ระบบสุริยะ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Jul 21, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ ด้านสำรวจอวกาศ ดาวพุธ
 
โครงสร้างภายในดาวพุธ
 
 
แผ่นที่การเรียกชื่อภูมิประเทศบนดาวพุธ
 
ข้อมูลจำเพาะ
สำรวจพบครั้งแรกโดย
Discovered By
สมัยโบราณ
ค่าเฉลี่ยระยะห่างจากดวงอาทิตย์ /กม.
Average Distance from the Sun
57,909,175
หรือ 0.38709893 AU.
ระยะทางใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด /กม.
Perihelion (closest)
46,000,000
เทียบกับโลก = 0.313 x Earth
ระยะทางห่างดวงอาทิตย์ที่สุด /กม.
Aphelion (farthest)
69,820,000
เทียบกับโลก = 0.459 x Earth
รัศมีเส้นศูนย์สูตร /กม.
Equatorial Radius
2,439.7
เทียบกับโลก = 0.3825 x Earth
เส้นรอบวง /กม.
Equatorial Circumference
15,329.1
ปริมาตร /ลบ.กม.
Volume
60,827,200,000
เทียบกับโลก = 0.054 x Earth
มวล /กก.
Mass
3.3 x 1023 
330,220,000,000,000,000,000,000
เทียบกับโลก = 0.055 x Earth
พิกัดความหนาแน่น กรัม/ลบ.ซม.
Density
5.427
เทียบกับโลก = 0.984 x Earth
พื้นที่ของผิว /ตร.กม.
Surface Area
74,800,000
เทียบกับโลก = 0.108 x Earth
ค่าแรงโน้มถ่วงบนพื้นผิว
โดยเปรียบเทียบน้ำหนัก 100 ปอนด์บนโลก
Equatorial Surface Gravity
บนดาวพุธเท่ากับ 38 ปอนด์
ความเร็วหลุดพ้นแรงดึงดูด กม./ชม.
Escape Velocity
15,300
หมุนรอบตัวเอง (เทียบ 1 วันของโลก)
Sidereal Rotation Period
58.646 วัน
หรือ 1407.5 ชั่วโมง
โคจรรอบดวงอาทิตย์ (เทียบ 1 ปีของโลก)
Sidereal Orbit Period
0.241 ปี
หรือ 87.97 วัน
ค่าเฉลี่ยความเร็ววงโคจร กม./ชม.
Mean Orbit Velocity
172,341
เทียบกับโลก = 1.61 x Earth
ค่าเบี่ยงเบนวงโคจร
Orbital Eccentricity
0.20563069
มุมลาดเอียงวงโคจร
กับเส้นสุริยะวิถี /องศา

Orbital Inclination to Ecliptic
7
มุมลาดเอียงวงโคจร
กับระนาบเส้นศูนย์สูตร /องศา

Equatorial Inclination to Orbit
0
เส้นรอบวงของวงโคจร /กม.
Orbital Circumference
356,000,000
เทียบกับโลก = 0.385 x Earth
ค่าอุณหภูมิพื้นผิว ต่ำสุด-สูงสุด /องศา C
Minimum/Maximum Surface Temperature
-173/427 °C
ค่าความสามารถสะท้อนแสงกลับ
Visual geometric albedo
0.12
บริเวณภูมิประเทศน่าสนใจ (เท่าที่ค้นพบ)
Largest known surface feature
Caloris Basin
ส่วนประกอบของชั้นบรรยากาศ
Atmospheric components
Hydrogen - Helium
วัตถุดิบบนพื้นผิว
Surface materials
หิน Basaltic - หิน Anorthositic
เป็นส่วนผสมของผิวหน้่าดิน
ดวงจันทร์ หรือดาวบริวาร /ดวง
Moon
ไม่ปรากฎ
   
 
 
ภาพถ่ายการศึกษาทางธรณีวิทยาดาวพุธ
 
 
เกิดลอนลูกคลื่นบนผิวดาวพุธในฝั่งตรงข้ามอีกด้าน เป็นผลจากแรงชนปะทะ ดันออกแบบ Ejecta
 
 
โครงสร้างดาวพุธ และลักษณะพิเศษ

โครงสร้างภายในดาวพุธ (Interior of Mercury) แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือ
1.Core แกนกลางชั้นในสุด ความหนาแน่นสูงมาก ประกอบด้วยเหล็ก (Iron)
2.Mantle ชั้นหลอมละลาย ประกอบไปด้วยหินหนืด
3.Lithosphere ชั้นผิวพื้นรวมกับชั้นเปลือกนอก (Crusts) ประกอบด้วย
  หินประเภท Silicate

โดยพื้นฐานดาวพุธมี ลักษณะพิเศษ 3 ประการคือ
1.มีความหนาแน่นสูงมากเมื่อเทียบกับ Terrestrial planets (ดาวเคราะห์มีพื้นผิว
  ที่ชัดเจน) เช่น โลก ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และ ดวงจันทร์ของโลก
2.ผิวหน้าด้านบน ด้านกายภาพมีคุณสมบัติ คล้ายคลึงกับดวงจันทร์ของโลก
3.มีจังหวะของวงโคจร 3:2 หมายความว่า ขณะโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ แกนดาวพุธ
  หมุนปั่น 3 จังหวะ หยุดค้าง 2 จังหวะ

สภาพบรรยากาศทั่วไป

บรรยากาศทั่วไป มีก๊าซ Hydrogen - Helium อุณหภูมิ ด้านที่หันสู่ดวงอาทิตย์
ร้อนจัด 427 องศา C ด้านหลังที่มืดหนาวจัด -173 องศา C ตรวจพบสนามแม่เหล็ก
ปรากฎรอบดาวพุธ มีความหนาแน่นสูงของ Iron 60-70 % (เทียบโดยน้ำหนัก)

บนพื้นผิวไม่ปรากฎการกัดเซาะ เนื่องจากปราศจากลมและน้ำ เพราะฉะนั้นการ
พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิว เกิดจากเหตุชนปะทะของ อุกกาบาต และการ
เปลี่ยนแปลงผิวจาก ภูเขาไฟ ในอดีตที่ผ่านมา

วิเคราะห์หลุมอุกกาบาต บนพื้นผิวดาวพุธ

บนพื้นผิวดาวพุธ มีหลุมรอยชนปะทะมาก เหมือนผิวหนังที่พุพอง ในชั้นบรรยากาศ
จะเต็มไปด้วยสะเก็ด อุกกาบาตเล็กๆ ระดมยิงลงมาบนพื้นผิวตลอดเวลา เชื่อได้ว่า
บนดาวพุธแถบไม่มีพื้นผิวที่ราบเรียบเลย แต่มากมายด้วยหลุมบ่อเล็ก บ่อน้อยเช่น
ผิวดวงจันทร์ของโลก

แต่หลังจากวิเคราะห์ ข้อมูลใหม่ มีบางประการอาจไม่ถูกต้อง จากที่เคยเข้าใจ
หลุมขนาดใหญ่เก่าแก่ บริเวณปากหลุมถูกลบเลือนเห็นได้ชัดเจนโดยเกิดรูปแบบ
บดบังจากวัตถุดิบเหนือพื้นผิวที่แปรสภาพ ขบวนการดังกล่าว เรียกว่า Intercrater
plains (เกิดความเรียบระหว่างหลุม)

บนความเรียบระหว่างหลุมนั้น มีลอนลาดเป็นลูกคลื่น น่าจะเกิดจากการไหลของ
ลาวาจากภูเขาไฟในอดีต หรือ การแรงอัดกระแทกจากการชนปะทะจากอุกกาบาต
จนทำให้ พื้นผิวขับเคลื่อนเป็นลอน (Impact ejecta deposit) ทำใหพื้นที่หลุมเก่า
เหมือนถูกกลบจากล่องลอยชน

เมื่อศึกษาโดยละเอียดเพิ่มเติม พบว่าขนาด หลุมอุกกาบาต มีขนาดที่แตกต่างจาก
หลุมบนดวงจันทร์ของโลก โดยส่วนใหญ่หลุมบนดวงจันทร์ มีลักษณะเหมือนโพรง
ขนาดใหญ่ ที่ถูกขุดแบบกระจุยกระจายบนพื้นผิว ส่วนบนดาวพุธลักษณะเกิดขอบ
ใกล้ริมปากหลุมมากกว่า ตั้งแต่ชนปะทะครั้งดึกดำบรรพ์ เป็นการเกิดแบบดันออก
(Ejecta) ทั้งนี้เพราะดาวพุธ มีแรงดึงดูดสูงกว่าดวงจันทร์

การหดตัวและการเกิดลอนลูกคลื่น บนผิวดาวพุธ

การแสดงรูปแบบ Tectonic (การเปลี่ยนแปลงผิวจากภูเขาไฟ) บนดาวพุธ ที่เกิด
การก่อตัวบนพื้นผิว เหมือนตุ่มที่ชันขึ้น (Lobate scarps) กรอปทำให้เกิดหน้าผา
ตัดผ่านแถบยาวและบริเวณปากปล่องหลุมด้วย

กรณีดังกล่าวที่เกิด Lobate scarpsเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการผลักดันแบบไร้
ทิศทาง แสดงความกดดันบนเปลือกดาวพุธ จากความกดดันมีอย่างยาวนานนั้น
เมื่อเย็นตัวลงทำให้พื้นผิว บนดาวพุธหดย่นลง เหมือนลอนลูกคลื่นจากนั้นค่อยๆ
สร้างผลกระทบไปสู่ ความกดดันชั้นเปลือก (Crust) ลงต่อสู่ระบบปัญหาการหมุน
ของตัวเอง

การสำรวจพบว่า ครึ่งหนึ่งบนพื้นผิวดาวพุธ เต็มไปด้วยปุ่มเนิน (Prominent) โดย
เฉพาะบริเวณ Caloris basin ทำให้เห็นเหมือนแผลเป็นบนดาวพุธ เป็นแนววงแหวน
กลุ่มก้อนภูเขา มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,300 กิโลเมตร ภูเขาบางแห่งยาว 30-50 กม.
ความสูง 1-2 กม.

ตามแนวที่ราบเรียบสันเขาทั้งหมด ได้พบหลุมเล็กๆอันเกิดจากการระดมยิงของ
อุกกาบาตอย่างต่อเนื่องบนผิวหน้า ส่วนใจกลาง Caloris basin เป็นพื้นดินแนวต่ำ
ในด้านตรงกันข้าม อีกฝั่งของดวงพุธ กลับพบร่องรอยแตกหักแตกแยกขนาดใหญ่

ในกรณีนี้มีข้อโต้แย้งกันว่า อาจเกิดสาเหตุ หินที่เย็นตัวถูกดันออกมาจาก Melts
(ชั้นหลอมละลาย) ของ Magmas เหมือนถูกเคาะออกมาอย่างเบาๆ จากการชน
ปะทะของอุกกาบาตในบริเวณนั้น มีผลไปยังฝั่งตรงข้ามอีกด้าน หรือจากปฏิกิริยา
ในชั้นหลอมละลาย เกิดความร้อนเพราะการชนปะทะของอุกกาบาต
 
 
ความแตกต่างระหว่างหลุมอุกกาบาต ดาวพุธกับดวงจันทร์ของโลก
 
 
Caloris Basin คือบริเวณ กระจุกใหญ่ รอยชนปะทะจากอุกกาบาตหลายครั้ง กว้าง 1,300 กม.
 
 
พื้นผิวดาวพุธ มีความคล้ายกับดวงจันทร์ของโลก
 
 
 
 
 
หมวดดาราศาสตร์

1.วัตถุด้านลึกในท้องฟ้า

2.กลุ่มกระจุกดาว

3.กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก

4.กลุ่มดาราจักร

5.เริ่มต้น
นักดาราศาสตร์
ต้องทราบอะไรบ้าง


6.แนวทางสำหรับ
นักดาราสตร์


7.Download Free Software สำหรับ
การดูดาว


8.Gooqle Gadgets
for Astronomy


9.สำรวจจักรวาล
และ ระบบสุริยะพิเศษ


10.เช้าสำรวจถ้ำ
ค่ำดูดาว ที่เมืองวังเวียง

11.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดเล็กที่ ดงพญาเย็น


12.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดกลาง ที่ป่าสัก


13.ดูดาวด้วยกล้อง
ขนาดใหญ่ แบบ
Deep Sky ที่เขาใหญ่


14.หมู่ดาว 88 กลุ่ม
ฐานข้อมูล Sky Charts ของ Cartes Du Ciel


15.หมู่ดาว 88 กลุ่ม
โดย SunflowerCosmos
พร้อมคำอธิบายและ
ภาพประกอบ


1ุ6.รวมฐานข้อมูล
110 Messier Catalog


17.คำอธิบายศัพท์
ดาราศาสตร์ประกอบภาพ


18.Sunflower
Camp -1


19.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017