เราเคยนึกหรือไม่ว่า ดาวที่เห็นบนท้องฟ้านั้น มีที่มาอย่างไร ทำไมจึงเกิดขึ้นได้
ด้วยเหตุใด จึงมีขนาดใหญ่โตมาก แล้วมีจุดจบหรือไม่ เรารู้ว่าการก่อกำเนิดดาว
ใช้เวลาเกินกว่าหลายล้านเท่าของชีวิตมนุษย์
กาแล็คซี่ทางช้างเผือก ปัจจุบันพบว่าเกิด Yong stars (ดาวใหม่) ปีละ 2- 3 ดวง
หากเปรียบพื้นที่ในจักรวาลแล้ว คงมีจำนวนนับไม่ถ้วนแน่ ดาวเป็นองค์ประกอบ
หลักของ
จักรวาล รวมกันเป็น
กาแล็คซี หรือ
กระจุกดาว ด้วยแรงดึงดูดผูกมัดกัน
มีรูปแบบแตกต่างกัน จากการพัฒนาการ เมื่อดาวเกิดขึ้น จึงเกิดสิ่งต่างๆร่วมตาม
ตั้งแต่ระบบสุริยะ รวมถึงมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
ช่องว่างระหว่างดาว แหล่งที่ให้กำเนิด
The Interstellar Medium
เรามักคิดว่าอวกาศนั้น ว่างเปล่า (Empty) และคิดว่าในอวกาศ เป็นสุญญากาศ
(Vacuum) เหมือนกันไปหมด ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด สามารถพบสิ่ง
ต่างๆได้มากมาย อย่างน้อยคือ ก๊าซและฝุ่นหมอกที่ปรากฏอยู่ในอวกาศ ระหว่าง
ดวงดาว ภายในกาแล็คซี่ต่างๆ เราเรียกพื้นที่ในอวกาศนี้ว่า
Interstellar Medium
(ช่องว่างระหว่างดาว)
พื้นที่ระหว่างดาว องค์ประกอบหนาแน่นด้วย Hydrogen gas และ Helium gas
เกิดขึ้นตั้งแต่ยุค
การปรากฏวิวัฒน์ของจักรวาล ดั้งเดิม (Big Bang) ดาวดวงแรก
ของจักรวาล (First stars) เกิดขึ้นจาก Hydrogen gas และ Helium gas ท่าม
กลางกลุ่มฝุ่นหมอกอวกาศ (Cloud of gas and dust) เช่นเดียวกับปัจจุบัน
เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ สามารถตรวจสอบได้ว่า Cloud of gas and dust
กาแล็คซี่ทางช้างเผือก มีสารประกอบใหม่อยู่มากมายก็ตาม ส่วนมากแล้วพบว่า
ประกอบด้วย Hydrogen gas 70% Helium gas 28% ส่วนที่เหลือ 2% เป็น
Heavier elements (ธาตุหนัก) โดยน้ำหนัก
แม้ว่ามีองค์ประกอบ ทางเคมีในอวกาศเช่นเดียวกันหมด สิ่งที่ต่างกันคือ แต่ละ
บริเวณ มีค่าของอุณหภูมิ และความหนาแน่นไม่เท่ากันเฉพาะบริเวณ Interstellar
Medium มีอุณหภูมิและความหนาแน่นสูงสุดขั้วอย่างชัดเจน หมายความเป็นการ
หมุนเวียนกลับมาใหม่ของ
รังสีจักรวาล (Cosmic recycling) เอื้อให้เกิด Newborn
stars หรือชีวิตของดาวเกิดใหม่