แร่วิทยา SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Dec 10, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Gem from Space -1
 
  ความหมายของ อัญมณีจากอวกาศ

วัตถุที่หมายถึง อุกกาบาตหรือสะเก็ดดาว ที่ตกลงสู่พื้นโลกโดยวัตถุเหล่านั้น
แท้จริงแล้วคือ หินหรือแร่ บน ดาวเคราะห์ต่างๆ (Terrestrial rock) เช่น
ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวเคราะห์น้อยต่างๆ รวมถึงดวงจันทร์ของโลก

ลักษณะองค์ประกอบของหิน รวมตัวกันเป็นผลึกสายแร่ (Crystalline Minerals)
แสดงลักษณะพิเศษเกิดขึ้น โดยจำเป็นต้องวิเคราะห์จากรายละเอียดธรรมชาติ
แหล่งกำเนิดเป็นพิเศษ หรือการเปลี่ยนแปลง รูปทรงโครงสร้างจากความร้อน
(ขณะตกลงสู่พื้นโลกมีการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ) องค์ประกอบของธาตุต่างๆ
ภายในเป็นต้น

ในที่นี้จึงเน้นลักษณะอุกกาบาต หรือสะเก็ดดาวที่มีขนาดเล็ก สำหรับสะสมเรียนรู้
เปรียบเสมือนอัญมณีที่หากยากจากห้วงอวกาศ อาจจะเรียกว่าแร่สะเก็ดดาวก็ได้
สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
 
   ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นหาสะเก็ดดาว บริเวณ Antarctica
 
   ในโครงการ Scientists of the Antarctic Search for Meteorites (ANSMET)
 
   แถบทะเลทรายซ่าฮาร่า หรือทะเลทรายในอเมริกา
   มักจะมีนักสำรวจเข้าไปค้นหาเพื่อนำมาขายนักสะสม
 
  การแบ่งประเภทของแร่สะเก็ดดาว

1.ประเภทก้อนหิน (Stones)
เป็นการก่อตัวของหินรวมกันเป็นก้อนหินจากแร่ Silicate (มีทั่วไปในดาวเคราะห์
โลกและล่องลอยในอวกาศ) มักมีลายผลึกเล็กๆ (Crystalline) โดยต้องใช้กล้อง
ขยายช่วยในการสังเกต จึงจะพบว่ามีข้อแตกต่างระหว่าง แร่สะเก็ดดาวกับหินบน พื้นโลก

2.ประเภทก้อนเหล็ก (Irons)
เป็นการก่อตัวจาก Irons , Nickel , Cobalt , Sulfur และธาตุอื่นๆประกอบ
มากกว่า 10% มีลักษณะเป็นโลหะผสม (Irons Alloyed)

3.ประเภทก้อนหินปนเหล็ก (Stony - Iron)
เป็นการก่อตัวผสมกันระหว่าง ประเภทก้อนหินกับประเภทก้อนเหล็กปนกัน
โดยอัตราส่วนระหว่าง 2 ชนิดนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการผสมกัน
จากหินไปสู่เหล็ก หรือจากเหล็กไปสู่หินโดยปริมาตร
 
   ประเภทก้อนหิน (Stones)
 
   ประเภทก้อนหิน (Stones)
 
   ประเภทก้อนหิน (Stones)
 
   ประเภทก้อนเหล็ก (Irons)
 
   ประเภทก้อนเหล็ก (Irons)
 
   ประเภทก้อนหินปนเหล็ก (Stony - Iron)
 
   ประเภทก้อนหินปนเหล็ก (Stony - Iron)
 
  อัตราการพบแร่สะเก็ดดาว

คงจะเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะเฝ้าคอยการตกของแร่สะเก็ดดาว เพื่อไปเก็บในทันที
ทั้งที่สะเก็ดดาวนั้นตกลงบนพื้นโลกทุกวันตลอดทั้งปี โดยมีอัตราการตกลงมาของ
ประเภทก้อนหิน 94 % ประเภทก้อนเหล็ก 5 % ประเภทก้อนหินปนเหล็ก 1 %

ด้วยอัตราการตกดังกล่าว อาจจะตกลงบริเวณมหาสมุทร ภูเขาไฟ ป่าทึบ
ลำธาร พื้นที่เป็นหิมะ ทะเลทราย ถูกทิ้งทับถมไว้ในเวลานับสิบปี อาจจะนับหลาย
แสนปีจึงไปพบเข้า

ส่วนอัตราการพบ ตัวเลขกลับมีข้อแตกต่างกัน คือ พบประเภทก้อนหิน 69 %
พบประเภทก้อนเหล็ก 28 % และพบก้อนหินปนเหล็ก 3 % เหตุผลเพราะว่า

เมื่อตกลงมาแล้ว สะเก็ดดาวถูกทอดทิ้งตามลักษณะภูมิประเทศที่กล่าวถึง ทำให้
สภาพอากาศของโลกเป็นตัวการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสะเก็ดดาว ยิ่งทำให้ยุ่งยาก ในการวิเคราะห์ขึ้นไปอีก

ปัจจุบันเราใช้ตัวเลข ในการสำรวจพบโดยแบบบังเอิญ (Search Random) สุ่มตัวอย่างบริเวณทะเลทราย Sahara และทวีป Antarctic สรุปกำหนดเป็นดังนี้

ประเภทก้อนหิน 56 % ประเภทก้อนเหล็ก 40 % และประเภทหินปนเหล็ก 4 %
เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามเราสามารถพบ แร่สะเก็ดดาว
ตามถนน หน้าประตูหน้าบ้าน หรือแม้แต่ในเหมืองที่ลึกลงไป โดยมีลักษณะเฉพาะ
สังเกตเบื้องต้นได้ ดังนี้

ลักษณะเฉพาะ ของหินและแร่สะเก็ดดาว

การวินิจฉัยเบื้องต้นนั้นต้องอาศัยการสังเกต ความเข้าใจและประสบการณ์ มักพบ
ว่าการซื้อขายเพื่อการสะสม ด้วยของแท้มีราคาสูงมาก จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ
จากห้องปฎิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการ
มีชื่อ และรหัส ข้อมูล น้ำหนัก แหล่งที่พบบันทึกแสดงไว้ด้วย
 
   ส่วนใหญ่บริเวณที่สะเก็ดดาวตกลงมานั้น สังเกตุพบว่าในสภาพแวดล้อมนั้นๆ
   จะมีหินชนิดเดิม ที่แตกต่างไปจากสะเก็ดดาวอย่างเห็นได้ชัด
 
   สะเก็ดดาว จะดูโดดเด่นและแตกต่างจากแหล่งหินหรือบริเวณนั้นอย่างชัดเจนเป็นส่วนใหญ่
 
  ความหนาแน่น (Density)
ส่วนใหญ่จะมีความหนาแน่นมากกว่าหินทั่วไปบนโลก ในขนาดปริมาตรเดียวกัน
แร่สะเก็ดดาวมีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่าง เช่น

ประเภทก้อนหินสะเก็ดดาว มีค่าเฉลี่ยความหนาแน่น 3.5 3.8 กรัม/ลบซม.
(หินอัคนีจากใต้เปลือก โลกมีความหนาแน่น 2.7 กรัม/ลบ.ซม.) สะเก็ดดาวประเภทก้อนหินปนก้อนเหล็ก ความหนาแน่น 7.5 - 7.9 กรัม/ลบ.ซม.

ขนาด (Size)
โดยทั่วไป มีขนาดเล็กเท่าฝุ่นผงจนใหญ่มโหฬาร จากการสำรวจพบมักมีขนาด
เฉลี่ยเท่าลูกฟุตบอล สำหรับขนาดใหญ่ๆ มักจะเป็นประเภทก้อนเหล็ก ทั้งนี้เพราะ

ขณะพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก จะมีความต้านทานกำลังความเคลื่อนไหว
(Aero -dynamic) ดีกว่าประเภทก้อนหิน ความเร็วของการพุ่งสู่พื้นโลก
ลักษณะมุมตรง (เหนือศีรษะ) จะมีความเร็ว ประมาณ 17 กม./วินาที

อย่างไรก็ตาม ขนาดของสะเก็ดดาวนั้น ขณะเมื่อพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศมีความร้อน
สูงมากถูกหลอมละลายให้ เปลี่ยนแปลงขนาดที่แท้จริง

แต่ก็จะเป็นก้อนใหญ่อยู่มักไม่แตก หากเป็นประเภทก้อนหินมักจะแตกกระจาย
พบเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ

รูปทรง (Shapes)
ขณะที่แร่สะเก็ดดาวพุ่งสู่พื้นโลก รูปแบบการตกมีผลต่อรูปทรงที่จะเปลี่ยนแปลง
ทำให้เป็นข้อสังเกต พิจารณา จากรูปทรงเบื้องต้นได้ 3 แบบ

Spherical Shape (รูปทรงกลมมน)
เกิดจากลักษณะการพุ่งตกลงแบบมุม กว้างหมุนขว้างแบบรอบทิศทางทำให้เกิด
มุมมนโดยรอบทั้งหมด ของสะเก็ดดาว

Cone Shape (รูปทรงกรวย)
เกิดจากลักษณะการพุ่งตกลง แบบมุมจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย ด้านหนึ่ง
ด้านใดทำให้มีลักษณะทรง ด้านที่พุ่งลงสู่พื้น โลกของสะเก็ดดาวเป็นรูปทรงกรวย

Shield Shape (รูปทรง กระดองเต่าหรือโล่)
เกิดจากลักษณะการพุ่งตกลงแบบไม่มีการหมุน ทำให้ด้านที่พุ่งสู่พื้นโลก เป็นรูป
คล้ายกระดองเต่า ความชัดเจนของรูปทรงดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการรักษาอัตราการ
ตกช้า-เร็ว การรักษาแนววิถีของการพุ่งลงด้วย
 
    Spherical Shape (รูปทรงกลมมน)
 
    Cone Shape (รูปทรงกรวย)
 
    Shield Shape (รูปทรง กระดองเต่าหรือโล่)
 
   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   
 
หมวดแร่วิทยา

1.สสารจากธรรมชาติ

2.หินอัคนี

3.หินตะกอน

4.หินแปร

5.นิยามของแร่

6.ประเภทหรือจำพวก
ของแร่

7.ข้อแนะนำในการ
สะสมแร


8.ข้อมูลและตัวอย่างแร่
ในโลก


9.อัญมณีจากอวกาศ

10.ความเชื่อที่ผิด
เรื่องหินแร่


11.จับโกหกขาย
หินธิเบต


12.สำรวจบ่อน้ำร้อน
เขาชัยสน ที่พัทลุง

13.สำรวจบ่อน้ำร้อน
และแคนยอน ที่ระนอง

14.Earth Science


15.Sunflower
Camp -1


16.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017