|
| |
| |
กรณีผลกระทบจากปฏิกิริยาเรือนกระจกแบบชัดเจน
มีโอกาสจะปรากฏในอนาคตระยะ 100 -300 ปี
ในวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เริ่มตระหนัก ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับโลก ด้วยเหตุสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไป
ทีละเล็กที่น้อย จนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยที่มนุษย์นำทรัพยากรจากโลกขึ้นมาใช้
โดยนำมาสังเคราะห์ กระบวนการดังกล่าว มีส่วนที่เหลือ ถูกปลดปล่อยออกมา
ในรูปสารเคมี คาร์บอนไดออกไซด์ กลุ่มควัน กลุ่มก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรม
นับล้านๆแห่ง ควันจากไอเสียรถยนต์นับหลายร้อยล้านคัน หรือแม้แต่สเปรย์ต่างๆ
ที่ใช้ในบ้าน สารเหล่านี้ไม่สลายตัวกลับรวมตัวลอยสู่ ชั้นบรรยากาศห่อหุ้มโลกไว้ เรียกว่า ก๊าซเรือนกระจก เปรียบเสมือนโลกเราอยู่ท่ามกลางโดมแก้ว
หรือห้องกระจกขนาดใหญ่ นับวันห้องกระจกนี้เพิ่มความหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ |
|
| |
 |
| |
แสดงการเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก |
| |
แสดงความร้อนบนพื้นผิวโลก ปี ค.ศ. 2006 |
| |
| |
ในขณะที่ชีวิตได้ดำเนินไป แสงจาก ดวงอาทิตย์ หรือรังสีอุคร้าไวโอเลท
(รังสี UV - Ultraviolet radiation) ส่องมาปะทะพื้นผิวโลกตามปกติได้สะท้อน กลับสู่อากาศ บางส่วนหลุดออกสู่อวกาศ แสงสะท้อนเหลือบางส่วนไปปะทะชั้น บรรยากาศของก๊าซเรือนกระจกที่สะสมขวางกั้นไว้ รังสีอุคร้าไวโอเลทจะสะท้อน
กลับลงสู่ผิวโลกอีกครั้งหนึ่ง ลักษณะดังกล่าวนี้เรียก สภาวะปฏิกิริยาเรือนกระจก
พื้นผิวโลกได้รับความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า รังสีดังกล่าวส่งผลกระทบไปยัง
แหล่งน้ำทำให้สัตว์และพืชในน้ำ มีปัญหาการเจริญเติบโต ส่งผลกระทบยังพืชพันธ์
บนผิวดิน ทำให้ผลผลิตต่ำและตาย ยังมีผลกระทบต่อมนุษย์ทำให้สามารถเกิด มะเร็งผิวหนังได้ง่ายขึ้น
ปฏิกิริยาเรือนกระจกทำให้ ก๊าซมีเ็ทนถูกปล่อยออกมามากขึ้น จึงขาดแคลน
ออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ ก๊าซมีเทนเป็นต้นเหตุที่จะทำลายระบบนิเวศของพันธ์
พืชใต้ผิวดิน และน้ำจะเน่าเสียเชื่อว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปอีก 200 ปี
จากการสำรวจ ปี 1990 มีปริมาณก๊าซ มีเท็น 4 : 1,000,000 ส่วน
ปี 1980 มี 12 : 1,000,000 ส่วน ปี 2006 พบว่ามีถึง 1,780 : 1,000,000 ส่วน
นับว่าอยู่ในระดับอันตรายต่อโลกสูงสุด แบบไม่เคยมีมาก่อนที่ผ่านมา 800,000 ปี
ไม่เคยเกินกว่า 750 : 1,000,000 ส่วน
พร้อมๆกับบนพื้นผิวโลกมีการพัฒนา การก่อสร้างเมืองขนาดใหญ่มากขึ้น
พื้นผิวถูกปิดกั้นด้วยถนนคอนกรีต ผิวดินที่ปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยลง ป่าเริ่มน้อยลง
คือ องค์ประกอบเสริมที่พร้อมจะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงทุกด้านไปพร้อมกัน |
|
| |
 |
| |
ก็าซมีเทนจะทำให้น้ำบนโลกเน่าเสียอย่างกว้างขวาง ขณะนี้เกิดขึ้นแล้ว |
| |
มนุษย์จะพบกับมะเร็งผิวหนังง่ายกว่าเดิม จากรังสีอุคร้าไวโอเลทที่เข้มข้น |
| |
 |
สัตว์และพืชในมหาสมุทร (Marine organisms) รับผลกระทบจากรังสีอุคร้าไวโอเลทที่สะท้อนกลับ
ลงมาเพิ่มขึ้น ซ้าย สภาพที่สมบูรณ์ ขวา สภาพที่ถูกรังสี (ก่อนเจริญพันธ์) ขณะนี้พบมากขึ้น |
| |
 |
| ผลกระทบในสัตว์ สะเทินน้ำสะเทินบก จากการสะสมรังสีอุคร้าไวโอเลท |
| |
| |
นอกจากนั้น โลกสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทางระบายสู่ชั้นบรรยากาศได้ ตามปกติพื้นผิวน้ำแข็งได้รับอุณหภูมิสูงก็เกิดการละลายเพิ่ม
(โลกมีพื้นที่เป็นน้ำและน้ำแข็ง 70 %) ปริมาณน้ำย่อมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนผิวน้ำในมหาสมุทร อุณหภูมิความร้อนสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้เกิดพายุไซโคลน ขนาดใหญ่มากขึ้นและถี่ เกิดฝนตกมาก ก็ยิ่งเพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นตามลำดับ
ทำให้พื้นผิวดินน้อยลงหรือเริ่มต้นเกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มมากขึ้น
การแปรปรวนด้านอุณหภูมิของโลก ทำให้ฤดูกาลเริ่มเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบ
ต่อระบบสนามแม่เหล็กโลก มีรายงานว่าสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้วมาแล้ว 170 ครั้ง
ในอดีตครั้งสุดท้ายเกิด เมื่อ 700,000 ปีมาแล้ว ขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลง 10%
ทำให้เราพบกับความแปรปรวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการเสียชีวิตของมนุษย์
ในรูปแบบใหม่ เช่น เสียชีวิตจากความร้อนจัด (ร้อนตาย) เสียชีวิตจากจมน้ำ โคลนถล่มในบางพื้นที่ ด้วยการที่ภัยพิบัติเกิดอย่างกะทันหัน
อนาคต แม้ว่าการเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกเป็นปัจจัยพื้นฐานของ
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ต้องใช้เวลานาน หากเกิดแล้วแก้ไขไม่ได้
เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากที่ส่งผลต่อ ความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างหลีกเหลี่ยง
ไม่ได้เลย |
|
| |
 |
| |
การระเบิดของภูเขา Pinatubo ปี 1991 เพียงไม่กี่วัน แต่ไม่น่าเชื่อที่มีผลกระทบต่อระบบชั้นผลิตโอโซนของโลก มากกว่า 1 ล้านปี จากการเพิ่มมากขึ้นของรังสี อุคร้าไวโอเลท โดยไม่สามารถแก้ไขกลับคืนมาได้
แล้วควันพิษจากรถยนต์เราที่เพิ่มขึ้นทุกวันล่ะ ? |
| |
 |
| ผลกระทบเรือนกระจกได้เกิดบนดาวศุกร์ มานานแล้วและกำลังค่อยๆเกิดบนโลก |
| |
| |
อนาคตโลกจะต้องพบกับมรสุมการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่สิ้นสุด แล้วสิ่งที่แสดง ผลกระทบจากพายุขนาดใหญ่ น้ำท่วมแผ่นดินเคลื่อนตัว สัตว์พืช สภาพอากาศจะ
ขาดแคลนลงทวีคูณตามลำดับ
สามารถทำให้มนุษย์เดือดร้อนอดยาก จากการที่ถูกทำลายไปที่ละน้อยๆและเรื่อง
นี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของโลก เราเอากลับใจใส่น้อยมากเพราะรู้ลึกว่าไกลตัว
แต่ข้อเท็จจริงนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราทั้งสิ้น โปรดเริ่มช่วยกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้
มีรายงานผลจากการทดสอบแบบจำลองสถานการณ์จากหลายสถาบันมากมาย เช่น
ภายในปี พ.ศ.2568 ประชากรโลก 2 ใน 3 จะขาดแคลนน้ำเนื่องจากเน่าเสียด้วย
สภาวะปฏิกิริยาเรือนกระจกและจากการเพิ่มของจำนวนประชากร
หากมีการเกิดแบบชัดเจนแล้ว สภาพท้องฟ้าตลอดทั้งวันจะมี สีแดงอมส้มมอง
ท้องฟ้าจะเห็นกลุ่มหมอก เป็นสีเทาดำ มีแสงจ้าจากการะท้อนอย่างรุนแรงทำให้
แสบตาจากการมองท้องฟ้าทั้งๆที่มีเมฆดำ
นอกเหนือจากนั้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จะมีผลโดยตรงต่อ
สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ เกิดการผันแปรของฤดูกาลกระทบต่อการเกษตร
บางพื้นที่ร้อนจัด แห้งแล้ง บางพื้นที่หนาวจัดและบางพื้นที่ฝนตกชุก เกิดอุทกภัย
น้ำท่วม แพร่ระบาดของเชื้อโรคใหม่ มนุษย์ขาดภูมิคุ้มกัน
ท้ายที่สุดเมื่อผืนดินมีข้อจำกัดเรื่องการเพาะปลูกจากฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป
เกิดการแย่งชิงทรัพยากร แหล่งเพาะปลูก แย่งชิงแหล่งที่อยู่อาศัย
ก็จะกลายเป็น
สถานการณ์สงครามเศรษฐกิจเพิ่มความอดอยาก ของประชากรโลก |
|
| |
 |
| สภาพการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ในปัจจุบัน (แนวเส้นสีแดงเป็นแนวน้ำแข็งเมื่อ ปี 1979) |
| |
 |
| |
ถ้าไม่ร่วมกันแก้ไข อนาคตโลกอาจจะมีบรรยากาศเช่นนี้ |
| |
ความเป็นไปได้ :
ปัจจุบันได้เกิดขึ้นแล้ว หากไม่มีการร่วมมือแก้ไขโอกาสก็จะเพิ่มผลกระทบมากขึ้น
เรื่อยๆ คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนของปัญหาในระยะ 100 – 300 ปี ข้างหน้า
จะยิ่งแก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด อาจก็เกิดแก่งแย่ง ทรัพยากรธรรมชาติ
แก่งแย่งพื้นแผ่นดินที่ อุดมสมบูรณ์กว่า ซึ่งเหลือน้อยลง ผลผลิตอาหารสำหรับ
ประชากรโลกจากเริ่มขาดแคลน สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก
พร้อมกับแผ่นดินที่ลุ่มชายฝั่งทะเลจะถูกน้ำท่วมสูงไปเรื่อยๆ (เฉลี่ยปีละ 1- 3 ซม.)
การแก้ไขเหตุการณ์ :
สามารถแก้ไขได้ โดยร่วมมือกันลดการใช้สารเคมีที่มี ปฏิกิริยาเรือนกระจกและ
เพิ่มเติมการปลูกป่า สร้างความชุ่มชื้นให้ผิวดินอย่างจริงจัง ร่วมมือใช้ทรัพยากรโลก
อย่างประหยัดตามความจำเป็น เช่น ลดปริมาณการใช้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา
เองในชีวิตประจำวันบ้าง ก็จะช่วยให้สิ่งนั้นผลิตออกจากโรงงานน้อยลง เมื่อโรงงาน
ต่างๆผลิตน้อยลง การสิ้นเปลืองด้านธรรมชาติ และพลังงานก็น้อยลงตาม ยึดหลัก
ดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และสังคม :
นักวิทยาศาสตร์ พยายามคิดและปรับปรุงส่วนประกอบของสารเคมีที่ใช้ในด้าน
อุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาผลกระทบ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพยายามรณรงค์
แก้วิกฤตกาลทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่คงไม่ทันการณ์หากเราไม่ร่วมแก้ไขด้วย |
|
| |
 |
|
|
|
|