัยใหม่จากการ
แตกของแผ่นน้ำแข็ง
ขั้วโลก


6.จุดจบมนุษย์ที่เกิดผล
กระทบจากธรรมชาติ


7.เมื่อโลกปราศจาก
มนุษย์


8.ธารน้ำแข็งที่หายไป

9.การตั้งถิ่นฐาน
สภาพความเป็นอยู่
ของมนุษย์ใน
100 ปี ข้างหน้า


10.Earth Science

11.Storm surge
คลื่นพายุถล่มชายฝั่ง


12.Sunflower
Camp -1


13.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017