ประชากรเขตเมืองคุ้นเคยกับปัญหา
หมอกควันฝุ่นละออง จากท้องถนนไปแล้ว
มลพิษทางเสียงดูเหมือนว่าไม่ได้รับความสนใจจากผู้คน ฝนกรดเป็นเรื่องที่เรารู้มา
แต่ชั้นประถม เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผลกระทบ ต่างๆกับประชากรเขตเมือง เพราะเรา
ไม่ได้ใช้น้ำฝน เราห่วงว่าอากาศร้อนขอให้ฝนตกลงมาบ้างจะได้เย็น ถ้าตกลงมาก
เราไม่ชอบ เพราะน้ำจะท่วมเดือดร้อนทำให้รถติด เดินทางลำบาก
เบื้องหลังที่กล่าวมาคือ
กลไกอากาศ ฝนตก น้ำท่วม เป็นเส้นทางคมนาคมของ
การแพร่เชื้อโรค ที่จะนำพากระจายตัวจาก อีกฟากของโลก มาสู่ห้องนอนเราง่ายๆ
การตกลงสู่แม่น้ำลำคลอง แหล่งกักเก็บน้ำสำหรับใช้บริโภคก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ทั้งน้ำและอากาศ เข้าสู่ร่างกายเรา แบบไม่สามารถที่จะรับรู้รับทราบได้ สำหรับ
ประชากรเมืองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงนัก แต่ประชากรชบทอาจหลีกเลี่ยงยาก
การสะสมที่ละน้อย ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพระยะต่อมา อดีตนั้นมีน้อยจะทราบ
ปัญหาเมื่อใกล้ถึงบั้นปลายชีวิตไปแล้ว วันนี้ปริมาณสะสมมีมากขึ้น เพียงไม่กี่ปี
ระบบสุขภาพก็จะแสดงผลได้รวดเร็วขึ้น
ในวัยเจริญพันธ์ สังเกตได้ว่า ประชากรเมืองมักจะเกิดปัญหาเรื่องระบบทางเดิน
หายใจมากขึ้น อนาคตโรคลักษณะนี้จะเป็นปัญหาต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
นอกจากอากาศแล้ว มลพิษที่เรามองไม่เห็นเนื่องจากมีขนาดเล็ก ยังแฝงตัวตกลง
สู่อาหาร น้ำ แม้แต่อยู่ในบ้านของเราเอง อย่าลืมว่าทุกวันนี้ขณะที่เราบริโภคน้ำ
อาหาร เราได้บริโภคเชื้อโรคขนาดเล็กนับล้านตัวเข้าไปด้วย แม้เราจะทำให้สะอาด
เพียงใดก็ตาม แต่ไม่ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เพราะคงไม่มีใครที่ไม่เคยท้องเสียเลย
ตลอดชั่วชีวิตที่ผ่านมา
โดยนัยเรื่องมลภาวะเป็นพิษที่กล่าวมา เรารับรู้กันมาอย่างต่อเนื่อง จนชินไปแล้ว
แต่เรื่องมลพิษทางคลื่นเสียง เป็นปรากฎกาณ์ ที่จะกระทบต่อระบบสมองมนุษย์
ในอนาคตลำดับต่อไป ภายในไม่กี่สิบปีนี
เราอาจเคยรับรู้มาอยู่เช่นกันระยะหนึ่ง แต่ไม่ชัดเจนถึงอันตราย ปัจจุบันนี้ได้เริ่ม
เข้าใจแล้วว่า ไม่ปลอดภัยแน่ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ การใช้ด้วยระยะเวลาที่
ยาวนานจะแสดงผลกระทบต่อสมอง