The Limits of Earth's Resources : โลกกำลังจะหมดตัว
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 6, 2010
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   The Limits of Earth's Resources : โลกกำลังจะหมดตัว
 
 
 
ตลอดเวลา 4.5 พันล้านปี ตั้งแต่ยุคกำเนิดโลก จนมีมนุษย์อุบัติขึ้นตามมาทีหลัง
สิ่งของที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด มนุษย์ได้ยึดจับจอง เป็นเจ้าของไปแล้วทั้งสิ้น
ทรัพย์สมบัติอันเป็นของโลก เช่น แผ่นดิน ลำน้ำ สัตว์ พืช ฯลฯ มนุษย์ได้กลาย
เป็นผู้ถือสิทธิ์ อันชอบธรรม

การดำรงชีพของเผ่าพันธ์มนุษย์ยุคแรก ได้เริ่มใช้ทรัพยากรของโลกหมดไปที่
ละน้อย เพราะจำนวนมนุษย์ยังไม่มากนัก การใช้ทรัพยากรโลกยุคนั้น จึงไม่ใช่
ปัญหาใหญ่ แม้จะแย่งชิงกันบ้าง ด้วยความต่างเผ่าพันธ์ หรือวัฒนธรรมที่ต่างกัน

สิ่งที่มนุษย์ยุคใหม่มักลืมคิด

ยุคอดีตต่างจากวันนี้อย่างสิ้นเชิง หลายคนมองว่าเป็นวิวัฒนาการแห่งอารยะธรรม
ของมนุษย์ ที่มีความสามารถสร้างสรรสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นด้วยความอัจฉริยะเพราะ
ทั้งหมดเอื้อให้เกิด สิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อวิถีการดำรงชีพมนุษย์

การสร้างสรรทุกสิ่งบนโลก มนุษย์เพียงคิดการประดิษฐ์ โดยการนำทรัพยากร
ของโลกขึ้นมาผลิตทั้งสิ้น แต่การใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า น่าเสียดายเป็น
อย่างยิ่ง

สิ่งที่ต้องตระหนักคือ ความก้าวหน้าของมนุษย์ พึงเกิดขึ้นในยุค 200-300 ปี
ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่มนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรในโลก ที่โลกได้สะสมไว้ให้มาตลอด
4.5 พันล้านปีอย่างไม่คิด ในอีกไม่นาน บางอย่างอาจไม่มีบนโลกอีกต่อไป

อนาคตของมนุษย์บนโลก

การขาดแคลนสิ่งต่างๆในธรรมชาติ หรือ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติบนโลก
เป็นผลกระทบแบบสืบเนื่องเป็นลูกโซ่ ที่อาจมีผลร้ายต่อการดำรงชีพต่อมนุษย์
กำลังเกิดขึ้นแล้ว เป็นการวิเคราะห์จาก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการแต่ละแขนงโดย
มีความเป็นไปได้ตามช่วงเวลา จากการวิเคราะห์ตามลำดับดังนี้
 
 
ค.ศ. 2014 : เริ่มถึงจุดวิกฤตเรื่องน้ำมัน
 
แท่งเจาะน้ำมันกลางทะเล
 
 
แท่งเจาะน้ำมันในเขตขั้วโลกเหนือ
 
 
หลังจากราคาน้ำมันดิบ ถีบตัวสูงขึ้นมาตลอดเกือบ 10 ปี เริ่มได้ยินคำถามว่าโลก
เหลือน้ำมัน ให้เราใช้อีกกี่ปี คำตอบคือ ทุกๆวันแหล่งน้ำมันโลกแห้งลงทุกวัน

เทคโนโลยีใหม่ สามารถสำรวจและประเมินแหล่งน้ำมันที่ยังเหลืออยู่ได้ ในระดับ
ลึกใต้ผิวดินถึง 5,500 เมตร โดยรูปแบบ Multiple waves แม้ว่าขณะนี้ยังมีข้อโต้
แย้งเรื่องการวิเคราะห์ผลโดยวิธีนี้ก็ตาม

ตัวเลขของ Multiple waves ได้แสดงจุดวิกฤต ของผลผลิตน้ำมันโลกจะเกิดขึ้น
อีก 4 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2014) จนค.ศ. 2050 โดยจะมีอัตรานำขึ้นมาจากใต้ดินได้
ลดน้อยลง 10% ในแต่ละปี

มีความเป็นไปได้ที่น้ำมันจะหมดสิ้น ในราว ปี ค.ศ. 2100 หรืออีก 90 ปีข้างหน้า
อย่างน้อยสิ่งที่พอมองเห็นว่า ท่าทางจะเป็นจริงได้ เช่น ด้วยแนวโน้มของสายการ
ผลิตรถยนต์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electric Cars) หรือความพยายามที่จะใช้พลัง
งานแสงอาทิตย์ มาทดแทนปรากฎมากขึ้น เพื่อหลีกเหลี่ยงปัญหาการขาดแคลน
น้ำมันในอนาคตของโลก
 
 
ค.ศ. 2025 : บางแห่งบนโลก เริ่มสูญเสียระบบน้ำสะอาด
 
ปัญหาน้ำสะอาดในประเทศยากจน
 
 
ปัญหาน้ำ ในแม่น้ำคงคา ประเทศอินเดีย
 
 
โลกเต็มไปด้วยแม่น้ำลำธาร แม่น้ำเป็นปัจจัยหลักของมนุษย์ ก่อให้เกิดประโยชน์
มากมาย ไม่ว่าการกสิกรรม การปศุสัตว์ การคมนาคมและการบริโภค ซึ่งโลกมี
กลไกในเรื่อง ระบบน้ำของโลก (Eartn's water) อันต้องหมุนเวียนไปอย่างไม่
รู้จบ ตัวอย่าง เช่น น้ำแก้วที่เรากำลังดื่มในขณะนี้ อาจเป็นน้ำจากฝนเมื่อปีที่แล้ว
ได้เดินทางมาครึ่งโลก สู่ระบบประปา หรืออาจเป็นน้ำที่ไดโนเสาร์ เคยใช้อาบมา
ก่อนเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว เป็นต้น

สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เป็นการสร้างปัญหาสู่ระบบความ
เป็นอยู่ของมนุษย์ โดยเฉพาะบางพื้นที่ต้องผจญกับชาตะกรรม ที่มีความอันตราย
จากมูลสัตว์ อุจาระมนุษย์ หรือการทิ้งสิ่งที่เป็นมลพิษลงสู่แม่น้ำโดยโรงงานต่างๆ
ยิ่งแก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้มีปัญหา ต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ประเทศ Ethiopia จะมีปริมาตร
การกลับมาใช้ใหม่ โดยการทำเป็นน้ำสะอาดในอัตราที่ลดลง เกิดการขาดแคลน
น้ำจืด สูงสุดถึง 500 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี ดังข้อมูลตัวอย่าง เช่น

แถบทวีปเอเชีย (ในเขตเมืองหลวง)
-------------------------------------
ประเทศ India มีโอกาสลดลง 150 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี
ประเทศ Uzbekistan, Hungary, Pakistan มีโอกาสลดลง 100 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี
ประเทศ Singapore, Jordan มีโอกาสลดลง 50 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี

แถบอัฟริกาเหนือ (ในเขตเมืองหลวง)
--------------------------------------
ประเทศ Ethiopia มีโอกาสลดลง 500 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี

แถบตะวันออกกลาง (ในเขตเมืองหลวง)
----------------------------------------
ประเทศ Oman, Syrian Arab Republic มีโอกาสลดลง 100 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี
ประเทศ Israel, Saudi Arabia มีโอกาสลดลง 50 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี

แถบยุโรป (ในเขตเมืองหลวง)
------------------------------
ประเทศ Netherlands มีโอกาสลดลง 30 ลบ.เมตร ต่อคน/ปี
 
 
ค.ศ.2028 : แร่ Indium จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
แร่ Indium
 
 
Liquid Crystral Displays-LCD
 
 
Indium คือ ธาตุโลหะอ่อนสีเงิน ทำอุปกรณ์เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เคลือบจอ
TV. (Liquid Crystral Displays-LCD) ใช้ในอุตสาหกรรม การทำอัลลอยด์ การ
ทำทรานซิสเตอร์ การชุบโลหะ เป็นต้น สามารถจะนำขึ้นมาจากแหล่งธรรมชาติ
เพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรม ได้อีกเพียง 18 ปีนับแต่นี้
 
 
ค.ศ.2029 : แร่ Silver จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
แร่ Silver
 
 
Silver คือ ธาตุเงินเป็นโลหะ สีขาวเงิน โดยในธรรมชาติจะมีคุณสมบัติฆ่าจุลชีพ
ตัวเล็กๆได้ เป็นธาตุที่นำความร้อนและไฟฟ้าได้ดี ใช้ประโยชน์ในทำเหรียญ หรือ เครื่องประดับทั่วไป และอุตสาหกรรมการถ่ายรูป

สามารถจะนำขึ้นมา จากแหล่งธรรมชาติ เพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรม ได้อีกเพียง
19 ปีนับแต่นี้ สำหรับทางออกของ Silver อาจนำของเก่ามาหลอมใช้ใหม่ได้ แต่
ก็จะอยู่ในภาวะขาดแคลนตลอดไป
 
 
ค.ศ.2030 : แร่ Glod จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
แร่ Gold
 
 
แร่ Gold ใช้ในอุปกรณ์บางอย่างของยานสำรวจอวกาศ
 
 
Gold คือ ทอง เป็นธาตุที่มีความสำคัญ ต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจของโลก
นอกจากนั้นยังนำมาใช้ประโยชน์ด้าน เทคโนโลยีอวกาศ เช่น แผงโซล่าเซลล์
สำหรับยานสำรวจและดาวเทียม หรืออุปกรณ์อื่นๆ

โดยสามารถจะนำขึ้นมา จากแหล่งธรรมชาติของโลก ได้อีกเพียง 20 ปี นับแต่นี้ สำหรับทางออกของ Gold อาจนำของเก่ามาหลอมใช้ใหม่ได้ แต่ก็จะอยู่ในภาวะ
ขาดแคลนตลอดไป
 
 
ค.ศ. 2044 : แร่ Copper ชุดแรก จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
แร่ Copper
 
 
ภูเขา Andes
 
 
Copper คือ ทองแดง เป็นธาตุที่ใช้ประโยชน์ได้ อย่างหลากหลายรอบตัวเราโดย
เฉพาะด้านอุปกรณ์ไฟฟ้า ปัจจุบันมีสำรองอยู่ใต้พื้นโลก 540 ล้านตัน อาจมีปัญหา
ต่อการใช้ในเชิงอุตสาหกรรม ในปี ค.ศ.2044

แต่ขณะนี้ได้สำรวจพบ แร่ Copper บริเวณ ภูเขา Andes บริเวณทวีปอเมริกาใต้
ในทางธรณีวิทยาประเมินไว้ว่า มีปริมาณราว 1.3 ล้านตัน จึงยังมีทางออกอีกยาว
นานต่อไป หลังจากหมดสิ้นในเหมืองชุดแรก
 
 
.. 2050 : พื้นที่แหล่งการเกษตรของโลก จะเริ่มแสดงปัญหา
 
ผลผลิตมีปัญหาจากความแห้งแล้ง
 
 
ผลผลิตมีปัญหาจากน้ำท่วม
 
 
ทั้งหมดเป็นสาเหตุจาก อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ-
อากาศโลก จึงทำให้แหล่งเพาะปลูก ซึ่งสร้างผลผลิตด้านอาหาร สำหรับประชากร
โลก เกิดปัญหาจากสาเหตุฤดููกาลเปลี่ยนแปลง เช่น น้ำท่วม แห้งแล้ง อย่างไม่เคย
ปรากฎขึ้นในพื้นที่นั้นๆมาก่อน

จึงทำให้ขาดแคลนผลผลิตในหลายพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เกิดขึ้นในเชิง
บวกด้วยโดยบางพื้นที่กลับอุดมสมบูรณ์ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก แต่ไม่สามารถชดเชยผลผลิตได้ครอบคลุมโลก เพราะประชากรโลกมีอัตราเพิ่มขึ้น
อย่างไม่ลดล่ะ จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ เชื่อว่าต้องหาวิธีใหม่ต่อการสร้าง
ผลผลิตด้านอาหาร เช่น สวนเกษตรบนตึกระฟ้า (Skyfarming)

จะมีการเปลี่ยนแปลงผลผลิตการเกษตร โดยเริ่มแสดงปัญหาตั้งแต่ ค.ศ.2050
และมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ ในปี ค.ศ.2080 บริเวณพื้นที่ 8 แห่งบนโลก คือ

1.Argentina ผลผลิตภาพรวม +2.2%
2.Australia ผลผลิตภาพรวม -15.6%
3.Brazil ผลผลิตภาพรวม -4.4%
4.China ผลผลิตภาพรวม +6.8%
5.India ผลผลิตภาพรวม -28.8%
6.Mexico ผลผลิตภาพรวม -25.7%
7.Russia ผลผลิตภาพรวม +6.2%
8.U.S. ผลผลิตภาพรวม +8%
-Pacific Northwest ผลผลิตภาพรวม +26%
-Rockies and Plains ผลผลิตภาพรวม +47%
-Southeast ผลผลิตภาพรวม -18%
-Southwest Plains ผลผลิตภาพรวม -25%
 
 
ค.ศ. 2060 : เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางแม่น้ำ
 
การเปลี่ยนแปลงเส้นทางสายน้ำ
 
 
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก นำพาไปสู่การปรับแบบแผนกลไกอากาศ
(Weather patterns) ส่งผลไปสู่น้ำฝนตกลงสู่โลก มีปริมาณเพิ่มขึ้น จนบางแหล่ง
อาจเกิดสายทางน้ำไหลใหม่

จากแบบสถานการณ์จำลองของ U.S. Geological Survey จำนวน 12 แบบ ให้การ
นำนายว่า การเปลี่ยนแปลงตลอด 50 ปี ตั้งแต่นี้ จะทำให้ผืนดินบางแห่งเต็มไปด้วย
สายน้ำใหม่ โดยเฉพาะ พื้นที่ในแถบ East Africa, Argentina, ส่วนพื้นที่ในแถบ
Southern Europe และ Western U.S. ลำน้ำจากเหือดหายไป

การเกิดขึ้นเช่นนี้ ทำให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม กระทบต่อพืชและส้ตว์จน
กระทั่งมนุษย์ อาจต้องทิ้งถิ่นฐานจากแหล่งเดิม หรือ ต้องแก้ไขปัญหาอย่างยาก
ลำบากตลอดศตวรรษ
 
 
ค.ศ. 2070 : โลกจะสูญเสียน้ำแข็ง บนเทือกเขาหิมาลัย
 
สีขาว คือ ธารน้ำแข็งและหิมะ บนเทือกเขาหิมาลัย โดยมองจากอวกาศ
 
 
ธารน้ำแข็งและหิมะ บนเทือกเขาหิมาลัย เริ่มละลายเหลือน้อยลงตามลำดับ
 
 
น้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัย เป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญในทวีปเอเชีย โดยเป็นต้นน้ำ
ของ แม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซี แม่น้ำโขง และแม่น้ำคงคา

ปี ค.ศ. 2070 ธารน้ำแข็งหรือหิมะ บนเทือกเขาหิมาลัย จะละลายหายไป 43%
ดังนั้นจะส่งผลต่อระบบน้ำจืด ของบริเวณสายน้ำ ที่ไหลผ่านในประเทศต่างๆ เช่น
อินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว และเวียดนาม เป็นต้น โดยจะสร้างปัญหาใหญ่กระทบ
ไปทั่ว เช่น แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรลดหายไป สัตว์น้ำบางชนิดอาจสูญพันธ์
 
 
ค.ศ. 2072 : ถ่านหิน จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
เหมืองถ่านหินขนาดใหญ่
 
 
เหมืองถ่านหินใต้ดิน
 
 
เชื้อเพลิงประเภทถ่านหินต่างจากน้ำมัน เพราะถ่านหินเกิดอยู่ในวงกว้าง ด้วยความ
หลายหลาก ดูเหมือนจะไม่รู้จักหมดสิ้น โดยข้อเท็จจริงมีตัวเลขประมาณการแสดง
ปริมาตรบนโลกไว้มากเกินไป

ซึ่งเหมืองเก่า ได้ยุติลงแสดงให้เห็นว่า มีการพร่องลงเรื่อยๆ การเกิดขึ้นของเหมือง
ใหม่ช่วงศตวรรษที่ 19-20 ก็มีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือบางกรณี
มีผลผลิตที่ขึ้นๆลงๆ ในบางแหล่ง โดยสามารถจะนำขึ้นมาจาก แหล่งธรรมชาติ เพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรม ได้อีกเพียง 62 ปีนับแต่นี้
 
 
ค.ศ. 2100 : โลกจะสูญเสียน้ำแข็งบนภูเขา Alps
 
แผนที่
 
 
บริเวณยอดสูงสุดของ เทือกเขา Alps
 
  Alps คือ หนึ่งในภูเขาขนาดใหญ่ เป็นระบบทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของยุโรป ครอบคลุม
พื้นที่หลายประเทศ คือ Austria,Slovenia, Italy, Switzerland, Liechtenstein,
Germany และ France โดยธารน้ำแข็งและหิมะจะละลายหายไปสิ้น

ปัญหาดังกล่า่วจะเป็นเรื่องใหญ่ ในยุคอนาคต กระทบไปในหลายประเทศ เช่น
ขาดแคลนน้ำจืดเพื่อการบริโภค ขาดแคลนหญ้าเพื่อการปศุสัตว์ และทำให้สภาพ
อากาศที่เคยหนาวเย็น เป็นสภาพอากาศร้อน ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพืช สัตว์
สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ด้วย
 
 
ค.ศ.2560 : แร่ Lithium จะขาดแคลนในแหล่งจากธรรมชาติ
 
Lithium แบตเตอรี่สำหรับอุปกรณืทั่วไป ในชีวิตประจำวัน
 
 
Lithium แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
 
  Lithium คือ ธาตุที่นำใช้ประโยชน์ทำแบตเตอรี่ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ ในโน็ตบุ๊ค
และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกใช้เป็นจำนวนมากในอนาคต
แต่ก็จะเพียงพอตลอด 500 ปีนับแต่นี้ แต่เมื่อถึง ค.ศ. 2560 จะขาดแคลนในแหล่ง
จากธรรมชาติ

เพียงตัวอย่าง มนุษย์ก็เริ่มแพ้แล้ว

ทั้งหมดที่นำเสนอเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดและจะเกิด
ต่อไปอีก คือ การสูญพันธ์ของสัตว์และพืช ทั้งระดับจุลชีพ และสัตว์ใหญ่ที่เกิด
จากปัญหาสภาพแวดล้อม กระทบห่วงโซ่อาหาร โดยมนุษย์ได้รุกรานแหล่งหากิน
ของสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ทิ้งของเสียลงลำน้ำ จนกระทั้งน้ำมันรั่วในมหาสุมทรบ่อยครั้ง

ด้วยสถานการณ์ ความร้อนโลกเริ่มผิดปกติมากขึ้น ยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อฤดูกาล
ที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าตกใจ ส่งผลต่อการผลิตอาหารโลก และยังติดตามมาด้วย
การใช้ทรัพยากรโลก อย่างไม่ระมัดระวัง

หากถึงวันนั้นโลกหมดวัตถุดิบทางธรรมชาติ มนุษย์ก็จะเป็นผู้พ่ายแพ้และหมดตัว
ไปพร้อมๆกับโลกเช่นกัน โดยผู้ที่จะรับเคราะห์คือ มนุษย์รุ่นใหม่ใน 100 ปีข้างหน้า
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017