|
| |
| |
|
 |
| |
ในอดีตถึงปัจจุบันเรายังคงจำเรื่องเหล็กไหลได้ว่า ใครมีไว้ครอบครองจะพ้นภัย
พิบัติทั้งปวง เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหามีมูลค่าราคาคุยกันเป็นหลักร้อยล้าน
สุดท้ายยังไม่มีใครได้เห็น บางคนเสียเงินไปกลับได้ ปรอทมาก้อนเดียว
เช่นกันในขณะนี้ กระแสความนิยมเรื่องหิน แร่ เกิดขึ้นทำให้ Web จำนวนมาก
ทั้งไทยและต่างประเทศ สร้างความเชื่อโดยอ้างอิงเหตุผล ด้านธรณีวิทยา
ฟิสิกส์ดาราศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยความไม่เข้าใจ ควรใช้วิจารณญาณ
ด้วยเหตุผลที่เป็นจริง เพื่อการพิจารณาว่าตรงกับเจตนาที่ต้องการสะสมและ
ซื้อหาหรือไม่ แต่หากเป็นความชอบส่วนตัวเป็นสิ่งที่กระทำได้โดยไม่จำเป็นต้อง
สนใจกับเหตุผลเหล่านี้
|
|
| |
 |
"...........................................หิน Dzi จาก ธิเบต มีพลังงานสูงมากเนื่องจากอยู่
บนเทือกเขาหิมาลัยจึงมีเนื้อเหล็กมาก........................................................" |
 |
 |
| ตัวอย่าง Agates ที่พบใน เม็กซิโก |
| |
 |
แถวบน Agates จากภูเขา Burugdi Mountain ในทะเลทราย Gobi
แถวล่าง Agates จาก Montana รัฐ Wyoming อเมริกา
Agates มีหลายชนิด หลายสี หลายลวดลาย ขึ้นอยู่กับแหล่งที่พบและพบได้ทุกทวีปในโลก สูตรทางเคมีเหมือนกันหมดทั้งโลกเพราะเกิดจากซิลิก้ากับออกซิเจน |
| |
 |
| ตัวอย่าง Scottish Agates ที่พบใน สก็อตแลนด์ |
| |
|
| |
ข้อนี้ถ้าทำข้อสอบต้องถือว่าสอบตกแน่ ส่วนใหญ่แล้ว หิน Dzi ทำมาจากอะเก็ต
(Agate) คือ แร่ชนิดหนึ่ง ประเภทเดียวกับ ควอทซ์ สูตรทางเคมีประกอบด้วย
SiO2ซิลิก้ารวมตัวกับออกซิเจน ไม่มีส่วนประกอบของเหล็ก หากบอกว่ามี
เนื้อเหล็กมากแสดงว่าไม่ได้ทำ จากอะเก็ต คงทำจากเหล็กมากกว่า
ขอแถมความเข้าใจเรื่อง เทือกเขาหิมาลัย อีกหน่อยว่า เกิดจากการชนของ
แผ่นเปลือกโลกแล้วยกตัวสูงขึ้นจนเป็นเทือกเขา ในด้านธรณีวิทยาได้พบฟอสซิล
สัตว์ทะเล เช่น เปลือกหอย บนเทือกเขาหิมาลัยเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นผืนของ
มหาสมุทรโบราณปกคลุม ไม่ใช่เกิดจากลักษณะของภูเขาไฟ
ส่วนอะเก็ต เกิดจากขบวนการพัฒนาการ จากภูเขาไฟ เท่านั้น จะพบได้ในบริเวณ
ทวีปที่อดีตเคยมีภูเขาไฟส่วนใหญ่ |
| "...........หิน Dzi เป็นตัวนำสนามแม่เหล็กโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์............." |
 |
 |
| ดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าโลก 1,300,000 เท่า ไม่ต้องใช้อะไรมานำสนามแม่เหล็กก็จะแย่อยู่ |
| |
| |
ข้อนี้ก็ต้องบอกว่ากลัวจะไม่เชื่อเลยอ้างปนกันทั้งโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
ไม่ทราบว่าใช้ตำรารุ่นไหนกล่าวน้องๆที่เรียนวิทย์ คงทราบความจริงว่า พายุสุริยะ
ที่พัดผ่านโลกเป็นตัวนำอนุภาคสนามแม่เหล็ก จากดวงอาทิตย์มุ่งปะทะโลก
อย่างรุนแรงตลอดเวลา แต่ด้วยโลกมีสนามแม่เหล็กจึงต่อต้านอนุภาคที่อันตราย
เหล่านั้นจากดวงอาทิตย์ได้ มนุษย์เราจึงอยู่รอดปลอดภัยมาทุกวันนี้
ส่วนบนดวงจันทร์ ไม่มีสนามแม่เหล็กและขอบอกต่อว่าให้เอาหิน Dzi ทั้งภูเขา ก็ไม่สามารถดึงสนามแม่เหล็กได้ ลองพิจารณาสัดส่วนด้านกายภาพ ขนาดโลก
ขนาดดวงอาทิตย์ และแนวป้องกันสนามแม่เหล็ก |
| |
 |
"……........…................................สนามพลังจาก หิน Dzi สามารถทำปฏิกิริยา
กับฮีโมโกบิล จึงทำให้ปวดหัวเวลาสวมใส่..................................................." |
 |
 |
ด้านซ้ายเป็นภาพถ่าย อะตอม มีพลังงานประจุไฟฟ้าในห้องทดลองของประเทศสวิสเซอร์แลนด
์ แต่ตามนุษย์จะมองไม่เห็นเนื่องจากมีขนาดเล็ก |
| |
ก่อนจะอธิบายขอถามก่อนว่าข้อนี้คิดได้อย่างไง เมื่อสวมใส่แล้วทำให้ปวดหัว
แล้วไปซื้อมาใส่กันทำไม ? ตกลงมีโทษหรือมีประโยชน์ รู้ล่ะว่าพยายามจะโม้ให้ดู ว่าเป็นของวิเศษ มีอิทธิพลต่อร่างกายของมนุษย์
สำหรับข้อนี้เกือบถูกแต่ก็มั่ว อย่างไรก็ต้องให้สอบตกอยู่ดี ขออธิบายอย่างย่อว่า
ระบบการเกิดพลังงานของหิน แร่ ที่เกิดจากภูเขาไฟนั้น มีอะตอมโมเลกุล
ประจุุไฟฟ้าที่ดี ทั้งสิ้นไม่จำเป็นต้องเป็นหิน Dzi เท่านั้น
มนุษย์บางคนอาจมีความสามารถสัมผัสอนุภาคไฟฟ้าเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะบริเวณ
ปลายประสาทที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ที่ท้อง บริเวณสมอง ไม่ใช่ฮีโมโกบิลหรือเม็ดเลือด
(ขอย้ำว่าไม่ใช่ทุกคน) และไม่เกี่ยวข้องกับการปลุกเสกใดๆเลย
แต่ถ้าเอาหิน Dzi ที่ไม่ใช่จากแร่ธรรมชาติแท้ ก็เหมือนเอาเศษจานข้าวเซรามิค
มาแขวนคอมีอนุภาคอะตอมที่น้อยนิด |
| |
 |
"..................................................บาง Web กลัวคนไม่เชื่อ ไปเอารูปแปลกๆ
มาอ้างว่า เป็นสนามแม่เหล็ก...................................................................." |
 |
 |
| ภาพสนามแม่เหล็ก โดย Lawrence Berkeley National Laboratory |
| |
| |
มีน้อยคนที่จะเห็นภาพสนามแม่เหล็ก ของสถาบัน Berkeley Lab ประเทศ อเมริกา
ค้นคว้าเรื่องสนามพลังงาน ที่เราไม่รู้จักรวมถึงพลังงานต่างๆ ของจักรวาลด้วย
โดยใช้เครื่องมือที่ลงทุนนับหลายร้อยล้าน มีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำมากมาย
โดยจะไม่อนุญาตให้ใช้ภาพและ Link เพื่อประโยชน์ด้านการค้า พ่อค้าบน Web
เลยหมดสิทธิ์และไม่รู้จักหน้าตาสนามแม่เหล็กเป็นอย่างไร ก็หาภาพแปลกๆที่เขียน
ด้วยโปรแกรม 3D มาลงประกอบ เรียกว่ามั่วกันสุดๆ เลยไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี |
| |
 |
| ห้องปฎิบัติการของ Berkeley Lab |
| |
 |
"........................คุยว่า นักวิจัย พบหิน Dzi มีแร่ที่ตรงกับ บนดาวอังคาร 14 ชนิด
ด้วยอุกกาบาตที่ตกลงบนเทือกเขาหิมาลัย................................................." |
 |
 |
อุกกาบาต มี 3 ประเภท คือ หิน (Stony meteorites) เหล็ก (Iron meteorites) และหินปนเหล็ก
(Stony-Iron meteorites) ไม่ทราบแบบไหนที่อ้างว่าตรงกับ หิน Dzi ถึง 14 ชนิด |
| |
| |
ข้อนี้ถูกเกือบ 100 % เพราะ หินแร่ในดาวเคราะห์หิน เช่นโลก ดวงจันทร์
ดาวอังคารคล้ายกัน เหตุถือกำเนิดมาจากดวงอาทิตย์ด้วยกันทั้งสิ้น
บนโลกเราพบแร่แล้วกว่า 4,000 ชนิด และแร่จากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่เรารู้จัก
ประมาณ 600-700 ชนิด ฉะนั้นมีโอกาสตรงกันอย่างแน่นอน ถ้าอ่านแล้ว
ไม่คิดมากต้องได้คะแนนเต็ม
แต่ที่จะสงสัยคือเมื่อ หิน Dzi ทำจากอะเก็ต ซึ่งมีส่วนประกอบของ ทรายหรือ
ซิลิก้ารวมตัวกับออกซิเจนเท่านั้น แล้วเอาอะไรมาบอกว่าตรงกันถึง 14 ชนิด
บนดาวอังคารมีออกซิเจนเพียง 2-3 % ส่วนบนโลก มีออกซิเจนมากกว่าตั้ง หลายเท่า การเกิดของแร่ย่อมมีข้อแตกกันแน่ ถ้าอ้างว่าบางกรณี Oxidize จาก
ธาตุอื่นอยู่บ้าง ก็ต้องใช้ออกซิเจนอยู่ดี เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีแร่และส่วน
ประกอบของแร่ ในรายละเอียดที่เหมือนกัน ระหว่างโลกและ ดาวอังคาร ยิ่งเป็น
ไปไม่ได้ใหญ่
การขายหิน Dzi ชอบอ้างกันนักว่าเป็น อุกกาบาต ตกลงมาบนเทือกเขาหิมาลัย
จะบอกให้ ถ้าเป็นอุกกาบาตจริงแล้วคงไม่มาอยู่ ในมือพ่อค้าง่ายๆหลอกเพราะ
ราคาจะแพงลิบลิว ที่กล่าวนั้นอาจมีความเป็นไปได้ว่าคือชิ้นส่วนของ ดาวตก
เล็กๆ หรือสะเก็ดดาวที่ตกลงสู่โลกตลอดเวลา แต่จะมีขนาดเพียง 0.5-2.00 มม.
ส่วนใหญ่ป็นประเภทเหล็ก ถ้าเป็นหินจะถูกเสียดสีไหม้ในชั้นบรรยากาศ
ข้อสำคัญไม่เคยมีรายงานการตกของอุกกาบาต บนเทือกเขาหิมาลัยอย่างเป็น
ทางการเลย สุดท้ายข้อนี้ต้องให้สอบตก อย่างไม่ให้อภัยกัน |
| |
 |
ในภาพ หินบนดาวอังคารได้รับ รังสีอุตตร้าไวโอเลทของดวงอาทิตย์ จึงทำลายโมเลกุล
อะตอมของไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำ พร้อมกับเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกรุนแรง
ออกซิเจนถูกลมสุริยะดึงออกจากบรรยากาศส่งผลด้านเคมี หินบนพื้นผิวดาวอังคารเกิดสนิมเหล็ก |
"....................เพื่อให้เกิดความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อ้างอิงค่าการวัด สนามแม่เหล็ก
ระหว่างหิน Dzi กับแร่ควอทซ์ โดยแสดงค่า วัดเป็น วัตต์.....แถมโชว์ตัวเลข หิน Dzi
มีค่าพลังงาน สูงกว่า.............................................................................." |
 |
| ตารางตัวอย่าง ขนาดเป็นแร่ต่างกันแต่เป็นกลุ่ม ควอทซ์ เดียวกัน |
| |
ยิ่งอ่านคำชวนเชื่อยิ่งกลุ้มไปใหญ่ เขียนแบบแล้วแต่จะคิดเองจริง ข้อนี้ให้ตก
ไม่พอต้องให้คะแนนติดลบอีกต่างหากเพราะผิดทั้ง 2 กระทง Dzi นั้นทำจากอะเก็ต
เป็นกลุ่มเดียวกับควอทซ์ ไม่ว่าจะวัดอะไรแบบไหนตัวเลขต้องเท่ากัน
เพราะมีโครงสร้างเหมือนกัน เพราะทั้งสองอย่างคือของประเภทเดียวแต่เรียกชื่อ
ต่างกัน โดยหน้าตาต่างกันภายนอกเท่านั้น แต่เอาของอย่างเดียวกันมาวัดค่าแล้ว
บอกว่าไม่เท่ากัน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไม่ทราบว่าไปยืมเครื่องวัดช่างไฟที่ไหนมาวัด
แสดงค่าหน่วยเป็นวัตต์ ทางวิชาการค่าการวัดสนามแม่เหล็ก มีหน่วยวัดเป็น Gauss |
|
|
|
|