ระบบสุริยะพิเศษ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Nov 25, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0

นน
Non-profit organization
 
 
 
   การสืบค้นโลกใหม่ - 4
 
  นอกระบบสุริยะ ข้อมูลวิทยาศาสตร์ทางกายภาพ
จะเหมือนกับที่เราเข้าใจหรือไม


หัวข้อทั้งหมดนี้ เป็นเงื่อนไขแห่งความสำคัญยิ่ง แสดงผลว่าทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต
บนดาวเคราะห์อื่นหรือไม่ โดยจะได้ข้อมูลจากยานสำรวจต่อไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยความแรงของสัญญาณที่ถูกส่งออกไป
สะท้อนกลับเป็นค่าที่สามารถตรวจ สอบพบก๊าซชนิดต่างๆได้ เช่น ออกซิเจน
ไฮโดรเจน ไนโตรเจน หรือการตรวจ สอบคลื่นสัญญาณ ที่เป็นลักษณะ
พื้นผิวมหาสมุทร พื้นผิวแหล่งความร้อน พื้น ผิวด้านภูมิศาสตร์ ฯลฯ
หมายความว่า เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากระบบสุริยะเท่านั้น

ส่วนขอบเขตนอกระบบสุริยะ จะมีขนาดและรูปแบบลักษณะข้อมูลด้าน
วิทยาศาสตร์ของวัตถุที่เราเข้าใจตามกรอบเดิมหรือไม่เป็นเรื่องที่น่าชวนคิด
 
   โลกใหม่อาจมี ดวงอาทิตย์ 2 ดวง ขึ้นและตกพร้อมๆกัน
 
  ดวงอาทิตย์ 2 ดวงหรือมากกว่า

เราอาจพบเห็นโลกใหม่ มีดวงอาทิตย์ 2 ดวง ขึ้นและตก พร้อมๆกัน
เหตุผลด้วยนอกระบบสุริยะที่กว้างใหญ่ มีดวงอาทิตย์นับไม่ถ้วน เฉพาะในกาแล็คซี่ทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่มี ดวงอาทิตย์ ประมาณ 300 ล้านดวง

ส่วนใหญ่นั้นเป็นระบบ ดาวคู่ดาว เช่น Sirius ที่เรารู้จักแท้จริง มี 2 ดวง คือ A & B
เมื่อมองจากโลกด้วย ตาเปล่าเห็นเหมือนดวงเดียว เพราะมีตำแหน่งซ้อนเลื่อมกันอยู่
Sirius A มีขนาด ใหญ่กว่าโลกถึง 10,000 เท่า Sirius B ขนาดเท่าโลก
แต่แรงโน้มถ่วงบริเวณพื้น ผิวมากกว่าโลก 400,000 เท่ามีอุณหภูมิ 25,000 องศา C
ห่างจากโลก 8.6 ปีแสง จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจพบเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว
 
    อาจพบต้นไม้ยืนต้นแข็งกลายเป็นหิน ด้วยคลื่นความร้อนจากพายุสุริยะ ของดวงอาทิตย์ตนเอง
 
  ต้นไม้ดำแข็งเหมือนถ่านหิน

ดาวเคราะห์หินเหมือนโลกที่อยู่นอกระบบสุริยะ อาจมีการพัฒนาการเช่นเดียวกัน
ด้วยการมีต้นไม้สิ่งมีชีวิตหลากหลายพันธุกรรมนับหลายพันล้านปี
หลังจากนั้น หยุดการพัฒนาการ ระบบธรรมชาติเริ่มเสื่อมถอยมลภาวะเป็นพิษ
สนามแม่ เหล็กอ่อนแอ ไม่สามารถปกป้องรังสีที่อันตรายจากดวงอาทิตย์ได้
ทำให้รังสี UV รังสี Hard X-rays แผ่คลื่นความเข้มข้น เพิ่มขึ้นช้าๆที่ละน้อย

ทำให้บรรยากาศ เต็มไปด้วยอนุภาคอีเล็คตรอนสะสม มีความร้อนระอุ
แบบเตาอบด้วยความชื้นถูก ดูดซับออกไปตลอดเวลาช้าๆ ทำให้ต้นไม้ยืนต้นแห้งตายและแข็งดำจาก ปฏิกิริยาทางเคมีเป็นลักษณะเดียวกับ
ต้นไม้กลายเป็นหินเช่นเดียวกับโลก ส่วนแหล่งน้ำก็จะเริ่มแห้งลงตามลำดับ
สิ่งมีชีวิตเริ่มดับสูญไปที่ละน้อยจนหมดสิ้น
 
    บรรยากาศอาจเต็มไปด้วย ละอองฝุ่นพิษของกรดกำมะถันเป็น โลกใหม่ที่มองเห็นแต่สีเหลือง
 
  ท้องฟ้ากลางวันมีสีเหลือง ในน้ำมีแต่ความร้อน

ดวงอาทิตย์ของเราในระบบสุริยะมีขนาดใหญ่กว่าโลก 1.5 ล้านเท่า แต่นอกระบบ
ระบบสุริยะยังมีดวงอาทิตย์ที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ของเราอีกเป็นพันเท่า
จึงอาจ พบดวงอาทิตย์ที่ใหญ่ได้ไม่ยากถึงจะมีความใหญ่กว่า
แต่มีระยะโคจรระหว่างกันที่เหมาะสม ก็เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อม
เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตได้ และด้วยลักษณะชั้นบรรยากาศ

มีส่วนประกอบของก๊าซกำมะถันจากอดีตเกิดจากภูเขาไฟที่ยังหลงเหลืออยู่
ลอยตัวปะปน กับออกซิเจนและโซเดียม ทำให้มองเห็นเป็นสีเหลือง
จากการสะท้อนของก๊าซ ส่วนน้ำบนโลกใหม่นั้น ยังอุ่นหรือร้อนอยู่จากความร้อน
ภูเขาไฟใต้แผ่นเปลือกที่ยังปะทุอยู่ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีกรดกำมะถัน
และน้ำมีความร้อน สิ่งมีชีวิตบางชนิดก็สามารถเกิดได้ท่ามกลาง
สภาพแวดล้อมดังกล่าว เป็นลักษณะเดียวกับแหล่งน้ำพุร้อนจากใต้ดินของโลก
 
    อาจเป็นโลกใหม่ที่มีแต่ฤดูกาลหิมะสีดำ
 
  ฤดูกาลหิมะสีดำ

บนโลกเราพบแต่หิมะสีขาว โลกใหม่นอกระบบสุริยะสภาพอากาศที่เย็นจัด
ทำให้เกิดหิมะได้เช่นกัน แต่ด้วยชั้นบรรยากาศ ที่มีฝุ่นหมอกอวกาศหนาแน่นด้วย
อนุภาคสารประกอบของคาร์บอน จากดาวอื่นที่ถูกพัดพาเข้ามาผสมเข้าด้วยกัน
ทำให้เกิดหิมะสีดำ เป็นลักษณะเดียวกันที่เกิดฝนกรดบนโลก
 
   โลกใหม่ที่มีแต่น้ำส่วนใหญ่
 
  โลกแห่งมหาสมุทร

น้ำเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต ในระบบสุริยะเรามีหลักฐานที่ชัดเจน
ว่าดาวอังคารเคยมีน้ำเป็นจำนวนมหาศาลในอดีต และดวงจันทร์ยูโรปาก็มีน้ำ
ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวลึกนับร้อยกิโลเมตร

จึงคงไม่ได้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจเลย หากโลกใหม่นอกระบบสุริยะ
จะมีน้ำเป็นส่วนใหญ่บนพื้นผิว และมีความใสดุจกระจกเงาที่มองลึกลงไปเห็นได้
นับร้อยเมตร จากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ ที่บรรยากาศปราศจากมลพิษ
 
    โลกใหม่เป็นจำนวนมาก ที่อยู่ห่างใกล้และมืดมาก
 
  โลกสลัว ไม่เคยมีกลางวันและกลางคืนที่ชัดเจน

เมื่อบางแห่งบนโลกใหม่มีความสว่างอย่างจะแจ้ง ร้อนระอุพื้นผิวแทบลุกเป็นไฟ
ในส่วนที่ห่างไกลดวงอาทิตย์ แทบไม่เห็นแสงสว่างก็มีไม่ใช่น้อย
โดยจะรับแสงที่ส่องมาจากดวงอาทิตย์ได้ ในมุมจำกัดมองเห็นเพียงเป็นลำแสง
ระยะไกล ไม่เคยมีกลางวันและกลางคืนที่ชัดเจน บนพื้นผิวมีแต่ความเย็นแบบสุดขั้ว

อันที่จริงตัวอย่างที่กล่าวมา ก็เป็นเพียงสิ่งที่ประเมินให้ต่างออกไปจากทางกาย
ภาพที่เรารู้จักบนโลกแต่ยังมีเงื่อนไขของลักษณะที่พอที่อ้างอิงได้
เราไม่แน่ใจ นักว่าจะมีความแตกต่างกัน ระหว่างโลกใหม่กับโลกปัจจุบัน
ในเรื่องอย่างอื่นๆ จนเราจะไม่สามารถอธิบายได้หรือไม่หากได้พบเห็นเอง
 
 
  References:

NASA – National Aeronautics and Space Administration
Jet Propulsion Laboratory -California Institute of Technology

The Palomar Testbed Interferometer (PTI)
Astronomy Department at the California Institute of Technology

The Keck Interferometer
The University of Hawaii's Institute for Astronomy

Max-Planck-Institut
für extraterrestrische Physik
(Max Planck Institute for Extraterrestrial Physics)

The Isaac Newton Group of Telescopes (ING)
Roque de Los Muchachos Observatory, La Palma, Spain.

Astronomisches Institut Basel, Binningen, Switzerland
University Corporation for Atmospheric Research (UCAR)
Montana State University, USA.
 
   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   
 
 
2


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017