Exoplanet : ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น [หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : June 2, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0

Non-profit organization
 
 
 
   Exoplanet : ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น [หน้า 2/2]
 
 
M 4
 
 
บริเวณกระจุกดาว M 4
สำรวจพบดาวเคราะห์รุ่นบรรพกาล


ระบบกำเนิดดาวเคราะห์ จากบรรพกาลต้องใช้เวลาก่อตัวไม่น้อยกว่า 8 พันล้านปี การเกิดขึ้นมีความยุ่งเหยิง สับสนจากก๊าซรอบๆดาวในกลุ่มกระจุกดาวโบราณ

การสำรวจพบลักษณะ ดังกล่าวบริเวณ กระจุกดาวทรงกลม (Globular) M4 หรือ
(NGC 6121) กลุ่มดาว Scorpius (แมลงป่อง) มีระยะห่างจากโลก 7,200 ปี อยู่ในทางช้างเผือก

การเกิดขึ้นของดาวเคราะห์ ไม่เหมือนการเกิดขึ้นแบบการสร้างผืนแผ่นดิน แต่จะ
ประกอบไปด้วยปฎิกิริยา กระทบกระทั่งกันของสนามแรงโน้มถ่วง (Gravitational
interactions) โดยเฉพาะ M4 มีดาวเกาะกันเป็นกลุ่มก้อนถึง 100,000 ดวง ช่วย
กันชำแหละให้เกิดระบบของดาวเคราะห์

ที่ผ่านมาวัตถุต่างๆในจักรวาล เกิดขึ้นด้วยการม้วนตัวปั่นหมุนวนอย่างโคลงเคลง
จากกลุ่มก๊าซจนเกิดเป็นรูปทรงดาวเคราะห์ เป็นตามหลักเกณฑ์ทางทฤษฎีอย่าง
แน่นอน แม้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจยากเพราะก่อนหน้านั้นไม่มีหิน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภาย
หลังนั้นล้วนแต่เป็นธาตุหนัก จากการผันแปรชั้นกำเนิดจากดาว

ซึ่งหากมีหินเกิดขึ้นภายหลังต่อมา บางที่อาจพบสิ่งมีชีวิต จากการพัฒนาการของ
ระบบในข้างหน้าดังเช่นโลกได้
 
 
ดาวเคราะห์ HD 209458 b
 
  HD 209458 b
ดาวเคราะห์ไอระเหย


HD 209458 b หรือมีชื่อเรียกว่า Osiri โคจรอยู่ใกล้กับ Host star(ดาวหลัก) ชื่อ
HD 209458 บริเวณกลุ่มดาว Pegasus (ม้าบิน) วงโคจรดังกล่าวมีระยะใกล้มาก
จึงได้รับความร้อนสู่ชั้นบรรยากาศง่ายและต่อเนื่องจากอวกาศ

มีผลกระทบต่อระบบดาวเคราะห์ เกิดปฎิกิริยากลายเป็นไอจากน้ำที่ปลดเปลื้อง
ออกมาจากก๊าซ ประมาณ 10,000 ตันต่อวินาที ดาวเคราะห์ดังกล่าวห่างจากโลก
ราว 150 ปีแสง หมุนรอบ Host star (ดาวหลัก) ใช้เวลา 3.5 วัน วัดอุณหภูมิพื้นผิว
ได้ 1,000 องศา C มีมวลหนาแน่นกว่าโลก 220 เท่า

ซึ่งสำรวจพบ เมื่อปี ค.ศ. 1999 ต่อมาปี ค.ศ. 2007 การสำรวจ HD 209458 b โดยตรวจสอบจากวิธี Spectra จากบรรยากาศ พบว่าเป็นระบบกลไกดาวเคราะห์
นี้ไม่น่าจะมีรูปแบบระบบของชีวิต ซึ่งยังเป็นข้อโต้แย้งกันอยู่
 
 
พื้นผิวดาวเคราะห์ HD 209458b
 
 
ดาวเคราะห์ HD 189733 b
 
 
HD 189733 b
ดาวเคราะห์มีเฆมมาก แต่ปราศจากน้ำ


การสำรวจดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์จำต้องใช้
การวิเคราะห์ข้อมูล จากแสงและชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจพบน้ำที่ปะปนอยู่กับเฆม
แต่หลังจากต้องสอบ Light spectrum (สเปคตัมของแสง) พบว่า HD 189733b
มีลักษณะพิเศษของโมเลกุลในชั้นบรรยากาศ

ในทางทฤษฎีควรมีองค์ประกอบของ ไฮโดรเจน ฮีเลียม คาร์บอนและออกซิเจน
หรือไอน้ำ หรือไอของมีเทน เหตุผลเพราะเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกับดาว แต่
HD 189733b มีความแตกต่างของธาตุดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่า ไม่พบ
สัญญานของธาตุดังกล่าว ซึ่งเป็นองค์ประกอบตั้งต้นของน้ำ

เชื่อว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวเป็นปรากฎการณ์กลุ่มใหม่ ที่มีบรรยากาศเช่นนั้นด้วย
มีเมฆหนาของ Silicate clouds ทึบแต่ไม่พบน้ำ

HD 189733 b โคจรรอบ Host star (ดาวหลัก) ชื่อ HD 189733 บริเวณกลุ่มดาว
Vulpecula (สุนัขจิ้งจอก) ห่างจากโลกราว 63 ปีแสง สำรวจพบเมื่อ ค.ศ. 2005
โดย Bouchy ขณะนี้จัดอยู่ในประเภท Hot Jupiter
 
 
ดาวเคราะห์ Gliese 581 C
 
 
Gliese 581 C
ดาวเคราะห์ที่สามารถดำรงชีพได้


Gliese 581 C จัดอยู่ในกลุ่ม Earth-like planet (ดาวเคราะห์คล้ายโลก) ที่อยู่ใน
ระบบสุริยะอื่น เป็นครั้งแรกที่พบน้ำจากกลุ่มเฆม กรณีดังกล่าวเป็นกุญแจสำคัญ
สู่ต้นกำเนิดแห่งชีวิต

โดย Gliese 581 C โคจรห่างจาก Host star (ดาวหลัก) ในระยะที่เหมาะสมจึง
เรียกว่า Goldilocks ดังนั้นมีศักยภาพ สามารถรักษาน้ำไว้บนพื้นผิวได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการสำรวจขณะนี้ไม่พบสัญญานด้านชีววิทยาบนดาวเคราะห์
ดวงนี้ แต่หากมีก็สามารถสำรวจพบขั้นตอนแห่งชีวิตได้ ซึ่งจำต้องใช้ขบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ และเวลาอีกระยะหนึ่งอาจทำให้โฉมหน้าจักรวาลเปลี่ยนไปใน
เรื่องการดำรงชีพของดาวเคราะห์ดวงอื่น

Gliese 581 c หรือ Gl 581 c บางครั้งเรียกว่า Super-Earth เนื่องจากมีขนาดใหญ่
กว่าดาวเคราะห์หินทั่วไป โดยโคจรอยู่รอบ Host star (ดาวหลัก) ชื่อ Gliese 581 บริเวณกลุ่มดาว Libra (คันชั่ง) ห่างจากโลกราว 20 ปีแสง เป็นสำรวจพบเมื่อ ค.ศ.
2007 โดย Stéphane Udry et
 
 
พื้นผิวดาวเคราะห์ Gliese 581 C
 
   
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017