ปฏิกิริยาเรือนกระจก SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Dec 5, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0

Non-profit organization
 
 
   Greenhouse effect
 
 
  กรณีผลกระทบจากปฏิกิริยาเรือนกระจกแบบชัดเจน
มีโอกาสจะปรากฏในอนาคตระยะ 100 -300 ปี


ในวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เริ่มตระหนัก
ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับโลก ด้วยเหตุสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไป
ทีละเล็กที่น้อย จนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยที่มนุษย์นำทรัพยากรจากโลกขึ้นมาใช้

โดยนำมาสังเคราะห์ กระบวนการดังกล่าว มีส่วนที่เหลือ ถูกปลดปล่อยออกมา
ในรูปสารเคมี คาร์บอนไดออกไซด์ กลุ่มควัน กลุ่มก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรม
นับล้านๆแห่ง ควันจากไอเสียรถยนต์นับหลายร้อยล้านคัน หรือแม้แต่สเปรย์ต่างๆ
ที่ใช้ในบ้าน สารเหล่านี้ไม่สลายตัวกลับรวมตัวลอยสู่ ชั้นบรรยากาศห่อหุ้มโลกไว้
เรียกว่า ก๊าซเรือนกระจก เปรียบเสมือนโลกเราอยู่ท่ามกลางโดมแก้ว
หรือห้องกระจกขนาดใหญ่ นับวันห้องกระจกนี้เพิ่มความหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
 
  แสดงการเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก
 
  แสดงความร้อนบนพื้นผิวโลก ปี ค.ศ. 2006
 
  ในขณะที่ชีวิตได้ดำเนินไป แสงจาก ดวงอาทิตย์  หรือรังสีอุคร้าไวโอเลท
(รังสี UV - Ultraviolet radiation) ส่องมาปะทะพื้นผิวโลกตามปกติได้สะท้อน
กลับสู่อากาศ บางส่วนหลุดออกสู่อวกาศ แสงสะท้อนเหลือบางส่วนไปปะทะชั้น
บรรยากาศของก๊าซเรือนกระจกที่สะสมขวางกั้นไว้ รังสีอุคร้าไวโอเลทจะสะท้อน
กลับลงสู่ผิวโลกอีกครั้งหนึ่ง ลักษณะดังกล่าวนี้เรียก สภาวะปฏิกิริยาเรือนกระจก

พื้นผิวโลกได้รับความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า รังสีดังกล่าวส่งผลกระทบไปยัง
แหล่งน้ำทำให้สัตว์และพืชในน้ำ มีปัญหาการเจริญเติบโต ส่งผลกระทบยังพืชพันธ์
บนผิวดิน ทำให้ผลผลิตต่ำและตาย ยังมีผลกระทบต่อมนุษย์ทำให้สามารถเกิด
มะเร็งผิวหนังได้ง่ายขึ้น

ปฏิกิริยาเรือนกระจกทำให้ ก๊าซมีเ็ทนถูกปล่อยออกมามากขึ้น จึงขาดแคลน
ออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ ก๊าซมีเทนเป็นต้นเหตุที่จะทำลายระบบนิเวศของพันธ์
พืชใต้ผิวดิน และน้ำจะเน่าเสียเชื่อว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปอีก 200 ปี

จากการสำรวจ ปี 1990 มีปริมาณก๊าซ มีเท็น 4 : 1,000,000 ส่วน
ปี 1980 มี 12 : 1,000,000 ส่วน ปี 2006 พบว่ามีถึง 1,780 : 1,000,000 ส่วน
นับว่าอยู่ในระดับอันตรายต่อโลกสูงสุด แบบไม่เคยมีมาก่อนที่ผ่านมา 800,000 ปี
ไม่เคยเกินกว่า 750 : 1,000,000 ส่วน

พร้อมๆกับบนพื้นผิวโลกมีการพัฒนา การก่อสร้างเมืองขนาดใหญ่มากขึ้น
พื้นผิวถูกปิดกั้นด้วยถนนคอนกรีต ผิวดินที่ปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยลง ป่าเริ่มน้อยลง
คือ องค์ประกอบเสริมที่พร้อมจะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงทุกด้านไปพร้อมกัน
 
  ก็าซมีเทนจะทำให้น้ำบนโลกเน่าเสียอย่างกว้างขวาง ขณะนี้เกิดขึ้นแล้ว
 
  มนุษย์จะพบกับมะเร็งผิวหนังง่ายกว่าเดิม จากรังสีอุคร้าไวโอเลทที่เข้มข้น
 
   สัตว์และพืชในมหาสมุทร (Marine organisms) รับผลกระทบจากรังสีอุคร้าไวโอเลทที่สะท้อนกลับ
   ลงมาเพิ่มขึ้น ซ้าย สภาพที่สมบูรณ์ ขวา สภาพที่ถูกรังสี (ก่อนเจริญพันธ์) ขณะนี้พบมากขึ้น
 
   ผลกระทบในสัตว์ สะเทินน้ำสะเทินบก จากการสะสมรังสีอุคร้าไวโอเลท
 
  นอกจากนั้น โลกสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทางระบายสู่ชั้นบรรยากาศได้
ตามปกติพื้นผิวน้ำแข็งได้รับอุณหภูมิสูงก็เกิดการละลายเพิ่ม
(โลกมีพื้นที่เป็นน้ำและน้ำแข็ง 70 %) ปริมาณน้ำย่อมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนผิวน้ำในมหาสมุทร อุณหภูมิความร้อนสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้เกิดพายุไซโคลน
ขนาดใหญ่มากขึ้นและถี่ เกิดฝนตกมาก ก็ยิ่งเพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นตามลำดับ

ทำให้พื้นผิวดินน้อยลงหรือเริ่มต้นเกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มมากขึ้น
การแปรปรวนด้านอุณหภูมิของโลก ทำให้ฤดูกาลเริ่มเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบ
ต่อระบบสนามแม่เหล็กโลก มีรายงานว่าสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้วมาแล้ว 170 ครั้ง
ในอดีตครั้งสุดท้ายเกิด เมื่อ 700,000 ปีมาแล้ว ขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลง 10%

ทำให้เราพบกับความแปรปรวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการเสียชีวิตของมนุษย์
ในรูปแบบใหม่ เช่น เสียชีวิตจากความร้อนจัด (ร้อนตาย) เสียชีวิตจากจมน้ำ
โคลนถล่มในบางพื้นที่ ด้วยการที่ภัยพิบัติเกิดอย่างกะทันหัน

อนาคต แม้ว่าการเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกเป็นปัจจัยพื้นฐานของ
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ต้องใช้เวลานาน หากเกิดแล้วแก้ไขไม่ได้
เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากที่ส่งผลต่อ ความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างหลีกเหลี่ยง
ไม่ได้เลย
 
  การระเบิดของภูเขา Pinatubo ปี 1991 เพียงไม่กี่วัน
แต่ไม่น่าเชื่อที่มีผลกระทบต่อระบบชั้นผลิตโอโซนของโลก มากกว่า 1 ล้านปี
จากการเพิ่มมากขึ้นของรังสี อุคร้าไวโอเลท โดยไม่สามารถแก้ไขกลับคืนมาได้
แล้วควันพิษจากรถยนต์เราที่เพิ่มขึ้นทุกวันล่ะ ?
 
   ผลกระทบเรือนกระจกได้เกิดบนดาวศุกร์ มานานแล้วและกำลังค่อยๆเกิดบนโลก
 
  อนาคตโลกจะต้องพบกับมรสุมการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่สิ้นสุด แล้วสิ่งที่แสดง
ผลกระทบจากพายุขนาดใหญ่ น้ำท่วมแผ่นดินเคลื่อนตัว สัตว์พืช สภาพอากาศจะ
ขาดแคลนลงทวีคูณตามลำดับ

สามารถทำให้มนุษย์เดือดร้อนอดยาก จากการที่ถูกทำลายไปที่ละน้อยๆและเรื่อง
นี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของโลก เราเอากลับใจใส่น้อยมากเพราะรู้ลึกว่าไกลตัว
แต่ข้อเท็จจริงนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราทั้งสิ้น โปรดเริ่มช่วยกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้

มีรายงานผลจากการทดสอบแบบจำลองสถานการณ์จากหลายสถาบันมากมาย เช่น
ภายในปี พ.ศ.2568 ประชากรโลก 2 ใน 3 จะขาดแคลนน้ำเนื่องจากเน่าเสียด้วย
สภาวะปฏิกิริยาเรือนกระจกและจากการเพิ่มของจำนวนประชากร

หากมีการเกิดแบบชัดเจนแล้ว สภาพท้องฟ้าตลอดทั้งวันจะมี สีแดงอมส้มมอง
ท้องฟ้าจะเห็นกลุ่มหมอก เป็นสีเทาดำ มีแสงจ้าจากการะท้อนอย่างรุนแรงทำให้
แสบตาจากการมองท้องฟ้าทั้งๆที่มีเมฆดำ

นอกเหนือจากนั้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จะมีผลโดยตรงต่อ
สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ เกิดการผันแปรของฤดูกาลกระทบต่อการเกษตร
บางพื้นที่ร้อนจัด แห้งแล้ง บางพื้นที่หนาวจัดและบางพื้นที่ฝนตกชุก เกิดอุทกภัย
น้ำท่วม แพร่ระบาดของเชื้อโรคใหม่ มนุษย์ขาดภูมิคุ้มกัน

ท้ายที่สุดเมื่อผืนดินมีข้อจำกัดเรื่องการเพาะปลูกจากฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป
เกิดการแย่งชิงทรัพยากร แหล่งเพาะปลูก แย่งชิงแหล่งที่อยู่อาศัย ก็จะกลายเป็น
สถานการณ์สงครามเศรษฐกิจเพิ่มความอดอยาก ของประชากรโลก
 
    สภาพการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ในปัจจุบัน (แนวเส้นสีแดงเป็นแนวน้ำแข็งเมื่อ ปี 1979)
 
  ถ้าไม่ร่วมกันแก้ไข อนาคตโลกอาจจะมีบรรยากาศเช่นนี้
 
  ความเป็นไปได้ :

ปัจจุบันได้เกิดขึ้นแล้ว หากไม่มีการร่วมมือแก้ไขโอกาสก็จะเพิ่มผลกระทบมากขึ้น
เรื่อยๆ คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนของปัญหาในระยะ 100 – 300 ปี ข้างหน้า
จะยิ่งแก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด อาจก็เกิดแก่งแย่ง ทรัพยากรธรรมชาติ
แก่งแย่งพื้นแผ่นดินที่ อุดมสมบูรณ์กว่า ซึ่งเหลือน้อยลง ผลผลิตอาหารสำหรับ
ประชากรโลกจากเริ่มขาดแคลน สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก
พร้อมกับแผ่นดินที่ลุ่มชายฝั่งทะเลจะถูกน้ำท่วมสูงไปเรื่อยๆ (เฉลี่ยปีละ 1- 3 ซม.)

การแก้ไขเหตุการณ์ :


สามารถแก้ไขได้ โดยร่วมมือกันลดการใช้สารเคมีที่มี ปฏิกิริยาเรือนกระจกและ
เพิ่มเติมการปลูกป่า สร้างความชุ่มชื้นให้ผิวดินอย่างจริงจัง ร่วมมือใช้ทรัพยากรโลก
อย่างประหยัดตามความจำเป็น เช่น ลดปริมาณการใช้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา
เองในชีวิตประจำวันบ้าง ก็จะช่วยให้สิ่งนั้นผลิตออกจากโรงงานน้อยลง เมื่อโรงงาน
ต่างๆผลิตน้อยลง การสิ้นเปลืองด้านธรรมชาติ และพลังงานก็น้อยลงตาม ยึดหลัก
ดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และสังคม :

นักวิทยาศาสตร์ พยายามคิดและปรับปรุงส่วนประกอบของสารเคมีที่ใช้ในด้าน
อุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาผลกระทบ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพยายามรณรงค์
แก้วิกฤตกาลทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่คงไม่ทันการณ์หากเราไม่ร่วมแก้ไขด้วย
 
 

 

   
 
หมวดรายงานพิเศษ

1.ความเชื่อที่ผิด
เรื่องหินแร่


2.จับโกหกขาย
หินธิเบต


3.หลักฐานใหม่ที่
สโตนเฮนจ์


4.จุดจบมนุษย์ ที่เกิดผล
กระทบจากธรรมชาติ


5.วงกลมปริศนา
ภาษาต่างดาว


6.คำอธิบายเรื่อง
รังสีจักรวาล


7.เมื่อโลกปราศจาก
มนุษย์


8.ธารน้ำแข็งที่หายไป

9.การตั้งถิ่นฐาน
สภาพความเป็นอยู่
ของมนุษย์ใน
100 ปี ข้างหน้า


10.อีเล็คตรอน
อวกาศ กลายพันธ์


11.ดาวเคราะห์น้อย
99942 Apophis
เฉียดใกล้โลก


12.แผนสำรวจต่างดาว

13.เสียงจากต่างดาว

14.Sunflower
Camp -1

15.Sunflower
Camp -2


 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017