อธิบายเพิ่มเติมถึงการแยกประเภทย่อย
กาแล็คซี่ทางช้างเผือก ราวๆทุก 50 ปี ดาวมวลยักษ์ (Massive star) อย่างน้อย
จำนวน 1 ดวง จะระเบิดตัวเอง แต่หากทั้งจักรวาลคงมีจำนวนน่าตกใจ และแผ่พลัง
งานระเบิด เป็นรังสีเป็นแสงส่องวาว (Flash of radiation) เกิด Shock waves
(คลื่นสะท้าน) คล้ายกับ Sonic booms (คลื่นที่เกิดจากวัตถุวิ่งด้วยความเร็วเหนือ
เสียง)
Supernova type-II จะปรากฎชัดเจนของ Hydrogen แผ่ขยายทับถมเป่าออกมา
จากการระเบิดแตกกระจาย มักเกิดบริเวณที่มีแสงมาก บริเวณที่มีดาวรุ่นใหม่ เช่น
บริเวณขด-วงแขน (Spiral arms) ของ
กาแล็คซี่ ยังไม่พบในกาแล็คซี่ประเภท
รูปทรงไข่ (Elliptical galaxies) โดยมีมวลลดลงและอายุเก่าแก่เป็นส่วนสำคัญ
สำหรับ Type II การระเบิดคล้ายกับ Type Ib และ Type Ic ซึ่งเกิดความหายะ
จากการยุบตัวไส้แกนภายใน ของดาวยักษ์ทั้งสิ้น
ส่วน Supernova type-Ia ไม่เป็นเช่นนั้น การวิเคราะห์อย่างละเอียดประเภทดัง
กล่าว ต้องมีความเกียวพันกับ
ประเภทดาว ที่จะก่อให้เกิด Supernovas
และ Type Ia ระเบิดขึ้นด้วย Thermonuclear (ปฎิกิริยานิวเคลียร์ความร้อนสูง)
แบบกะทันหันมีลักษณะแตกต่างกว่าทุกประเภท และเกิดจากดาวแคระขาว ด้วย
การอัดเคี่ยวข้นเกาะกันของเศษซาก กลมเหมือน
ดวงอาทิตย์และดาวแคระขาว
มีความหนาแน่น เป็นก้อนจากปฐมภูมิของ Carbon และ Oxygen atoms อย่าง
มั่นคงมีเสถียรภาพของดาว จนกว่ามวลจะลดต่ำกว่า Chandrasekhar (หน่วยวัด
มวลของดาวแคระขาวหรือเท่ากับ 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ ) จึงทำให้ดาวแคระ
ขาว ระเบิดแตกออกเป็นชิ้นส่วน
บางกรณี Supernova type-I แสดงลักษณะพิเศษหลายอย่างคล้าย Supernova
type-II ดังนั้นจึงกำหนดประเภทให้แตกต่างกัน เป็น Type Ia -Type Ib - Type Ic