คำเตือน : น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จริงหรือ ?
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : July 3, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
  คำเตือน : น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จริงหรือ ?
 
 
 
การพูดคุยและโต้แย้งเรื่อง น้ำท่วมกรุงเทพ เป็นสิ่งที่ชาวเมืองหลวงให้ความสนใจ
ทั้งเชื่อและไม่เชื่อ ว่าจะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ ประเด็นสำคัญในประวัติศาสตร์
เมืองกรุงมีน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง และแต่ละครั้งใช้เวลานานนับเดือนก็มีปรากฎแล้ว

แต่ในกรณีี่ผ่านมาการเกิดน้ำท่วมใหญ่ ในกรุงเทพฯ สาเหตุจากปริมาณน้ำมาก
แบบชั่วคราว จากฝนและกรอปกับช่วงน้ำทะเลหนุนสูง

เมื่ออดีตระดับน้ำทะเลแถบบริเวณลุ่มน้ำปากอ่าว ขยับตัวเพิ่มขึ้นเพียงปีละ 3 ซม.
แต่ในวันนี้มิได้เป็นเช่นดังที่เคย ปริมาณน้ำขยับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า
โดยมีสาเหตุ จากระบบทั้งหลายของโลกที่เกิดปัญหาขึ้นอย่างพร้อมๆกัน
 
 
สัดส่วนน้ำและแผ่นดินบนโลก
 
 
พื้นฐานระดับการสะสมน้ำของโลก

บนโลกที่เราอาศัยอยู่มีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว ภาพรวมปริมาตรน้ำบนโลก จำนวน
96.5% อยู่ในมหาสุมทร ทะเล และอ่าว ส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็ม โดยที่เหลือเพียง
3% ทั้งโลกที่เป็นน้ำจืด โดยใน 3 % ดังกล่าว เป็นภูเขาน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง 1.74%
ในน้ำใต้ดิน 1.70% เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นระบบน้ำของโลก

ดังนั้นเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เปรียบได้ว่าบนโลกมีแหล่งน้ำเป็นต้นทุน เดิม 3 ใน 4
ของพื้นผิวโลก ซึ่งปริมาณดังกล่าวจัดว่าเหมือนล้นเสมอปากแก้วแล้ว พร้อมที่จะ
ล้นท่วมได้ตลอดเวลา หากมีปัจจัยบางอย่างเกื้อหนุนขึ้น

ต้นเหตุโลกร้อนที่ใครๆทั้งโลกก็รู้

คำว่าโลกร้อน กลายเป็นคำสามัญ แม้เด็กประถมจนถึงผู้เฒ่าวัยชรา ได้มีความเข้า
ใจกันดีว่าเกิดจากสาเหตุ การเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก ทำให้สภาพอากาศของโลก
เกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างใหญ่หลวง

สิ่งที่นึกไม่ถึง สาเหตุใหญ่ทำให้น้ำท่วมโลก

คำโบราณที่กล่าวว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ คงจะพอใช้
ได้ในกรณีเช่นนี้ เพราะปัจจัยการเกิดขึ้นนั้นอยู่ห่างไกลจากผู้คนไปครึ่งโลก เช่น
การแตกของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก (Ice Sheets Breakup) ที่เราไม่เคยเห็นภาพจริงๆ
ว่าน่าเกรงขามเพียงใดมีขนาดใหญ่มหาศาลเพียงใด หรือเกิดขึ้นบ่อยครั้งเพียงใด

 
 
จำนวนที่กลายเป็นน้ำไปแล้ว 2.85 ล้าน ลบ.กิโลเมตร
 
 
คงไม่ต้องนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เหตุการณ์เรื่องนี้ นักวิชาการทั่วโลกเขียนบท
ความและคำเตือนมาโดยตลอดอย่างระมัดระวัง แต่ภาครัฐในหลายประเทศนิ่งเฉย
เสมือนว่ากว่าจะเกิดอีกนาน การเกาะกระแสโลกร้อนกลับไปเป็นเรื่องขายสินค้า
สารพัด ตั้งแต่ รถยนต์ หลอดไฟ แม้กระทั่งเสื้อผ้า

การละลายของน้ำแข็งไม่ได้รอเวลา เชื่อว่าวันนี้ประเทศที่ใกล้ลุ่มปากอ่าว แก้ไข
ไม่ทันการแล้ว ในเอเชียใต้คงยกเว้นประเทศสิงค์โปร์ ที่วางแผนสร้างระบบป้องกัน
อย่างเรียบร้อยก่อนใคร ส่วนญี่ปุ่นกำลังเร่งวันเร่งคืนในการแก้ไขระบบระบายน้ำ
ในเมืองที่คาดว่าน่าจะมีปัญหา เป็นต้น

อีกสาเหตุที่สำคัญจะลงผลต่อระดับน้ำไปทั่วทั้งโลกคือ ผลกระทบเรื่อง ระดับน้ำ
ทะเลขยายตัวด้วยอุณหภูมิความร้อน และอีกหลายประเด็น เช่นผืนแผ่นดินทรุดตัว
สรุปเป็นรายงานไว้ในเรื่อง ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในประเทศไทย
 
 
บริเวณคาดว่าน้ำท่วมล้นในอนาคต
 
 
ความเห็นจากนักวิชาการ
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ ม.รังสิต


สำหรับพื้นที่น้ำท่วมจะครอบคลุมบริเวณ ริมชายฝั่งทะเลประมาณ 10 กม.จากชาย
ฝั่งปัจจุบัน พื้นที่บริเวณปากน้ำสมุทรปราการ ปากน้ำท่าจีน และชุมชนริมชายฝั่ง
จะมีระดับน้ำสูงประมาณ 1.5-2.0 เมตร ส่วนบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางพื้นที่
เช่น เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตสาทร เขตคลองเตย เขตบางแค เขตหนองแขม เขตบางบอน เขตบางขุนเทียน และอำเภอพระสมุทรเจดีย์

รวมทั้งพื้นที่บางส่วนฝั่งขวาถนนบางนา-ตราดจะมีน้ำท่วมขังน้อยกว่า 60 ซม.
อย่างไรก็ตาม หากมีการสร้าง และต่อเสริมคันดินริมชายฝั่งทะเลทิศตะวันออก
ก็จะสามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำทะเลได้

นอกจากนี้ยังมีจำนวนอาคารบ้านเรือนกว่า 1.2 ล้านหลัง ประชากรกว่า 1 ล้านคน
ที่จะได้รับผลกระทบ โครงสร้างสาธารณูปโภคโดยเฉพาะถนนหนทางและโรงกำ
จัดขยะบางโรงจะเกิดความเสียหาย สำหรับบริเวณด้านเหนือน้ำโดยเฉพาะจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรีจะเกิดน้ำท่วมหนักเกือบ 2 เมตร

อ่านฉบับเต็มเรื่อง กรุงเทพกำลังจมน้ำ : เรื่องจริง หรือ นวนิยาย

นายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา)

จากข้อมูลสภาวะโลกร้อนและ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ผ่านมามีีความ
เสี่ยงมากว่าระดับน้ำทะเลทั้งโลก จะเพิ่มสูงขึ้นในอัตราเร่งอย่างรวดเร็วจากจากภาวะ
น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ซึ่งเสี่ยงต่อการที่กรุงเทพมหานครจะประสบปัญหาน้ำท่วม
ขังจนยากแก่การระบาย

หากเป็นไปได้ควรจะรีบ ย้ายเมืองหลวงภายในเร็ววันนี้ โดยพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด
คือ ภาคอีสานใต้ เพราะอยู่ในระดับสูงกว่าน้ำทะเล ไม่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลก
และปลอดจากลมพายุรุนแรง ซึ่งการย้ายเมืองหลวงจะต้องใช้เวลาถึง 20-30 ปี

สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อนเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวบ่อย
ครั้ง รวมทั้งการเกิดพายุรุนแรงหลายลูก ซึ่งประเทศไทย ก็ประสบภัยพิบัติเช่นเดียว
กับที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงขอให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ สังเกตสัญญาณอันตราย
นี้ให้ดี

สาเหตุที่ออกมาพูดถึงภัยพิบัติจากธรรมชาติ เพราะไม่อยากปล่อยให้ปัญหาสาย
เกินแก้ไม่ต้องการให้ประชาชน ตื่นตระหนก แต่ต้องการเตือนภัยเพื่อทุกฝ่ายจะได้
เตรียมการวางแผนรับมือให้ทันต่อ สถานการณ์ เพราะองค์การนาซาได้ทำแผนที่
น้ำท่วม ที่คาดการณ์อนาคตไว้แล้วจึงได้นำมาเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจแก่
คนไทยต่อไป

คำพยากรณ์ที่เป็นจริง และเร็วกว่าที่คิด

ในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักวิชาการทั่วโลกนับพันคน จัดทำรายงานกว่า 50,000 ชิ้นตลอด
ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และวันนี้เราได้มีแบบจำลองสถานการณ์สำหรับประเทศ
ไทยโดยเฉพาะแล้ว ว่ามีโอกาสสูง ที่ปากอ่าวลุ่มน้ำเจ้าพระยาและชายฝั่งทะเล
มีผลกระทบจากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 100% ในระยะั 10 ปีต่อจากนี้ไปจนท่วมล้นสู่
เขตกรุงเทพมหานคร มากขึ้นตามลำดับ

ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก
แบบจำลองสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก
รายงาน ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในประเทศไทย
อุทกภัยใหม่ จากการแตกของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก
ธารน้ำแข็งที่หายไป

 
 

 

 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017