ปฎิบัติการ สืบค้น ต้นกำเนิดจักรวาล [ หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 12, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   ปฎิบัติการ สืบค้น ต้นกำเนิดจักรวาล [ หน้า 2/2]
 
 
The Standard Model
 
 
เป้าหมายที่ต้องการความกระจ่าง

ทฤษฎีและการสำรวจ จากนักวิทยาศาสตร์นับพันคน ผ่านมาตลอดทศวรรษเพียง
จิตนาการจากความแปลกประหลาดของภาพ เป็นรากฐานสำคัญในเรื่องโครงสร้าง
ของสสาร (Structure of matter) เรียกว่า Standard Model of Particles and
Forces (รูปแบบพื้นฐานของฟิสิกส์อนุภาคและแรง)

ปัจจุบันนับว่า เป็นทฤษฎีที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ ใช้อธิบายถึงปรากฎการณ์ที่เห็นอย่าง
ถูกต้อง แต่ในรายละเอียดขั้นสูง จำเป็นต้องตรวจสอบ ด้วยเครื่องมือหลายๆครั้ง
ยากที่อธิบายถึง ผลกระทบบางอย่างที่ยังลึกลับและไม่มีข้อสรุปสุดท้าย ต้องรอ
คำตอบอีกมากมายทั้งหมดคือ ปฐมมูลของมวลอนุภาค

ยังมีความแตกต่างกันอย่างน่างงงวย ความประหลาดดังกล่าว คือปัจจัยที่เราไม่รู้
คำถามทั้งหมดถูกทิ้งไว้ ให้หาคำตอบจาก Standard Model จนเกิดความคิดใหม่
Higgs mechanism (กลไกที่ทำให้เกิดมวล) และมีความเห็นพ้องกันว่า ในอวกาศ
ทั่วไปมี Higgs field (สนามพลังงานที่มองไม่เห็น)

มีการสลับฉากเปลี่ยนแปลงระหว่างกัน ในสนามพลังดังกล่าวเป็นบ่อเกิดของมวล
จำนวนมากด้วยความมั่นคงและคับคั่ง ช่วงระยะที่สลับฉาก มีความอ่อนแอต่อแสง
ภายใน Higgs field จึงเกิดอนุภาคใหม่ขึ้นคือ Higgs boson

ซึ่งการเกิดอนุภาคนี้ LHC จะคอยตรวจจับปริศนาเกี่ยวข้อง อยู่ใน 4 แรง (Four
forces) คือแรงโน้มถ่วง (Gravity force) แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetism
force ) และแรงนิวเคลียร์ อีก 2 ชนิด คือ แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน-แรงนิวเคลียร์
ชนิดเข้ม (Strong & Weak nuclear forces)

จากทฤษฎี Electroweak Theory ปัจจัยสำคัญ คือแรงทั้ง 4 ประเภทมีความต่าง
กันเมื่อครั้นจักรวาลเกิดใหม่อายุยังน้อย มีความร้อนมากกว่าวันนี้ บางทีแรงทั้งหมด
อาจแสดงรวมออกมาเพียงหนึ่งเดียว อย่างน้อยที่สุด มีความหวังทางวิทยาศาสตร์
จะพบเค้าโครงตามหลักวิชาโดยตรง เพื่อพิสูจน์ปรากฎการณ์ ที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์
 
 
The Higgs field
 
 
Model of Higgs Boson
 
 
Model of Antimatter
 
20
เมื่อแรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetism) และแรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน (Weak nuclear forces) ทั้งสองแรงประสบความสำเร็จ ที่ทำให้เป็นแบบเดียวกันในด้าน
ทฤษฎีโดยตรง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1970

ส่วนแรงโน้มถ่วง (Gravity force) และแรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม (Strong nuclear force) ยังคงค้างและรอทฤษฎีโดยตรงอยู่ แต่มีความนิยมในแนวคิดรวมกันของ
แรงทั้งสอง เรียกว่า Supersymmetry (SUSY) หากมีความถูกต้อง LHC จะค้นพบ
อนุภาคและพิสูจน์ได้จริง

ในเรื่อง Antimatter (ปฎิสาร) หรือสสารปรปักษ์ เป็นปัญหาที่ตอบยากและลึกลับ
LHC จะหาทางออกดังกล่าวให้แจ่มชัดได้ ถ้าเกิดแสดงขึ้นมาโดยสะท้อนออกด้วย
ความสมบูรณ์แบบ ซึ่งขณะนี้เรารู้จักแบบครึ่งๆกลางๆเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Antimatte สามารถนำพาให้เกิด Matter-antimatter ในลักษณะ
ดุลยภาพปลอม LHC มีความสามารถค้นหาอย่างเต็มที่ เพื่อนำไปใช้ทดสอบกับ
Standard Model อาจดูเป็น เรื่องซับซ้อนต่อการสืบค้น และตรวจจับอนุภาคซึ่ง
มองไม่เห็นแต่นั้นคือ คำตอบ ต้นกำเนิดจักรวาลและทุกอย่างในระบบสุริยะรวมถึง
โลกและตัวตนของเรา สมบรูณ์แบบที่สุด ในอีก 15 ปีข้างหน้าได้
 
 
ขบวนลีลาของ Hydrogen ลักษณะที่เรียกว่า Bubble chamber จากการตรวจพบ
 
 
หากมองเห็นได้ ลักษณะนี้คือเส้นทางอนุภาค ที่มีอยู่ทั่วไปรอบตัวเรา
 
 
ปฎิบัติการ LHC จะมีผลกระทบต่อโลกหรือมนุษย์จริงหรือ

มีคำถามมากมาย ด้วยความกังวลถึงอันตรายและผลต่อการทดลอง จากการเร่ง
อนุภาคด้วยพลังงานสูง ในความเป็นจริง อนุภาครอบๆตัวเองมีมากอย่างคับคั่ง
แต่มองไม่เห็น จึงอาจไม่เป็นที่วิตก การวิ่งชนกันอย่างหนักหน่วง เกิดขึ้นเกือบทุก
พื้นที่บนโลก ที่เราเรียกว่า รังสีจักรวาล

การวิ่งเข้าปะทะโลก และบางครั้งปะทะสู่ ตัวเราด้วยซ้ำ ความรู้สึกที่สัมผัสได้คือ
เหมือนเข็มเล็กๆจิ่มลงบนเนื้อเบาๆเท่านั้น แท้จริงสัมผัสนั้นคือ การระเบิดตัวของ
อนุภาคบนผิวหนัง บางชนิดมีความสามารถวิ่งผ่านทะลุตัวเราไปได้โดยไม่รู้สึกเลย

เพราะฉะนั้นปฎิบัติการของ LHC คือการเร่งให้วิ่งชนปะทะเป็นสิ่งที่ไม่น่าวิตก คงมี
ประเด็นเรื่อง สนามแม่เหล็กพลังสูงเท่านั้นอาจเป็นไปได้ เกิดผลกระทบกับบางคน
ในบริเวณใกล้เคียง แต่การที่อยู่ในชั้นใต้ดินลึกลงไป ผลที่เกิดจะลดน้อยลงตาม
ลำดับ

อย่างไรก็ตาม สนามแม่เหล็กโลกมีความเข้มข้นกว่า LHC ด้วยซ้ำยังไม่เกิดผล
กระทบใดๆต่อมนุษย์ เพราะโดยทั่วไปมนุษย์ สัตว์ มีระดับทนต่อสภาพการเกิด
สนามแม่เหล็กในระดับหนึ่ง (ไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล) โดยมีรายงานจากบาง
สถาบันแสดงความเห็นอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ จากปริมาณสูงของอนุภาคที่เกิด
ขึ้นในบริเวณใกล้เคียง กับผู้ทำงานที่เกี่ยวข้อง

บางคำถามเกิดขึ้นกล่าวไปถึง หลุมดำขนาดเล็ก นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจแบบคาด
เคลื่อนด้วยเหตุว่า การเกิดหลุมดำ สามารถดูดกลืนสิ่งต่างๆได้นั้น จำต้องอาศัย
การยุบตัวของมวลอย่างมหาศาล มวลนั้นต้องใหญ่กว่า ดวงอาทิตย์หลายเท่าตัว
จึงสามารถเกิดได้ และใช้เวลาพัฒนาการ หลายพันล้านปี แม้ว่า LHC มีเป้าหมาย
ปฎิบัตการทดลอง เรื่องหลุมดำ เป็นเพียงจุดเล็กมาก ไม่มีอิทธิพลดูดกลืนใดๆ
 
 
ภาพแสดงถึงการท่วมล้นของอนุภาค อาจกระทบต่อระบบมนุษย์ ให้เกิดโรคมะเร็งได้
 
 
การทดลองปฎิกิริยา หลุมดำขนาดจิ๋ว (Model of microscopic black holes)
 
  คำถามที่ยังรอคำตอบ และคำอธิบายด้านกายภาพ

LHC ต้องการช่วยหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ เป็นกุญแจไขปริศนาเรื่อง Particle
physics (ฟิสิกส์อนุภาค) อันเกี่ยวกับ การอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติในระดับ
พลังงานที่มองไม่เห็น และไม่มีแบบอย่างมาก่อน (Unprecedented energy) ด้วย
จากมูลฐานเดิมของอนุภาคที่ แสดงการก่อตัวขึ้น ของจักรวาลและเพื่อเข้าใจเรื่อง
ราว ระบบจักรวาล มากขึ้น เช่น

อะไรคือมวล ?
ต้นทางของมวลสสารอยู่ที่ไหน? อนุภาคขนาดเล็ก มีน้ำหนักหรือไม่ ? และทำไม
อนุภาคบางชนิดไม่มีมวล ? ทั้งหมดยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน และหลักฐานมั่นคง
คำอธิบายการพบ Higgs boson คือกุญแจสำคัญซึ่งยังไม่ได้สำรวจ จากสมมุติฐาน
ครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ. 1964 เป็นต้นมา LHC อาจมีคำตอบให้ได้อีกไม่นาน

อะไรที่ก่อตัวในจักรวาลถึง 96% ที่เรามองไม่เห็น ?
ทุกอย่างในจักรวาลที่เห็น ตั้งแต่มดถึง กาแล็คซี่ขนาดยักษ์ ก่อตัวจาก Ordinary
particles (อนุภาคสามัญ) ด้วยการรวมตัวจาก มวลสสารธรรมชาติ มีจำนวน 4%
ทั้งหมดของจักรวาล ที่เหลือ 96% คือ Dark matter (สสารมืด) และ Dark energy
(พลังงานมืดหรือพลังลึกลับ) โดยเชื่อว่า เป็นส่วนเหลืออยู่จากการก่อตัวครั้งนั้น

ทั้งหมดยังไม่น่าเชื่อถือ และตรวจจับเพื่อศึกษายากมาก แม้กระทั่งพยายามด้วย
แรงดึงดูด จึงต้องสืบค้นในเรื่อง Dark matter และ Dark energy วันนี้เป็นเรื่อง
ใหญ่ี่ ท้าทายของ Fields of Particle physics (สนามของฟิสิกส์อนุภาค) และใน เรื่องจักรวาลวิทยา (Cosmology) ต่อไปอีก
 
 
ปริมาตรสัดส่วนสสารต่างๆในจักรวาล
 
 
ทำไม Antimatte (ปฎิสาร) มีน้อย ?
เราอาศัยในโลกแห่งอนุภาค ทุกสิ่งในจักรวาล คืออนุภาค ที่รวมตัวกันเป็นสสาร
สำหรับปฎิสารจะอยู่ตรงข้าม เหมือนเป็นกระแสไฟต่างขั้วกัน ขณะกำเนิดจักรวาล
มีสสารและปฎิสาร อย่างเท่าเทียมกัน จึงประกอบกันระเบิดขึ้น ของ Big Bang แต่
เมื่อทั้งคู่ปะทะรวมกัน เกิดการทำลายล้างซึ่งกันและกัน แปลงสภาพเป็นพลังงาน
ไปหมด จึงหลงเหลืออย่างน้อยนิดในจักรวาล เกือบไม่มี ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นที่มี
สสารทั่วไปมากกว่าปฎิสาร ถ้าสำรวจพบจะได้คำตอบที่ชัดเจน

ความลับสำคัญของจักรวาลเกิดอะไรขึ้น
กับอนุภาคในเสี้ยววินาทีแรก จากการระเบิดตัวขึ้นของ Big Bang ?

อนุภาคเป็นสิ่งที่ ผลิตออกมาโดยจักรวาล เชื่อว่าเริ่มจากความหนาแน่นและร้อน
เป็นมูลฐานของอนุภาคเริ่มแรก ผสมรวมกันเป็นสสารและพลังงาน วันนี้ Ordinary matter (สสารสามัญ) ในจักรวาลได้สร้างอนุภาคของ อะตอมด้วยองค์ประกอบ
Nucleus ของ Protons และ Neutrons ด้วยการดัดแปลงจากอนุภาค Quarks
โดยผูกมัดกับอนุภาคอื่นๆ เรียกว่า Gluons มีการพันธการอันแข็งแกร่ง

แต่ในอดีตนานมาแล้ว จักรวาลมีความร้อนสูง กระตุ้นให้เกิดพลังงานของ Gluons
สู่การเหนี่ยวรั้ง Quarks เข้าด้วยกัน ถ้ามองเห็นช่วงเสี้ยววินาทีแรกหลังจากระเบิด
ของ Big Bang สู่การกำเนิดจักรวาลที่เต็มไปด้วยความร้อนสูงมาก ความหนาแน่น
ผสมผสานไปด้วย Quarks และ Gluons ซึ่งเรียกว่า Quark–Gluon plasma เราก็
จะทราบพัฒนาการ ครอบคลุมไปในเรื่องลำดับชั้นต่างๆได้ ทั่วทั้งจักรวาล

โดยความลับนี้ จะไขไปสู่อดีต ของมนุษย์ลึกลงไปอีก ว่ามีพัฒนาการจากที่ใด
กันแน่ เกิดขึ้นเฉพาะบนโลกหรือ ? หรือถูกส่งต่อมาจากที่อื่น มุมหนึ่งมุมใดจาก
จักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาล ? นั่นเป็นคำตอบซึ่งเราอยากรู้

Extra dimensions (มิติพิเศษ) ในอวกาศเกิดขึ้นจริงหรือ?
Einstein อธิบายถึง Three dimensions of space ที่เกี่ยวข้องกับเวลา ภายหลัง
มีทฤษฎีสนับสนุน ถึงมิติในอวกาศอื่นที่ถูกปิดบังอยู่อีก เช่น String theory โดย
LHC จะสืบค้นได้จาก Very high energies (พลังงานขั้นสูงมาก) ดังนั้นข้อมูลที่
ตรวจพบอาจแสดงผลถึง Extra dimensions ว่าหลบซ่อนในอวกาศจริงหรือไม่ ?

และถ้ามีจริง เราจะเชื่อมต่อกับมิตินั้นได้อย่างไร ? หลายประเด็น มีข้อคิดรออยู่
ไม่ใช่เป็นเรื่องเหลวไหล แต่ทางวิทยาศาสตร์ยังอธิบายเชิงลึกไม่ได้ เนื่องจาก
ขาดพยานหลักฐานแสดง ในทางกายภาพ ทั้งนี้ในทางทฤษฎีมีสมบูรณ์นานแล้ว
 
 
Model of String theory
 
 
Manifold extra dimensions
 
 
ความก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบข้ามชั้น

การค้นพบในสิ่งที่เราไม่รู้จัก ซึ่งอาจไม่เคยเห็นเลยจะเป็นหนทาง ต้นยอดไปสู่วิถี
พัฒนาทางเทคโนโลยีแบบข้ามขั้น ในหลายทฤษฎีอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปจาก
ความรู้เดิมที่เคยมี มาจากครั้นก่อน

แน่นอนที่สุด คงตรวจพบอนุภาคใหม่ มีศักยภาพมหัศจรรย์ สามารถนำไปใช้ถึง
ประโยชน์ในระบบชีวิตประจำวันได้อีก โดยเฉพาะความคาดหวัง เรื่องพลังงาน
และการสื่อสารระยะไกลข้ามจักรวาล และจะไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดอีก
ต่อไปหากได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อน ทั้งๆที่มีอยู่รอบตัวเราตั้งแต่การก่อ
ก่อกำเนิดโลก เมื่อ 4.6 พันล้านปี

แม้ว่าจะบรรลุจุดมุ่งหมาย สัมฤทธิ์ผลในอีกร้อยปีข้างหน้าก็ตาม แต่อย่างน้อยวันนี้
มนุษย์ได้เริ่มพัฒนาการ เพิ่มระดับชั้นขึ้นเทียบเคียง สิ่งทรงปัญญาอื่นๆในจักรวาล
แล้ว (ถ้ามี)
 
 
 
 
References :

The Large Hadron Collider (LHC)
CERN, the European Organization for Nuclear Research
ATLAS experimenters
Science@Berkeley Lab
Particle Physics and Astronomy Research Council (PPARC)
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017