Exoplanet : ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น [หน้า 1/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : June 2, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0

Non-profit organization
 
 
 
   Exoplanet : ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น [หน้า 1/2]
 
 
 
เมื่อมองออกไปสู่ ระบบสุริยะอื่น ซึ่งมีดาวเคราะห์เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเรา
ความเป็นดาวเคราะห์ มีข้อแตกต่างกันอย่างมากมาย และไม่มีบรรทัดฐานในข้อ
มูลที่เราเคยรู้จัก ดาวเคราะห์ในจักรวาล มีเป็นจำนวนมากแทบจะนึกไม่ออกเลย

หากว่าเปรียบจำนวนเมล็ดทรายบนโลก เท่ากับจำนวนดาวทั้งหมดของจักรวาล
จำนวนดาวเคราะห์และัดวงจันทร์อื่นๆ ในจักรวาลคงมีมากกว่านี้นับ 10 เท่า
Exoplanet (ดาวเคราะห์ระบบสุริยะอื่น หรือ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะพิเศษ)
มีความหลากหลายจากการสำรวจพบ ซึ่งต้องเริ่มที่จะกำหนดถึงประเภทใหม่
อย่างไม่รู้จบในอนาคต

การสำรวจดาวเคราะห์ เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน มากกว่าการสำรวจดาวทั่วไป
เหตุผลคือ ดาวเคราะห์ มีแสงน้อย มีความร้อนน้อย เป็นอุปสรรคต่อการสำรวจ
จากระยะไกล ประเด็นสำคัญอีกคือ มนุษย์มีความต้องการที่จะค้นหา โลกอื่น
ต้องการที่จะหาคำตอบ ว่ามีเพียงมนุษย์อยู่อย่างโดดเดี่ยวในจักรวาลจริงหรือ
จึงเกิดโครงการและกฏเกณฑ์ขบวนการสืบค้นโลกใหม

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของดาวเคราะห์ของระบบสุริยะอื่น วันนี้เป็นเพียงการสำรวจ
เบื้องต้นด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี บางประเด็นอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อสรุป
สรุปใหม่ได้ในอนาคต และบางประเด็นอาจยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่บ้าง
 
 
ดาวเคราะห์ 51 Pegasi b
 
 
51 Pegasi b
ดาวเคราะห์ระบบสุริยะอื่นที่มนุษย์สำรวจพบเป็นครั้งแรก


เป็นการสำรวจจากพื้นโลกโดยMichel Mayor และDidier Queloz เมื่อ 6 ตุลาคม
ค.ศ.1995 จากหอดูดาว Haute-Provence Observatory ประเทศอังกฤษซึ่งได้
ตั้งชื่อดาวเคราะห์นี้ครั้งแรกว่า Bellerphon (ภาษากรีก)

นอกจากนั้นมีชื่ออื่นคือ Gliese 882 b, HD217014 b, HIP 113357 b, HR 8729 b
51 Pegasi b มีระยะห่างจากโลกราว 50 ปีแสง บริเวณกลุ่มดาว Pegasus (ม้าบิน)

51 Pegasi b จัดอยู่ในลำดับชั้นดาวเคราะห์ประเภท Hot Jupiters มีวงโคจรรอบ
Host star (ดาวหลัก) คือ 51 Pegasi ประเภท Yellow Dwarf (ดาวแคระสีเหลือง)

สมมุติฐานจากข้อมูลการสำรวจ 51 Pegasi b มีลักษณะเป็นดาวเคราะห์มีพื้นผิว
ชัดเจน (Terrestrial planet) คล้ายดาวเคราะห์หิน แต่มีตำแหน่งใกล้กับ Host star
จึงถูกฉุดดึงด้วยพลังงานมหาศาลทำให้ 51 Pegasi b พลุ่งพล่านไปด้วยความร้อน
พื้นผิวเปิดออกอย่างไม่เห็นพบเห็นบนโลกโดยท่วมล้นไปด้วยลาวา ไหลวนเวียนไป
มาเปลี่ยนแปลงรูปทรงอย่างไม่ขาดสายบนพื้นผิว ก๊าซไฮโดรเจนจึงหลุดรอดออก
สู่อวกาศตลอดเวลา ทำให้ชั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ และมี
ความแตกต่างขององค์ประกอบกำมะถัน โดยอุณหภูมิมีระดับ 1,300 องศา C จึง
เต็มไปด้วย ไอระเหยของหินร้อนจากพื้นผิว ที่ปรุงแต่งรวมกับเหล็กและนิเกล
 
 
พื้นผิวดาวเคราะห์ 51 Pegasi b
 
 
ดาวเคราะห์ Epsilon Eridani b (ดวงเล็กสีเทา)
 
 
Epsilon Eridani b
ดาวเคราะห์อาจมีน้ำและสิ่งมีชีวิต


เดิมที่เดียว Bruce Campbell และ Gordon Walker สำรวจพบราวค.ศ.1990 แต่
ข้อมูลไม่เพียงพอ ที่จะสรุปความได้ถึงองค์ประกอบของดาวเคราะห์ ต่อมา Artie
Hatzes สำรวจใหม่รายละเอียดสมบูรณ์ขึ้นได้ประกาศเป็นทางการเมื่อ 7 สิงหาคม
ค.ศ. 2000

Epsilon Eridani b มีชื่ออื่นอีก คือ 18 Eridani b, Gliese 144 b, HD 22049 b,
HIP 16537 b, HR 1084 b Epsilon Eridani b มีวงโคจรรอบ Host star (ดาวหลัก)
คือ Epsilon Eridani ดาวสามัญประเภท class K2. (ดาวสีเหลืองคล้ายดวงอาทิตย์)
มีความสัมพันธ์สนามแม่เหล็กเป็นวงกว้างและเข้มข้นต่อกัน ระหว่างดาวหลักและ
ดาวเคราะห์

แม้ว่า Epsilon Eridani b มีเส้นทางโคจรแบบ Eccentric (คล้ายลูกเบี้ยว) ระยะ
ห่างจากโลกราว 10.5 ปีแสง บริเวณกลุ่มดาว Eridanus (แม่น้ำ)

สมมุติฐานจากข้อมูลการสำรวจ Epsilon Eridani b มีวงโคจรห่างจากดาวหลักไกล
มากจึงเชื่อว่าบน Epsilon Eridani b มีของเหลวเช่นน้ำ หรือสิ่งมีชีวิตได้เป็นดาว
เคราะห์เป็นรายชื่อในเป้าหมายของการสำรวจเรื่อง ระบบชีวิตของโลกอื่น
 
 
พื้นผิวดาวเคราะห์ Epsilon Eridani b
 
 
ดาวเคราะห์ Oph 162225-240515
 
 
Oph 162225-240515
ดาวเคราะห์คู่ประหลาด


โดยทั่วไปดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น จะต้องมีวงโคจรรอบ Host star (ดาวหลัก) เช่น ดวงอาทิตย์ อย่างน้อย 1 ดวง ซึ่งบางกรณียังพบเห็น Host star มากกว่า 2-3 ดวงนั้่นเป็นระบบที่เรารู้จัก

แต่ดาวเคราะห์ดวงนี้กลับไม่มีดวงอาทิตย์ หรือดาวที่เหมือนดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์
กลางแม้แต้ดวงเดียว และมีลักษณะคล้าย Brown dwarfs (ดาวแคระสีน้ำตาล)
แต่มีขนาดเล็กกว่า มีแสงพร่ามัว เพราะขาดศักยภาพด้านพลังงานความร้อนจาก
การหลอมละลาย โดยตนเองลอยล่องห่างไกล จากดาวอื่นๆด้วย

หอดูดาว European Southern Observatory's ในประเทศ Chile เป็นผู้สำรวจพบ
วัตถุประหลาดดังกล่าว โดยมีขนาดมวลใหญ่กว่าดาวพฤหัส 7 เท่า และยังเพิ่มความ
แปลกประหลาดไปอีก ด้วยมี 2 วัตถุ มีวงโคจรซึ่งกันและกัน จึงเรียกว่า Planemo binary (ระบบดาวคู่แปลกประหลาด) เป็นการผูกมัดวงโคจรด้วยกัน

เกิดขึ้นมาราว 1 ล้านปี โดยอยู่บริเวณแหล่งก่อฟักตัวดาว Ophiuchus มีระยะทาง
ห่างจากโลก 400 ปีแสง อย่างไรก็ตามข้อมูลสำรวจได้สรุปว่าวัตถุทั้งสอง มีความ
เป็นดาวเคราะห์มากกว่าดาว (ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน) โดย Oph 162225-240515
มีชื่ออื่นๆอีกคือ Oph1622
 
 
ดาวเคราะห์ Oph 162225-240515
 
 
แหล่งก่อฟักตัวดาว Ophiuchus
 
 
SWEEPS-10
ดาวเคราะห์มีวันขึ้นปีใหม่ทุก 10 ชั่วโมง


ดาวเคราะห์ SWEEPS-10 มีวงโคจรห่างจาก Host star (ดาวหลัก) ชื่อ SWEEPS
J175902.00−291323.7 เพียง 740,000 ไมล์ จึงนับว่าใกล้มาก โดยมีระยะทาง
ห่างจากโลก 22,000 ปีแสง บริเวณกลุ่มดาว Sagittarius (คนยิงธนู)

สำรวจพบโดย Jeremy McGovern ในปี ค.ศ. 2006 ดาวเคราะห์ SWEEPS-10
ใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมงสามารถโคจรได้ 1 รอบเท่ากับขึ้นปีใหม่ทุกๆ 10 ชั่วโมง

จัดอยู่ในประเภทใหม่ Zippy exoplanets เรียกว่า Ultra-short-period planets (USPPs) ซึ่งมีระยะเวลาโคจรรอบ ดาวหลักน้อยกว่า 1 วัน (โลก)

จากการสำรวจพบขณะนี้ ดาวเคราะห์ประเภท USPPs มีจำนวน 5 ดวง ซึ่งมีขนาด
เท่ากับดาวพฤหัส และจำนวน 16 ดวง มีตำแหน่งห้อมล้อมกันอยู่บริเวณ แนวรอย
โป่งของ วงกลมดาราจักรใน Milky Way เป็นเป้าหมายการสำรวจในบัญชีรายชื่อ
เพราะทั้งหมด มีความสัมพันธ์กันแบบ Short orbital periods (วงโคจรช่วงสั้น)
 
 
ดาวเคราะห์ SWEEPS-10
 
 
ดาวเคราะห์ Upsilon Andromeda b
 
 
Upsilon Andromeda b
ดาวเคราะห์ไฟและน้ำแข็ง


ระบบวงโคจรมีลักษณะถูกตรึง (เช่นระหว่าง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก) แต่ดาว
เคราะห์ดวงนี้จะหันด้านเดิมสู่ Host star (ดาวหลัก) เสมอ ทำให้ด้านหน้ามีอุณหภูมิ
ความร้อนสูงเต็มไปด้วยลาวา ส่วนด้านหลังกับเย็นจนเป็นน้ำแข็ง

Upsilon Andromeda b มีตำแหน่งห่างจากโลก 44 ปีแสง อยู่ในบริเวณกลุ่มดาว
Andromeda (แอนดรอเมดา) สำรวจพบโดย Marcy et al. ในปี ค.ศ.1996 มีชื่อ
อื่นๆอีก คือ 50 Andromedae b, Upsilon Andromedae Ab
 
 
พื้นผิวด้านหน้าของ ดาวเคราะห์ Upsilon Andromeda b
 
 
Coku Tau 4
 
 
วงโคจรระบบของ Coku Tau 4
พบดาวเคราะห์ทรหด


การสำรวจพบดาวเคราะห์มีวงโคจรรอบ Host star (ดาวหลัก) ชื่อ Coku Tau 4 มีระยะทางห่างจากโลก 420 ปีแสง ตำแหน่งบริเวณกลุ่มดาว Taurus (วัว) โดย
CoKu Tau 4 (Host star) จัดอยู่ในประเภท Pre-main-sequence binary (ดาวสามัญ ระบบคู่)

อนุมานว่าดาวเคราะห์ดังกล่าว ปรากฎอยู่ในหลุมแผ่นจานฝุ่นหมอกอวกาศ (Dusty
disk) อายุน้อยราว 1 ล้านปี มีรอบวงแผ่นฝุ่นหมอกขนาดใหญ่ เห็นร่องรอยควั่น
เป็นชั้นๆช่องหลุมดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าโลก 10 เท่า หมุนวงโคจรรอบดาวหลัก
(Host star) ท่ามกลางลมพายุแห่งดวงดาว จนทำให้อวกาศสะอาดหมดจดตาม
เส้นทางวงโคจรของดาวเคราะห์

การสำรวจลงความเห็นว่า เป็นลักษณะเดียวกับการเริ่มต้นการเกิดขึ้นของระบบ
สุริยะ ที่มีวัตถุดิบเพียงพอ ระดับอุณหภูมิเพียงพอ จนเกิดดาวเคราะห์หินขึ้นพร้อม
มีดาวเคราะห์ก๊าซขนาดใหญ่การเกิดขึ้น ทั้งหมดของระบบนับเป็นความทรหดด้วย
การใช้เวลาที่ยาวนานมาก
 
 
หลุมแผ่นจานฝุ่นหมอกอวกาศ
 
   
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017