รูปแบบ การเกิดร่วมกันเป็นกลุ่ม
Clustered Star Formation
โดยธรรมชาติ ดาวมิได้เกิดขึ้นครั้งละดวง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเป็นกลุ่มก้อน แม้แต่
ดวงอาทิตย์ เชื่อว่าเกิดเป็นครอบครัว
(Our Sun's Family) ทั้งนี้ด้วยเหตุผลจาก
ความซับซ้อน การเคลื่อนตัวของความร้อนและแรงดึงดูด และพื้นที่อันหนาแน่น
กว้างใหญ่ ของเมฆโมเลกุล (Molecular clouds)
แต่คำว่าดาวเกิดเป็นกลุ่มก้อน ความหมายในพื้นที่จักรวาล ดาวแต่ละดวงอาจ
ห่างกันหลายปีแสง และต่อมาเกิดการกระจายตัวออก ด้วยแรงฉุด ลาก ดึงจาก
กลุ่มดาวอื่นที่มีพลังอำนาจมากกว่า ยิ่งห่างไกลจากกลุ่มเดิม ไปรวมกับกลุ่มใหม่
บางกรณีอาจล่องลอย ออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว เหมือนถูกตัดญาติขาดมิตร
หากพลังอำนาจแรงดึงดูด ของดาวนั้นแข็งแกร่ง ยิ่งเป็นเรื่องง่ายขึ้น ยิ่งความ
หนาแน่น ของเมฆโมเลกุล (Molecular clouds) ด้านนอกโดยรอบแหล่งนั้นมี
มากกว่าความอัดดันจากภายใน ทำให้ Molecular clouds (เมฆโมเลกุล) เกาะ
ตัวใหญ่มากขึ้น ทำให้เกิดดาวขนาดใหญ่กว่า
ดวงอาทิตย์นับ 100 เท่า แต่การ
เกิดขึ้นในกลุ่มนั้น ไม่จำเป็นต้องมีขนาดเท่าเทียมกันเสมอไป ดังเช่นพี่น้องท้อง
เดียวกันยังมีข้อแตกต่างในหลายกรณี ในการเกิดของดาวก็เช่นกัน
จากความซับซ้อน การเคลื่อนตัวของความร้อนและแรงดึงดูด ขณะเดียวกันดาว
บางดวงในกลุ่ม เริ่มเกิดปฏิกิริยาก่อตัวของ Magnetic fields (สนามแม่เหล็ก)
จะเกิดขึ้นเพียงเลี้ยววินาที ขณะมีอำนาจแรงดึงดูด
แท้จริงในเมฆโมเลกุล (Molecular clouds) มีสนามแม่เหล็กอยู่แล้ว เพราะใน
อวกาศ มีปะจุไฟฟ้าและคลื่นสนามแม่เหล็กสั่นสะเทือน แบบไม่เลือกที่อยู่อย่าง
มากมาย
แต่คลื่นสนามแม่เหล็ก ที่ผ่านเข้ามา โดยตรงสู่ Dust grains (เม็ดฝุ่นแข็ง) จะ
มีลักษณะเป็นเส้น แนวตรงตั้งฉากตามทิศทางขั้วเหนือ เรียกว่า Polarizations
เพราะเป็นปฏิกิริยา ให้มีการเปลี่ยนแปลงหมุนวน ของอนุภาคใน Molecular
clouds (เมฆโมเลกุล)
การกระตุ้นของสนามแม่เหล็กสู่ดาว เกิดเป็นไปโดยธรรมชาติแห่ง
ระบบจักรวาล
เริ่มด้วยลักษณะขนาดเล็กก่อน ด้วยแรงดึงดูดพยายามให้อนุภาคเคลื่อนตัวและ
ขยายใหญ่ขึ้น เพิ่มความแข็งแกร่งตามลำดับ ด้วยการพัฒนาการช้าๆโดยจะดึงให้
โมเลกุลเข้าทับถม ให้ตนเองที่ละน้อย
ผลของสนามแม่เหล็กที่มีต่อดาว อาจเปรียบเหมือนเริ่มให้ดาวเริ่ม ออกก้าวเดิน
อย่างแข็งแรงขึ้น เพื่อผจญภัยในจักรวาลที่กว้างใหญ่ต่อไป