ระบบสุริยะพิเศษ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Nov 10, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0

Non-profit organization
 
 
 
   สำรวจประเภทดาวเคราะห์
 
  ดาวเคราะห์ตามที่เราเข้าใจรู้จักไม่ได้มีเฉพาะใน ระบบสุริยะ เท่านั้น
นอกระบบสุริยะ มีดาวเคราะห์อีกจำนวนมหาศาล มากมายจนไม่สามารถที่บอก
เป็นจำนวนตัวเลขได้หมดปัจจุบันเรามีข้อมูลดาวเคราะห์จากการสำรวจค้นพบ
200-300 ดวงเป็นอย่างน้อย และสำรวจพบทุกวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเครื่องมือที่มีความทันสมัยก้าวหน้ากว่าอดีต การสำรวจดาวเคราะห์ ก็ยัง
เป็นเรื่องยาก เนื่องจากจะไม่มีแสงสว่างในตัวเอง จึงมืดมากจากการสำรวจ
ระยะไกล เราได้พบรูปแบบดาวเคราะห์ ที่มีความเหมือนคล้าย ทั้งแตก
ต่างออกไปจากระบบสุริยะที่เราเคยรู้จัก แบ่งออกได้ดังนี้
 
   ภาพแสดงเปรียบเทียบให้เห็นอำนาจแรงดึงดูด (Gravitationally)
   ตามแนวคิดของ Einstein's Theory of General Relativity
   
  Planet : ดาวเคราะห์

คือวัตถุที่มีปรากฏการณ์ เกิดจากอำนาจแรงดึงดูด ที่ยืดหยุ่นสนับสนุนของ
ธรรมชาติด้วยอนุภาคอีเล็คตรอน (ที่มีพลังงานและปริมาณจากความ
กดดันของการเคลื่อนไหว) หรือเกิดจากอนุภาคอีเล็คตรอน ที่เกิดจากพลังงาน
ไฟฟ้า (Coulomb)อย่างใดอย่างหนึ่ง บริเวณวงโคจรของดาวนั้นด้วยระยะเวลา
ที่ยาวนานและไม่ได้เกิดจากปฏิกิริยาการก่อตัวจากอนุภาคอีเล็คตรอน
ภายในแกน ของดาวเคราะห์นั้นเอง

ข้อสังเกต ทางทฤษฎี :

เป็นวัตถุที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ โดยมีจำนวนส่วนประกอบของวัตถุ
Metallic ties (โลหะสสารที่เกิด จากธาตุทางเคมี เช่นไฮโดรเจน ฮีเลียม)
น้อยกว่า ดาวพฤหัส 13 เท่า

ถ้าวัตถุนั้นมีขนาด ส่วนประกอบของวัตถุ ระหว่าง 13-75 เท่าของดาวพฤหัส จัดเป็นประเภท Brown dwarfs (ดาวแคระสีน้ำตาล)

ถ้าวัตถุนั้นมีขนาด ส่วนประกอบของวัตถุ มากกว่า 75 เท่า ของดาวพฤหัส
จัดเป็น ประเภท Stars (ดาวฤกษ์)
 
    ดาวเคราะห์ต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์
 
  Terrestrial Planet : ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวชัดเจน

คือวัตถุที่มีปรากฏการณ์ เกิดจากอำนาจแรงดึงดูดที่ยืดหยุ่นและสนับสนุนของ
ธรรมชาติรูปแบบทั้งหมดเกิดจากพลังงานไฟฟ้า (Coulomb) ตั้งแต่ดั้งเดิมเริ่มต้น
มีพื้นผิวที่ชัดเจนแน่นอน ด้วยขนาดและขอบเขตของเหลว (Liquid)
หรือชั้นภายในที่เป็นของแข็ง (Solid interior)

ข้อสังเกต ทางทฤษฎี :

Terrestrial Planet ส่วนใหญ่ มักเรียกว่า Rocky Planets (ดาวเคราะห์หิน)

สภาพบรรยากาศ ที่มี Gaseous (ก๊าซที่ลักษณะเป็นเชื้อเพลิง) บนพื้นผิวไม่จัด
อยู่ในประเภท Terrestrial Planet

ทางทฤษฎี ต้องมีส่วนประกอบของวัตถุ ขนาดน้อยกว่าโลก 10 เท่า

ดาวเคราะห์ ที่มีขนาดใหญ่มักเกิดจากก๊าซที่ห่อหุ้ม (ระหว่างขยายตัวและพัฒนา
การไปสู่ ดาวเคราะห์ยักษ์ หรือ Giant Planets) จาก Protostellar Nebula
(การก่อตัวของดาวจากกลุ่มแผ่นฝุ่นหมอก) ที่ยังกระจายตัวอยู่
แต่สุดท้ายจะบรรลุผล มีขนาดใหญ่ขึ้นมีส่วนประกอบของวัตถุที่เป็นหิน (Rocky)
 
   พื้นผิวที่ชัดเจน หมายถึงมีขอบเขตน้ำมหาสมุทร ที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขา เป็นต้น
 
   ดาวเคราะห์ที่พอดำรงชีพได้ ต้องมีความหลากหลายของชีวิตอาศัยอยู่
 
  Habitable Planet : ดาวเคราะห์ที่พอดำรงชีพได้

คือ ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวชัดเจน (Terrestrial Planet) ในที่ใดก็ตามที่มีของเหลว
เป็นน้ำอย่างสม่ำเสมอ และสันนิฐานได้ว่ามีระบบ Extra- terrestrial life
(ชีวิตทรงปัญญาเช่น ระบบชีวิตบนโลกที่ต้องการน้ำสำหรับการดำรงชีพ)
อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง โดยมีความหลากหลายของชีวิตต่างๆอาศัยอยู่
และพื้นผิวของดาวเคราะห์นั้น สามารถตรวจพบได้จากระยะไกลจากโลกได้

ข้อสังเกต ทางทฤษฎี :
สภาพบรรยากาศ เหนือพื้นผิวของดาวเคราะห์นั้น ต้องมีความมั่นคง
(Pressure substantially) เป็น 3 เท่าของความกดดันน้ำ

ไม่ว่าที่ใดก็ตามต้องมีอุณหภูมิเหนือพื้นผิว ระหว่าง 0 - 374 องศา C
(ได้ตามเกณฑ์จุดเดือดของน้ำ) และต้องมีความคล้ายโลก (Earth-like)
ด้วยมีวิถีชีวิตที่เก่าแก่ พบได้บนพื้นผิวในอุณหภูมิ น้อยกว่า -120 องศา C

ดาวเคราะห์บางดวง (หรือดวงจันทร์) ไม่มีของเหลวที่เป็นน้ำบนพื้นผิวที่แน่นอน
สำหรับการดำรงชีพหรืออยู่อาศัย ตัวอย่าง เช่น ดวงจันทร์ Europa (ดาวพฤหัส)
เชื่อว่ามีทะเลที่มีของเหลวเป็นน้ำ หรือมีส่วนผสมของ แอมโมเนีย (Ammonia)
ในน้ำโดยซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวที่เป็นน้ำแข็ง จึงเป็นเหตุผลความเป็นไปได้
ที่จะพบระบบของชีวิต แต่ไม่สามารถตรวจพบระยะไกลจากโลกได้
 
  ดาวเคราะห์คล้ายโลกต้องมีขนาดใกล้เคียงโลก และใช้หลักเกณฑ์ของมนุษย์มองเห็นในการพิจารณา
 
  Earth-Like Planet : ดาวเคราะห์คล้ายโลก

คือดาวเคราะห์ ที่มีส่วนประกอบของวัตถุขนาดระหว่าง 0.5 ถึง 2.0 เท่าของโลก
ส่วนใหญ่ต้องเป็นหิน มีชั้นของบรรยากาศ (Atmosphere)และพื้นผิวมีของเหลว
ที่เป็นน้ำ (Liquid surface water)

ข้อสังเกต ทางทฤษฎี:

มนุษย์สามารถมองเห็นจุดเด่นต่างๆในความเหมือน หรือคล้ายสิ่งที่เกิดขึ้นเช่น เดียวกันบนโลกได้ เป็นข้อพิสูนจ์ได้เบื้องต้น

ดาวเคราะห์คล้ายโลก (Earth-Like Planet) จัดอยู่ประเภทย่อยของ
ดาวเคราะห์ ที่พอดำรงชีพได้ (Habitable Planet)
 
   พบว่า มีประมาณ 100 แห่งนอกระบบสุริยะ มีลักษณะฝาแฝด เหมือนระบบสุริยะ
   จากการสำรวจระยะไกล โดย Anglo-Australian Planet Search (AAPS)
   สนับสนุนโดย National Science Foundation (NSF) พบความคล้ายระบบสุริยะ
   มีดาวฤกษ์ HD 70642 (ดวงอาทิตย์) เป็นศูนย์กลาง มีระยะห่างจากเรา 95 ปีแสง
   โดยมี ดาวเคราะห์ก๊าซ มีวงโคจร และ ขนาดใกล้เคียงคล้ายดาวพฤหัส และมีดวงจันทร์
 
  Earth Twin / Solar System Twin : โลกฝาแฝด /ระบบสุริยะฝาแฝด

Earth Twin คือ มีความเหมือนกันอย่างชัดเจนแน่นอนกับโลก เช่น ส่วนประกอบสสารของวัตถุ(Mass) รัศมีของวงกลม (Radius) มีพื้นผิว มีของเหลว
ที่เป็นน้ำ (Liquid surface water) มีการสะท้อนรังสี สนามแม่เหล็กจากพื้นผิว (Albedo) และต้องมีองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศ (Atmospheric composition)

Solar System Twin คือ มีดาวเคราะห์เท่ากับระบบสุริยะ ที่เราอาศัยอยู่นี้ทั้งหมด
โคจรรอบ G2V Star (ดาวประเภทเดียวกับดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะหรือดาวฤกษ์)
 
   มีขนาดเล็กกว่าโลกมาก ถือว่าเป็นเศษของดาวเคราะห์
 
  Eta_Earth : โลกขนาดจิ๋ว

คือ เศษเล็กของดาวเคราะห์ ที่มีศักยภาพพอดำรงชีพได้
(Potentially Habitable Planet หรือ PHP) โดยอาจจะแตกแยกออกจาก
Habitable Planet (ดาวเคราะห์ที่พอดำรงชีพได้) ขณะนี้เป็นการแปลความหมาย
จากการสำรวจพบเพียง 1 ดวง อาจจะต้องใช้การประเมินจากตัวเลขศักยภาพต่างๆ
ที่สำรวจเพิ่มในอนาคต
 
   ในระบบสุริยะ ดาวพฤหัส คือ ดาวเคราะห์ยักษ์
 
  Giant Planet : ดาวเคราะห์ยักษ์

คือ มีส่วนประกอบของวัตถุที่มีจำนวนมาก มีขนาดความใหญ่กว่า
Terrestrial Planet (ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวชัดเจน) แต่เล็กกว่า Brown dwarf
(ดาวแคระสีน้ำตาล)

ข้อสังเกต ทางทฤษฎี :

ระบบสุริยะมี ดาวเคราะห์ยักษ์ อยู่ 2 ประเภทคือ

Gas giants หรือดาวเคราะห์ ที่มีส่วนประกอบ ของก๊าซมากๆ เช่น ดาวพฤหัส
ดาวเสาร์ ด้วยบรรยากาศ ก๊าซ Hydrogen เริ่มตั้งแต่ก่อตัวภายในเต็มไปด้วย
Metallic Hydrogen รอบแกนใน ที่เป็นหิน (Rocky core)
ส่วนเหนือ พื้นผิวชั้น Cloud-top ก็เป็นก๊าซ Ammonia

Ice giants หรือดาวเคราะห์ที่มี ส่วนประกอบของน้ำแข็งมากๆ เช่น ดาวยูเรนัส
ดาวเนปจูน ถึงแม้ว่าจะมีส่วนประกอบของก๊าซ Hydrogen และ Helium
ดูเหมือนดาวเคราะห์ก๊าซ แต่แท้จริงแล้วก๊าซเหล่านั้น ห่อหุ้มภายนอก
ส่วนภาย ในเป็นประกอบของ Briny ices (น้ำแข็งที่มีความเค็มเหมือนเกลือ)
รอบแกนใน ที่เป็นหิน (Rocky core) เช่นกัน

การสังเกต Giant Planet พบว่ามีการผันแปรของอุณหภูมิอย่างชัดเจนเป็นการ
แสดงถึงการพัฒนาการสภาพบรรยากาศ ไปสู่ดาวเคราะห์ ตลอดเวลา
 
   ในบางครั้งการใช้ถ้อยคำ Hot Jupiter หมายถึง ดาวเคราะห์ที่เปรียบเทียบว่า
   มีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัส แต่ต้องมีการเผาไหม้ของ Deuterium (ธาตุไฮโดรเจนชนิดหนัก)
   ไม่เกิน 13 เท่าของดาวพฤหัส ทั้งนี้ต้องมีพิกัดโคจร ใกล้กับดาว
   (ที่ให้การเกิดก่อตัวของดาวเคราะห์นั้น) ในระยะ 3 A.U.
 
   ส่วน Hot Neptune หมายถึง ดาวเคราะห์ประเภท Ice giants เช่น ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน
 
   มีดาวเคราะห์จำนวนมาก อยู่นอกสุริยะของเรา ถือว่าเป็นระบบสุริยะพิเศษ
 
  Extrasolar Planet : ดาวเคราะห์ ระบบสุริยะพิเศษ

คือ กลุ่มดาวเคราะห์ (Planets) เช่นเดียวกับโลก เช่นเดียว กับดาวพฤหัส ฯลฯ
ที่มีวงโคจร รอบดาวฤกษ์ (Star) เป็นลักษณะเดียวกับ ดวงอาทิตย์
มีระบบเช่นเดียวกับระบบสุริยะ โดยมีตำแน่งอยู่ใน ระบบสุริยะอื่น (ระบบสุริยะ
พิเศษ) บางกรณีเรียกว่า Exoplanet (โลกอื่น)
 
   Parent Star หรือ Host Star
 
  Host Star : ดาวศูนย์กลาง (หรือ Parent Star : ดาวแม่)

ดาว (Star) ที่มี ดาวเคราะห์ (Planet) ดาวแคระสีน้ำตาล (Brown dwarf)
หรือวัตถุอื่นๆจำนวนไม่มาก หมุนรอบเป็นวงโคจรโดยดาวนั้นมีตำแหน่ง
อยู่บริเวณจุดศูนย์กลาง หรือแต่ดั้งเดิม บางกรณีเรียกว่า Parent Star (ดาวแม่)
ด้วยการตรวจสอบ ทางเทคนิคที่มีความละเอียดอย่างระมัดระวังในปัจจุบัน
สามารถแสดงหลักฐานเรื่องแรงดึงดูด ค่าเฉลี่ย ความเคลื่อนไหว
ระยะความไกล-ใกล้ระหว่างดาวอื่นข้างเคียง แรงดึงดูดที่มีปฏิกิริยาจากดาวอื่น
และจากค่าผลของแสงของดาวอื่นทีอยู่ระยะไกลทำให้เราทราบชัดเจนขึ้นว่า
เป็นดาวศูนย์กลาง หรือดาวแม่ของระบบนั้นๆ
 
  หมายเหตุ :
รายงานและข่าวต่างๆ พบว่ามีความเข้าใจผิดบ่อยครั้ง จากการแปล
ความหมายจากคำว่า Planet (ดาวเคราะห์) แต่ดาวเคราะห์ มีหลากหลาย
ซึ่งในบางกรณีไม่ได้คล้ายโลก แต่ความคุ้นเคยคำว่า Planet  อาจทำให้เข้าใจว่า
โลก หากต้องการแสดงความหมายถึง โลก ควรใช้คำว่า Earth
ในทำนองเดียวกันก็ยังพบการรายงาน ลักษณะสันนิฐานว่าคล้ายโลก
ขณะนี้เป็นการสำรวจโดยระยะไกลยังขาดความชัดเจน ที่จะสรุปได้อย่างแท้จริง
 
 
  References:

The Science of NASA's Navigator Program
TPF-C Science and Technology Development Team Report 2006
National Aeronautics and Space Administration
Jet Propulsion Laboratory California Institute of Technology
 
 

 

   
 
 
2


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017