รูปแบบการเชื่อมโยงพลังงานจักรวาล เพื่อการดำรงชีพ
ความเชื่อมโยง ทรัพยากรพลังงานที่มนุษย์ได้จาก โลก เปลือกโลก บรรยากาศ
โลก จักรวาลและดวงอาทิตย์ ทั่วไปคงไม่ได้คิดลึกย้อนลึกลงไปขนาดนั้น แต่นั้น
คือความเป็นจริงสู่ระบบชีววิทยา
จากส่วนประกอบของจักรวาลเอื้อให้มีพลังงาน
ในการดำรงชีพ ตามระบบของสิ่งมีชีวิตที่ให้กำเนิดบนโลกนี้
คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ชีวิตนั้นมีศักยภาพจากพลังงานลักษณะดังกล่าวเป็น
หลัก (คือพลังงานเคมี เป็นพลังงานศักย์รูปแบบหนึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างและ
สลายของพันธะเคมี) ซึ่งไม่ได้เกิดจากพลังงานอภินิหารอื่นใด
รูปแบบการเชื่อมโยงพลังงานจักรวาล ที่มองไม่เห็น
อาจยอมรับได้ว่าสมัยโบราณหลายลัทธิ มีข้ออธิบายในรูปแบบเชิงพลังงานใน แง่ศรัทธาเพื่อให้มนุษย์สร้างความดี ความถูกต้องเพื่อความสุขต่อการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะหลักปรัชญา ศาสนาต่างๆถือว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผลดีเหมาะสม มีความ สอดคล้องกันกับทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
มีหลายประเด็นที่ลึกซึ้ง แต่ไม่ควรอ้างอย่างร่ำไป อย่างไม่มีเหตุผล เพราะจะเป็น
ปัญหาอาจเกิดความเข้าใจไปนอกลู่นอกทาง ส่วนใหญ่ประสงค์ผลประโยชน์ยิ่ง
สามารถสร้างรูปแบบให้เชื่อผสมกับความยำเกรง มีผลบวกผลลบต่อสภาวะความ
เป็นมนุษย์ได้ ยิ่งเป็นสิ่งน่ากังวลใจ ในสังคมที่อ่อนแอทางจิตต้องการที่พึ่งทางใจ
ความเห็นเชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อว่ามี
พลังงานที่มองไม่เห็นเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดย
ทางตรงและทางอ้อมอยู่ทั่วไป โดยมีผู้พยายามคิดค้นวิธีเชื่อมโยงพลังงานเหล่า
นั้น เพื่อให้ก่อประโยชน์ให้สัมฤทธิ์ผลทางหนึ่งทางใด ในกรณีนี้มีทั้งเป็นไปได้และ
เป็นไปไม่ได้ ผู้คนมักเข้าใจผิดหรือถูกหลอกลวงพร้อมๆกันไปด้วย
พลังงานดังกล่าว จะเรียกว่าอะไรก็ตาม ไม่จำต้องไปไข้วคว้าแบบสุดขั้ว เพราะ
สามารถเกิด
ขึ้นกับบุคคล สัตว์ และสิ่งของด้วยศักยภาพเฉพาะด้วยขบวนการที่
เหมาะสมในสภาวะนั้นๆด้วยความเฉพาะตัว ซึ่งอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยากขณะนี้
แม้เคยมีทฤษฎี Aristotle's theory of universals ยุคโบราณพยายามหาคำอธิบาย
โดยมี Marcus Aurelius (จักรพรรดิ์แห่งโรม) ทดลองเชื่อมโยงตนเองกับระบบอื่น
ในจักรวาลแต่ไม่ประสบผลจึงถูกยกเลิกไปในที่สุด จากสถาบันปรัชญาศาสตร์ใน
ยุคนั้น ด้วยเหตุผลว่าน่าเป็นการนึกคิดเอง