เชื่อว่าปัญหาด้านสุขอนามัย จะถูกแก้ไขอย่างเชื่องช้าเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะใน
ประเทศที่มีความหนาแน่นประชากรสูงรายได้เฉลี่ยต่ำ ยังคงเป็นปัญหาระยะยาว
ต่อไปอีกนานจนเกิดโรคระบาดอย่างรุนแรงเมื่อเข้าสู่ขั้นวิกฤต อาจได้รับความช่วย
เหลือเพิ่มเติม ทั้งนี้เพียงสก้ดกั้นปัญหามิให้บานปลาย สู่ประชากรในประเทศที่
พัฒนา นั่นหมายความว่าทุกประเทศ ต้องพึงตนเองอย่างเต็มที่
ลำพังองค์กรระหว่างประเทศหรือองค์กรอาสาสมัคร มีไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา
ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาค สำหรับประเทศที่พัฒนามีหนทางแก้ไขด้วย
ระบบเศรษฐกิจการเงินที่ดีกว่า แต่จะประสบกับเชื้อโรคใหม่ที่เทคโนโยลีทางการ
แพทย์ ต้องใช้เวลาทดลองค้นคว้าในการแก้ไข
เรื่องน้ำสะอาดสำหรับบริโภค อาจไม่เป็นปัญหาในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจาก
ระบบการเก็บกักที่เพียงพอ แต่ขาดแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในธรรมชาติบางพื้นที่
จากความแห้งแล้งหรือจากน้ำท่วมชัดเจนมากขึ้น และส่งผลต่อระบบสภาพป่าไม้
เกิดความเสื่อมโทรมลงด้วย
แหล่งอาหารด้านการเกษตร ในหลายภูมิภาคของโลกมีอัตราการเพาะปลูกลดลง
ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยสภาพพื้นที่ ขาดความชุ่มน้ำ
ทำนองเดียวกันในด้าน
ปศุสัตว์จะมีผลขาดแคลนเช่นกัน โดยเฉพาะประเทศที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประสบ
กับผลกระทบต่อสภาพอากาศที่แตกต่างแต่ละภาคโดยสิ้นเชิง เช่น ด้านหนึ่งฝน
ตกจนน้ำท่วม ด้านอีกด้านหนึ่งร้อนจนแห้งแล้ง ขาดความสมดุลย์ไปทั่ว เสริมจาก
ปัญหาที่เพิ่มจำนวนประชากรไป
หลายเงื่อนไขไม่สามารถจะประเมินได้ถึงวิกฤตในแต่ละปี แต่ละฤดูกาล เนื่องจาก
เป็นการเกิด ขึ้นใหม่ ไม่เคยมีข้อมูลศึกษาในอดีต แม้ว่าแต่ละประเทศ อาจมีผู้
ชี่ยวชาญก็ตาม ในประเด็นนี้หากส่งผลสู่วิกฤตขาดแคลนอาหาร ระดับโลกระยะ
ยาวแล้วปัญหาจะเทียบเท่ากับ การเกิดสงครามกลางเมืองได้
ปัญหามลพิษจะเกิดอย่างกว้างขวาง แก้ไขยากไปทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกันไป
จำต้องใช้วิธีหลบเลี่ยง แก้ไขเฉพาะหน้า เช่น มลพิษจากไฟป่าจากความแห้งแล้ง
ส่วนมลพิษด้านคาร์บอนยังลดลงได้ยากในระยะ 20 ปีข้างหน้า ยกเว้นเกิดการ
ตกลงอย่างจริงจังมากขึ้น โดยมีมาตรการบีบคั้น ด้านต่างๆถึงขั้นไม่คบค้าสมาคม
นอกจากนั้นเชื่อว่าอาจมีผลแทรกแซง มลพิษจากเทคโนโลยีปรากฎขึ้น เช่น
มลพิษจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ มลพิษจากแสงไฟฟ้าของเมืองใหญ่
เป็นต้น และ
หากในระยะ 100 ปี เกิดภัยพิบัติร้ายแรง เช่น
ภูเขาไฟระเบิด ยิ่งเพิ่มความซับซ้อน
ปัญหาด้านมลพิษ ต่อไปอีกหลายสิบปี
ด้านแหล่งอยู่อาศัย เริ่มเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยประชากรเมืองเห็นถึงปัญหาในเมือง
ใหญ่มุ่งหาหนทางซื้อหา จับจองพื้นที่ชนบทเพิ่มเป็นแหล่งอยู่ อาศัยสำหรับอนาคต
เพิ่มขึ้น โดยยังไม่ละทิ้งที่ในเมือง ส่วนชาวชนบทยังอพยพสู่เมืองอย่างไม่หยุดยั้ง
เช่นเดิม ด้วยความหวังทางอาชีพที่ดีกว่าในประเทศที่เริ่มการพัฒนาใหม่เป็นหลัก
ภาพรวมมีแนวโน้มบ้านอยู่อาศัยรุ่นใหม่ทุกภูมิภาคของโลก ยอมรับเรื่องพลังงาน
จากธรรมชาติมากขึ้นเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นตามลำดับ ด้วยการกระตุ้นจากด้าน
ต่างๆ โดยมีเงื่อนไขเกาะเกี่ยวไปกับสภาพเศรษฐกิจโลกด้วย
ขณะเดียวกัน อนาคตเกิดสังคมใหม่แยกตัวสู่ระบบธรรมชาติมากขึ้น สู่ชนบทด้วย
ระบบบ้านอยู่อาศัย ยังชีพที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี แบบพลังงานธรรมชาติ
ประสงค์หลีกหนีสภาพแวดล้อม ที่เลวลงต่อสุขภาพ แก้ไม่สัมฤทธิ์ผล
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามนุษย์ ยังสามารถเอาตัวรอดได้ ด้วยวิกฤตที่สับสนและยัง
สามารถพัฒนาศักยภาพใหม่ๆทางเทคโนโลยีพิ่มเติมอีกต่อไปมีความเป็นไปได้
จะเกิดการแย่งชิงผลประโยชน์ พื้นที่ ผลผลิต ทรัพยากรต่างๆ ด้วยระบบบีบคั้น
ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และอยู่อย่างยากลำบากกว่าเดิม
ผลกระทบเศษฐกิจทรุดตัวลงทั่วโลก ในปี 2009 ยิ่งเป็นปัจจัยให้เกิดการประหยัด
ลงและประชากรเกือบทั่วโลกหยุดใช้จ่าย กระทบถึงครัวเรือนต่างๆทั้งทางตรง
และทางอ้อมในทุกด้าน โดยยังไม่สามารถมองเห็นภาพบวกในเร็ววัน
คนจำนวนมากทั้งโลกใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น ทิศทางๆต่างอาจเริ่มตึงเครียด
เหมือนช่วยประคองยืนอายุทรัพยากรโลกออกไปอีกระยะหนึ่ง ด้วยความบังเอิญ