รายงานข่าวด้านอวกาศ-ดาราศาสตร์ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 12, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   ปฎิบัติการ สืบค้น ต้นกำเนิดจักรวาล - 1
 
 
 
หน้าประวัติศาสตร์ การสืบค้นได้เผยโฉมใหม่ ด้วยความก้าวหน้าและเทคโนโลยี
สำหรับทศวรรษนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อค้นหาคำตอบปริศนามากมายอย่างนับไม่ถ้วน
คำถามทางวิทยาศาสตร์ ถูกทิ้งไว้ให้ขบคิดมานาน ยังหาทางออกที่สมบรูณ์แบบ
ไม่ได้ เพราะขาดหลักฐานทางกายภาพที่มั่นคง

ต่อแต่นี้ไป การสืบค้นหาหลักฐาน ด้วยความร่วมมือกันของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
ในสาขาต่างๆนับหมื่นคน และอีกหลายร้อยสถาบัน นับเป็นความมุ่งมั่นระดับสูงสุด จากการลงทุนมหาศาล เพื่อปฎิบัติการ สืบค้นหาหลักฐานต้นกำเนิดจักรวาล
 
 
CERN (Center for European Nuclear Research)
 
 
ระบบอุโมงค์ยาว 27 กิโลเมตร อยู่ใต้ดินลึก 100 เมตร
 
 
ตำแหน่งเครื่องมือชิ้นสำคัญ
 
20
สุดยอดเครื่องจักร เทคโนโลยีชั้นเทพ ชิ้นเดียวของโลก

The Large Hadron Collider (LHC) คือ เครื่องเร่งอนุภาพพลังงานสูง เพื่อสร้าง
อนุภาคสำหรับการค้นคว้า ได้สร้างขึ้นที่ CERN (Center for European Nuclear
Research) ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยนิวเคลียร์ภาคพื้นยุโรป โดยสถาบัน European
Organization for Nuclear Research เป็นศูนย์ปฎิบัติการ ทดลองด้านอนุภาค
ใหญ่ที่สุดของโลก ใกล้กับกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเขตชายแดน
ประเทศฝรั่งเศส

LHC ประกอบด้วยอุโมงค์ใต้ดินยาว 27 กิโลเมตร อยู่ใต้ดินลึก 100 เมตรเพื่อให้
อนุภาพ Electron และ Positron วิ่งปะทะกันด้วย การเร่งและเพิ่มอัตราจากสำแสง
(Beams) ของ Protons แต่ละด้านจากตรงกันข้าม ซึ่งมีพลังงานระดับ 7 TeV (Trillion electron Volts)

เมื่อแสดงผลชนปะทะกัน ของอนุภาพแบบ Head-on collisions (ส่วนหัวชนกัน)
Protons อาจสามารถสร้างพลังงานในระดับ 14 TeV ทั้งนี้ LHC ไม่มีข้อจำกัดต่อ
การชนปะทะพลังงาน ที่เคยศึกษาของ Proton-Proton เช่น การชนปะทะของ
Heavy ions หรือ Lead ซึ่งมีการเกิดพลังงานถึง 1148 TeV

การที่พลัง Proton ระดับ 7 TeV วิ่งอยู่ในวงแหวนท่ออุโมงค์ ใน LHC ก่อให้เกิด
สนามแม่เหล็กไฟฟ้าระดับ 8.36 Tesla (หน่วยวัดการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก)
เป็นไปได้ที่เกิด Superconductivity (สภาพการนำอย่างยิ่งยวด เกือบไม่มีความ
ต้านทาน เมื่อถูกทำให้เย็นลงระดับ -273°C) และสามารถมาใช้กับวัตถุดิบต่างๆ
ในระดับ อุณหภูมิต่ำมากๆ (Very low temperatures) อย่างไม่ผิดพลาดโดย
สื่อไฟฟ้าจะไม่มีความต้านทานและสูญหาย หลังจากนั้นจะทำให้เกิด High mag-
netic fields (สนามแม่เหล็กพลังสูง)

ภายในพื้นที่ปฎิบัติการของ LHC มีอุณหภูมิเย็นจัด ระดับอวกาศชั้นนอก (Outer
space) ใช้ความก้าวหน้าของ Superconductivity magnet (แม่เหล็กเหนี่ยวนำ
อย่างยิ่งยวด หรือแม่เหล็กพลังสูง)

เทคโนโลยี การเร่งจากขั้ว Superconducting จำนวน 1,296 ชุดและ แม่เหล็ก
กว่า 2,500 ชุด เพื่อเป็นตัวนำและชนปะทะจาก LHC beams จากขนาดเล็กปกติ
ธรรมดาเป็นสื่อโน้มไปยัง แม่เหล็กขนาดใหญ่เกิดจุดศูนย์รวมที่แท่ง ทั้งหมดจึง
เป็นการติดตั้ง Superconducting ใหญ่ที่สุดของโลก
 
 
ATLAS detector
 
 
แม่เหล็ก ภายใน ATLAS detector
 
 
แนววงแหวนใต้ดิน บริเวณ Atlas
 
 
ภายในอุโมงค์ของ LHC
 
 
กลไกมหัศจรรย์ ใช้นักวิทยาศาสตร์ มากที่สุดในโลก

5 จุดสำคัญ ของเครืองมือตรวจจับเมื่อ LHC's beams ขณะเกิดการชนปะทะของ
อนุภาคในปฎิบัติการทดลอง

เริ่มจาก ATLAS และ CMS ทั้ง 2 ชิ้นมีขนาดใหญ่มาก โดยคอยตรวจจับวิเคราะห์
การรวมตัวของอนุภาพจากการ ชนปะทะกันจากการขบวนการเร่งอนุภาพ จึงได้
ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ เพื่อผลเท่าที่เป็นไปได้ในทางกายภาพ

ATLAS detector
ขนาดยาว 26 เมตร และกว้าง 25 เมตร น้ำหนัก 7,000 ตัน ตำแหน่งบริเวณ
Meyrin,Switzerland ด้วยความร่วมมือของ นักวิทยาศาสตร์รวม 1,700 คน
ทั้งหมด 159 สถาบัน จาก 37ประเทศ

CMS หรือ Compact Muon Solenoid
ขนาดยาว 21 เมตร และกว้าง 15 เมตร สูง 15 เมตร น้ำหนัก 12,500 ตัน
ตำแหน่งบริเวณ Cessy, France ด้วยความร่วมมือ ของนักวิทยาศาสตร์รวม
2,000 คน ทั้งหมด 155 สถาบัน จาก 37 ประเทศ
 
 
 
 
อีกสองชิ้นถัดมา มีขนาดกลางคือ ALICE และ LHCb เป็นเครื่องมือพิเศษตรวจจับ
เพื่อการวิเคราะห์จากการชนปะทะ อนุภาคประเภทที่ปรากฎให้มองเห็นได้

ALICE หรือ A Large Ion Collider Experiment
ขนาดยาว 26 เมตร และกว้าง 16 เมตร สูง 16 เมตร น้ำหนัก 10,000 ตัน ตำแหน่งบริเวณ St Genis-Pouilly,France ด้วยความร่วมมือ ของนักวิทยาศาสตร์
รวม 1,000 คน ทั้งหมด 94 สถาบัน จาก 28 ประเทศ

LHCb หรือ Large Hadron Collider beauty
ขนาดยาว 21 เมตร และกว้าง 10 เมตร สูง 13 เมตร น้ำหนัก 5,600 ตัน ตำแหน่งบริเวณ Ferney-Voltaire,France ด้วยความร่วมมือ ของนักวิทยาศาสตร์
650 คน ทั้งหมด 48 สถาบันจาก 13 ประเทศ
 
 
 
 
จุดสำคัญสุดท้าย ประกอบด้วยชิ้นขนาดเล็ก 2 ส่วน คือ TOTEM และ LHCf ออก
แบบเพื่อสังเกตจุดรวม Forward particles (จุดอนุภาคที่รุนแรงกว่าปกติ) ของ
Protons หรือ Heavy ions ซึ่งอนุภาคดังกล่าว มักจะกระจายตัวปะทะกันประปราย
เป็นครั้งคราว จาก Beams หรือ การชนปะทะย้อนกันบริเวณ Head-on collisions (ส่วนหัวที่ชนกัน)

TOTEM หรือ TOTal Elastic and diffractive cross section
Measurement
นาดยาว 440 เมตร กว้าง 5 เมตร สูง 5 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน ตำแหน่งบริเวณ
Cessy, France (ใกล้กับบรเวณ CMS) ด้วยความร่วมมือ ของนักวิทยาศาสตร์
50 คน ทั้งหมด 10 สถาบัน จาก 8 ประเทศ

LHCf หรือ Large Hadron Collider forward
มี 2 ชิ้นแต่ละชิ้น ขนาดยาว 30 ซม.สูง 80 ซม.กว้าง 10 ซม. น้ำหนัก 40 กก.
ตำแหน่งบริเวณ Meyrin, Switzerland (ใกล้กับบริเวณ ATLAS) ด้วยความ
ร่วมมือ ของนักวิทยาศาสตร์ 22 คน ทั้งหมด 10 สถาบัน จาก 4 ประเทศ

การร่วมมือออกแบบ จัดสร้างดังกล่าวเป็นความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ อย่างท่วมท้น
ของโลก ทั้งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่มีจุดประสงค์เดียวกันในการหาคำตอบ ทางวิทยาศาสตร์จากการสืบค้นจักรวาล
 
 
ชิ้นส่วนด้าน Electronic ของ ATLAS detector มีความซับซ้อนมาก
 
 
การประกอบระบบของ ATLAS detector
 
 
เจ้าหน้าในห้องควบคุม การปฎิบัติการ
 
 
ระบบการทำงาน และประสิทธิภาพสุดขั้ว อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ด้วยขนาดยาวของ LHC accelerator 26,659 เมตร มีจำนวนแม่เหล็ก 9,300 ชิ้น
อยู่ภายใน โดยแม่เหล็กทั้งหมด มีความเย็น -193.2°C (80 K) ใช้ไนโตเจนเหลว
10,800 ตัน ในการเริ่มทำความเย็น ก่อนหน้านั้นได้บรรจุฮีเลียมเหลว 60 ตันไว้
เพื่อให้เกิดความเย็นจัด รักษาอุณหภูมิในระดับ -271.3°C (1.9 K) เทียบเท่ากับ
ความเย็นสภาพอวกาศชั้นนอก ของระบบสุริยะ

เมื่อเกิดควันบางๆ รอบๆ LHC accelerator แสดงถึงการเดินเครื่องเต็มพิกัด ด้วย
11,245 รอบต่อวินาที เท่ากับความเร็วแสง 99.99% จากนั้นสำแสง (Beams) ทั้ง
สองของ Protons ต่างจะเกิดการเดินทาง มีพลังงานที่ระดับ 7 TeV ชนปะทะกัน
โดยตรงแบบ Head-to-Head (ส่วนหัวชนส่วนหัว) มีระดับพลังงานที่ 14 TeV ได้
ทั้งหมดเกิดการชน 600 ล้านครั้งทุกๆวินาที เช่นการเกิดขึ้นแบบเดียวกันในอวกาศ
ของระบบสุริยะ

แม้มีการหลบหลีกชนปะทะบ้างของ Gas molecules ภายใน LHC accelerator
ลำแสงอนุภาคก็เดินทางในสูญญากาศ (Ultra-high vacuum ) เช่นเดียวกับช่องที่
ว่างเปล่า ระหว่างดาวเคราะห์ในอวกาศ โดยภายในมีความกดดัน 10-13 atm น้อย
กว่าบนดวงจันทร์ 10 เท่า (เทียบเท่าจุดสูญญากาศสูงสุดในกาแล็คซี่)

LHC เป็นเครื่องมือแสดงผล ได้ในระดับร้อนและเย็นสุดขั้ว เมื่อลำแสงอนุภาคชน
ปะทะกัน สามารถก่ออุณภูมิสูงได้ 100,000 เท่าของใจกลาง ดวงอาทิตย์ แต่ใน
ทางตรงข้ามกัน Cryogenic distribution system (ระบบกระจายตัวของวัตถุใน
อุณภูมิต่ำ) ไหลเวียนแผ่ซ่าน เกินความต้องการไปทั่วภายใน เพื่อรักษาสถานะ
ความเย็นจัดระดับ -271.3°C (1.9 K) แบบเดียวใน อวกาศชั้นนอก ซึ่งเป็นเรื่อง
ใหม่ใช้ในการตรวจจับอนุภาคครั้งนี้
 
 
การแสดงตัวตนของ อนุภาค Higgs boson มีอยู่ทั่วไปในจักรวาล
 
 
อาจพบอนุภาคตั้งต้นอีกมาก ที่ไม่เคยรู้จัก
 
  ในการเกิดชนปะทะของ Proton 600 ล้านครั้งทุกๆวินาที ตัวอย่างจะบันทึกไว้และ
หลังจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์และวิศวกร จะนำมาวัดเกณฑ์ของอนุภาคด้วย
Micron precision (เครื่องมือที่ละเอียดขั้นสูงสุด)

LHC เป็นอุปกรณ์เครื่องมือ มีส่วนประกอบจุกจิกมากมาย ของกลไก Electronic
จึงมีความแม่นยำสูง แม้แต่การวิ่งผ่านของอนุภาค 1 ใน 1,000 ล้านวินาทีก็สามารถ
ตรวจจับได้ (โดยทั่วไปมีการบันทึกไว้ในระดับ 1 ใน 1 ล้านวินาที/เมตร)

อาจดูไม่น่าเชื่อ ต่อการสนองตอบด้วยความเร็วเช่นนั้น แต่เพื่อความแน่ใจอนุภาค
ยังต้องถูกบันทึกจาก การตรวจจับแต่ละครั้งหลายขั้นตอน ของ Supercompute
พลังสูงที่สุดของโลกข้อมูล ที่บันทึกแต่ละครั้ง ถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่

โดยจะจัดทำเป็น DVDs จำนวน 100,0000 แผ่น ในแต่ละปีส่งให้นักวิทยาศาสตร์
ทั่วโลก 1,000 คน ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อช่วยเหลือในการวิเคราะห์ตลอด 15 ปี
ข้างหน้า (เท่าอายุการใช้งาน LHC) โดยใช้คอมพิวเตอร์ 10,000 เครื่องทั่วโลกที่
เข้าร่วมในโครงการ Worldwide LHC Computing Grid (LCG) project ร่วมช่วย
ในการประมวลผล
 
   
 
 
 
   
 
หมวดรายงานพิเศษ

1.ความเชื่อที่ผิด
เรื่องหินแร่


2.จับโกหกขาย
หินธิเบต


3.หลักฐานใหม่ที่
สโตนเฮนจ์


4.จุดจบมนุษย์ ที่เกิดผล
กระทบจากธรรมชาติ


5.วงกลมปริศนา
ภาษาต่างดาว


6.คำอธิบายเรื่อง
รังสีจักรวาล


7.เมื่อโลกปราศจาก
มนุษย์


8.ธารน้ำแข็งที่หายไป

9.การตั้งถิ่นฐาน
สภาพความเป็นอยู่
ของมนุษย์ใน
100 ปี ข้างหน้า


10.อีเล็คตรอน
อวกาศ กลายพันธ์


11.ดาวเคราะห์น้อย
99942 Apophis
เฉียดใกล้โลก


12.แผนสำรวจต่างดาว

13.เสียงจากต่างดาว

14.วันสะท้านจักรวาล
Milkomeda Galaxy


15.ปฎิบัติการ สืบค้น
ต้นกำเนิดจักรวาล


16.บรมยุคกำเนิดโลก

17.มหกรรมโครงการ
ยักษ์พิทักษ์โลก


18.สงครามจักรวาล

19.แนวคิดความเชื่อ
ความเข้าใจเรื่องจักรวาล


20.Ghost of Mirach
กาแล็คซี่ปีศาจคืนชีพ


21.ข้อมูลใหม่เรื่อง
ทางช้างเผือก


22.ฤทธิ์เดช พายุอวกาศ
ถล่มโลก


23. ดาวเคราะห์คล้าย
โลกอยู่ที่ไหนกัน


24.ขบวนการ...ตามล่าหา
...ฝูงดาวตก


25.ทังกัสก้า
ปริศนาจากแดนไกล


26.ต้นกำเนิดแห่งชีวิต

27.Sunflower
Camp -1

28.Sunflower
Camp -2


 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017