สำรวจสถานการณ์ ธรรมชาติบนโลก จากอวกาศ เดือนมกราคม 2009
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Feb 5, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 

อันตรายของธรรมชาติกระทำต่อโลก โดยการ สำรวจจากอวกาศ
เหตุการณ์ เดือนมกราคม 2009
 
 
ข้อสรุปอุณหภูมิโลก ปี 2008
ความแห้งแล้งวงกว้าง ประเทศเคนย่า
พายุฝุ่นยักษ์ พัดข้ามทะเลแดง และทะเลซาอุดิอราเบีย
หิมะและหมอกกระหน่ำลง บริเวณแคนาดาและอเมริกาเหนือ
ปริมาณควันพิษ แผ่เหนือประเทศบัลแกเรีย
ไฟไหม้หลายจุด ในป่าใจกลางประเทศชิลี
คลื่นความร้อน ในประเทศออสเตรเลีย
ไฟป่าในประเทศออสเตรเลีย ตะวันออกเฉียงใต้
การปะทุต่อเนื่องของภูเขาไฟ ในประเทศชิลี
 
สรุปรายงานแต่ละเดือน ในทุกต้นเดือน ถัดไป
คลิกแบนเนอร์ด้านข้าง เลือกตรวจสอบข้อมูลแต่ละเดือน
 
 
 
 
 
 
 
ข้อสรุปอุณหภูมิโลก ปี 2008

ตลอดของปี 2008 โลกนับว่าเย็นลง เมื่อเทียบกับปี 2000 ที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่
ใน 10 อันดับแรกของปีที่ มีอุณหภูมิอบอุ่น (Warmest) จากฐานข้อมูลสถิติตั้งแต่
ปี 1880 อุณหภูมิอบอุ่นของโลก อยู่ในช่วง 1997-2008 ต่อเนื่องมาโดยตลอด

การวิเคราะห์ ภาพแผนที่แสดงค่าความผิดปกติ ในปี 2008
โดยเปรียบเทียบกับช่วงปี 1950-1980 เป็นเกณฑ์ มีรายละเอียดดังนี้

สีน้ำเงิน แสดงค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำลงกว่าปกติ
สีขาว แสดงค่าเฉลี่ยอุณหภูมิ ปกติ
สีแดง แสดงค่าเฉลี่ยอุณหภูมิ สูงกว่าปกติ
สีเทา ไม่มีข้อมูล

เกือบทั้งหมดของโลกแสดงอุณหภูมิใกล้เคียงปกติและอุ่นขึ้นกว่าปกติ ยุโรปตะวัน
ออก - รัสเซีย – อาร์คติก และ คาบสมุทรแอนตาร์กติกา (Antarctic Peninsula)
มีระดับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เฉลี่ย 1.5-3.5 องศา C

ในประเทศอเมริกา ไม่แตกต่างมากนัก แต่เมื่อเทียบกับปี 1951-1980 ดูจะเย็นลง
กว่าที่ผ่านมา พื้นที่ขนาดใหญ่บริเวณ มหาสมุทรแปซิฟิค ตอนกลางและตะวันออก
เย็นลงมีค่าเฉี่ยด้วยเวลาที่ยาวขึ้น จากการเกี่ยวข้องกับ La Niña เมื่อปี 2007 และ
จะเย็นต่อเนื่องไปจนปี 2009

รายงานทางวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า เหตุที่โลกเย็นต่อเนื่องสัมพันธ์กันในปี 2008
ด้วยจากกรณีเกิด La Niña (ลานีญา คือ ปรากฏการณ์ตรงกันข้ามกับเอลนีโญโดย
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตร ในมหาสมุทรแปซิฟิกกลาง และตะวันออก
มีค่าต่ำกว่าปกติ) และการแสดงจุดดับบนดวงอาทิตย์ที่ชะลอ เวลาออกไป (จึงไม่มี
ผลของพายุอวกาศ หรือลมสุริยะที่รุนแรง) กรณีภูเขาไฟ Okmok และ Kasatochi
บนเกาะ Aleutian ระเบิด เมื่อเดือนสิงหาคม 2008 (จึงทำให้ฝุ่นหมอกภูเขาไฟ
ปกคลุมชั้นบรรยายกาศโลก ช่วยสะท้อนรังสี ดวงอาทิตย์ ออกไป)
 
 
 
 
 
 
ความแห้งแล้งวงกว้าง ประเทศเคนย่า

ประชากร 10 ล้านคนใน Kenya ยังมีความอดยาก ขาดแคลนอาหารและมีปัญหา
ด้านสาธารณะสุขอย่างต่อเนื่อง เหตุสำคัญจากภาพสำรวจ เมื่อ 1 มกราคม 2009
พื้นที่เกือบทั้งหมด มีความแห้งแล้ง

ผลิตผลด้านการเกษตรเสียหายล้มตายในฤดูเก็บเกี่ยว บริเวณ แสดงสีน้ำตาลคือ
บริเวณแห้งแล้ง ส่วนสีเขียวพื้นที่มีฝน แต่ฤดูฝน Kenya มีระยะสั้น เพียง 2 เดือน
จึงไม่สามารถเก็บรักษาความชื้นไว้ในพื้นดินได้
 
 
 
 
 
 
พายุฝุ่นยักษ์ พัดข้ามทะเลแดง และทะเลซาอุดิอราเบีย

แนวฝุ่นละออง (รูปทรงคล้ายขนนก) พัดลอยในอากาศเหนือทะเลปิด ของ Saudi
Arabia และบริเวณเหนือทะเลแดง เมื่อกลางเดือนมกราคม 2009 มีขนาดใหญ่มาก
โดยหมุนเป็นวงโค้งตามเข็มนาฬิกา เกิดขึ้นจาก ความแตกต่างของลมในระดับสูง

การตกลงรวมตัวของ ตะกอนฝุ่น (Sediments) พัดทับถมอย่างยาวนาน ในบริเวณ
ชายฝั่งตะวันออกของ Saudi Arabia โดยปรากฎขึ้นเป็นประจำิ จึงพบว่าพื้นผิวดิน
จากชายฝั่ง Saudi Arabia และ Sudan สองฝั่งมักมีสภาพขรุขระและหินบริเวณนั้น
สีคล้ำดำจากปรากฎการณ์ดังกล่าว
 
 
 
 
 
   
 
 
หิมะและหมอกกระหน่ำลง บริเวณแคนาดาและอเมริกาเหนือ

กลางเดือนมกราคม 2009 บริเวณพื้นที่ Pacific Northwest แถบประเทศอเมริกา
ตอนเหนือ และประเทศแคนาดา ประกอบไปด้วยรัฐ British Columbia – Alberta
Washington – Idaho - Montana ประสบกับอุณหภูมิลดต่ำพาดผ่าน

ภาพบน สำรวจแบบ Visible light เห็นภาพตาม ความเป็นจริงของภูมิประเทศด้วย
สีเขียวเข้ม น้ำตาล และขาว ที่เต็มไปด้วยหิมะและหมอก

ส่วนภาพล่างสำรวจแบบ False-color version เพื่อแยกให้เกิดความแตกต่างทั้งนี้
เพราะสีขาวทั้งหมดอาจไม่ใช่หิมะ โดยค่าสีแดงคือ น้ำแข็งและหิมะ ส่วนสีขาวคือ
หมอกที่กำลังตกลงสู่พื้นโลก สีแดงเข้มอมดำ คือพื้นดินที่เป็นของเหลว (น้ำ) และ
สีเขียวคือพืช จากข้อมูลดังกล่าว สามารถวิเคราะห์ ชนิดกลุ่มเมฆ ขอบเขตการ
ละลายของหิมะจากพายุน้ำแข็ง เพื่อประเมิณสถานการณ์อุทกภัย
 
 
 
 
 
   
 
 
ปริมาณควันพิษ แผ่เหนือประเทศบัลแกเรีย

การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ จากน้ำมัน (Fossil fuels) และโรงงานอุตสาหกรรม
ก่อให้เกิดก๊าซลอยตัวไปผสมกับOxygen ในบรรยากาศเกิด Sulfur dioxide เป็น
ส่วนผสมให้เกิดฝนกรด (Acid rain) สู่พื้นโลกยังที่ต่างๆ

หาก Sulfur dioxide ผสมกับหมอกควันของโรงงานอุตสาหกรรมจะเกิดเป็นอนุภาค
ชิ้นเล็กๆ (เขม่าพิษ) ลอยอยู่ในอากาศ มีคุณสมบัติสะท้อนแสง (ทำให้แสงจ้าแสบ
ตาเมื่อมองท้องฟ้า) หรือตกลงสู่แหล่งน้ำ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อนำมาดื่ม
Sulfur dioxide เป็นสาเหตุของ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก

ภาพบน สีแต่ละช่องแสดงการแผ่กระจายออกของ Sulfur dioxide (จากการวัดค่า
เมื่อ 12 มกราคม 2009) ออกไปจากประเทศ Bulgaria ซึ่งมีโรงงานไฟฟ้าที่ใหญ่
แห่งหนึ่งในเขตยุโรปตะวันออก

ภาพล่าง เป็นการสำรวจแบบ Visible light เห็นภาพตามความเป็นจริง ของภูมิประ
เทศในวันเดียวกัน เห็นกลุ่ม ควันสีเขียว กระจายตัวขึ้นจากพื้น
 
 
 
 
 
 
ไฟไหม้หลายจุด ในป่าใจกลางประเทศชิลี

เป็นการไหม้หลายครั้ง หลายจุด ตั้งแต่ 21 มกราคม 2009 บริเวณพื้นที่ Octava
จุดแดงเล็กๆเป็นพื้นที่ลุกไหม้เช่นกัน แต่ภายหลังได้ดับไปแล้ว ลักษณะดังกล่าว
เป็นการเผาป่าละเมาะ หรือการเผาทำไร่การเกษตร แต่มีจุดหนึ่งมีขนาดใหญ่ และ
มีควันพวยพุ่งขึ้น เช่นนั้นเป็นลักษณะไฟป่า
 
 
 
 
 
 
คลื่นความร้อน ในประเทศออสเตรเลีย

สถานการณ์ความร้อน บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ Australia มีอุณหภูมิ
สูงกว่า 40 องศา C นั้นหมายความว่า อาจมีหย่อมคลื่นความร้อนได้ในช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ 2009 ได้

ภาพแสดงบริเวณพื้นผิว เมื่อ 25 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2009 บริเวณสีแดงแสดง
อุณหภูมิค่าเฉลี่ยอุ่น สีขาวแสดงอุณหภูมิ ระดับค่อนข้างใกล้ปกติสีน้ำเงินค่าเฉลี่ย
เย็นโดยสองฝั่งทวีป มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
 
 
 
 
 
 
ไฟป่าในประเทศออสเตรเลีย ตะวันออกเฉียงใต้

สาเหตุจากคลื่นความร้อน และลมแรง (Strong winds) บริเวณพื้นที่ ทิศตะวันออก
เฉียงใต้ ทำให้เกิดไฟป่าเผาไหม้ทุ่งหญ้าแห้งที่ทรุดโทรม ในรัฐ Victoria ประมาณ
35,000 ไร่ บ้านเรือน ไม่น้อยกว่า 10 หลัง ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ใกล้เมือง Boolara

ภาพในวันที่ 30 มกราคม 2009 เห็นการพวยพุ่งของควันสีขาว จากการเผาไหม้
(ในกรอบสีแดง) ป่าไม้สีเขียวเข้ม ถูกห้อมลอบด้วยทุ่งหญ้าแห้งสีน้ำตาล มีโอกาส
ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นของไฟป่าง่าย

หมายเหตุ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2009 มีรายงานข่าวไปทั่งโลกว่า ประเทศออสเตรเลีย
ประสบปัญหาไฟป่า หนักที่สุดในรอบ 105 ปี และมีผู้เสียชีวิตแล้ว กว่า 100 คน
ซึ่งคาดว่าจะมีความเสียหายจากไฟป่าเป็นวงกว้าง คงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมาก
ทั้งนี้ The Earth Observatory ( EOS Project Science) มีการคาดคะเนไว้ล่วง
หน้าไว้ถึง 7 วัน ด้วยภาพถ่ายจากอวกาศ ว่ามีโอกาสขยายตัวพื้นที่ไฟป่า
 
 
 
 
 
 
การปะทุต่อเนื่องของภูเขาไฟ ในประเทศชิลี

ภูเขาไฟ Chaiten สงบเงียบมมากว่า 9,000 ปี จู่ๆเกิดปะทุขึ้น เมื่อเดือนพฤษภาคม
2008 ในตลอดเดือ มีพลังงานขับพุ่งออกมาของเถ้าฝุ่น เศษซากสะเก็ดต่างๆ มีผล
กระทบต่อการเพาะปลูกในท้องถิ่น เกิดการอุดตันของทางน้ำ

เมื่อ 19 มกราคม2009 เกิดการยุบตัวของยอดด้านบน ( Dome) ปิดกั้นปล่องภาย
ในภูเขาไฟ จึงเกิดแรงดันผ่านออกมาจากช่องเล็กๆ ดันผงเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็น
สายยาวพุ่งยาวไกลถึง 70 กิโลเมตร

ภาพสำรวจแบบ False-color / Visible / Infrared light สีแดง แสดงบริเวณพื้นที่
การเกษตร และพื้นที่ว่างเปล่าโดยอาจมีผงเถ้าภูเขาไฟปกคลุม สีน้ำตาลคือพื้นดิน
สีน้ำเงินเข้มคือบริเวณที่มีน้ำ
 
 
SunflowerCosmos would like to thank for information

The Earth Observatory is part of the
EOS Project Science Office located at
NASA Goddard Space Flight Center
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017