|
| |
 |
 |
 |
| |
อนุสาวรีย์และเครื่องมือทางดาราศาสตร์
ตามที่เราทราบนั้น Stonehenge เป็นอนุสาวรีย์เครื่องมือทางดาราศาสตร์
แสดงแผนที่ดาว จัดวางหินก้อนใหญ่แต่ละก้อน มีรูปแบบแผนการวางอย่างเข้าใจ
และประณีตด้วยมุมองศาที่สัมพันธ์เกี่ยวข้อง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
และวงโคจรของ ดวงจันทร์ โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง
นักโบราณคดีพยายามวิเคราะห์่สืบค้น ร่องรอยหินที่แตกช่วงการก่อสร้างขนย้าย
ด้วยเครื่องมือ Radiocarbon แบ่งการก่อสร้างออก ได้เป็น 3 ระยะดังนี้ |
 |
| เริ่มแรกนั้นเป็นเพียงหลุม และร่องล้อมรอบ |
| |
ระยะที่ 1 (อายุ 4,900 – 4,950 ปี)
ยังไม่มีหินที่เป็นลักษณะสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแต่มีท้องร่องขนาด
กว้าง 20 ฟุต เป็นวงกลมล้อมรอบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 320 ฟุตชั้นด้านในมีหลุม
เหมือนสนามเพลาะขนาด กว้าง 4.5 ฟุต ลึก 7 ฟุต เรียงกันเป็นวงกลมมี 56 หลุม
เรียกว่า Aubrey Holes พบกระดูกสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นวัวบริเวณก้นหลุม
(อายุกระดูกสัตว์ แสดงความเก่ากว่าหลุม 200 ปี) ประเมินได้ว่าก่อนหน้านี้
เป็นสถานประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ระยะที่ 2 (เริ่มต้นประมาณ 4,900 ปี)
มีการปรับระดับมูลดิน โครงสร้างไม้ปักแสดง เป็นสัญลักษณ์กลุ่มโดยมีเสาไม้ บริเวณทางเข้า ทิศเหนือและทิศใต้ มีช่องทางเดินตามแนวแสงของดวงอาทิตย์
(ช่วงกลางฤดูร้อน) บริเวณหลุมพบโครงกระดูกมนุษย์ไม่น้อยกว่า 200 คน
หลงเหลือจากการฌาปนกิจและเป็นจำนวนมากบริเวณปากหลุม
ระยะที่ 3 (อายุ 3,600 – 4,550 ปี)
เป็นการก่อสร้างโดยตรง นำเสาหิน Bluestone ประมาณ 80 ต้นจัดทำเป็น
วงกลม 2 วงซ้อนกัน หินส่วนใหญ่นำมาจาก Carn Meini Quary
(Southwestern Wales) มีระยะทางประมาณ 100 กม. ปัจจุบันเรายังไม่ชัดเจน
วิธีการนำหินขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก จากใจกลางภูเขานั้นเคลื่อนย้ายด้วยวิธีใด
ในยุคนั้น นักโบราณคดีเชื่อว่าการจัดวางตำแหน่งเสาหิน Bluestone แสดงถึงแนว
เส้นตรงของดวงอาทิตย์ได้เหมาะเจาะ การนำหินมาจัดช่องไฟเป็นรูปวงกลม
ล้อมรอบ (วงนอก) หินรูปเกือกม้า (วงใน) และยังนำก้อนหินมีน้ำหนักประมาณ
45 ตัน สูง 22 ฟุต วางด้านบนทั้งหมดเกิดขึ้นในระยะที่ 3 เป็นช่วงๆ โดยไม่ได้
สร้างพร้อมกันในครั้งเดียว |
 |
| |
 |
| |
 |
| แสดงตำแหน่งหิน และมุมวงโคจรระบบสุริยะ จากการคำนวณ ของนักดาราศาสตร์ ในปัจจุบัน |
| |
มนุษย์ยุคหินสร้างอย่างไร
เป็นไปได้หรือ ? ที่มนุษย์ยุค Neolithic ใช้เครื่องมือที่ธรรมดาเคลื่อนย้ายหิน
มาจากที่อื่นเพราะบริเวณ Stonehenge นั้นมีแต่ทุ่งหญ้าที่เขียวขจีปราศจากหิน
และการที่มาก่อสร้างสิ่งนี้ในบริเวณนี้ด้วยเหตุผลใด ? นักโบราณคดียังไม่มีคำตอบ
หลังจากนั้นต่อมา 4,000 ปี บริเวณนั้นถูกทิ้งให้รกร้าง นักโบราณคดีไม่แน่ใจนัก
ว่าเป็นความตั้งใจของผู้คนที่นั่นหรือไม่ ตลอดเวลา 1,000 ปี หลักฐานที่บันทึก
อย่างชัดแจ้งนั้น เราแปลความหมายผิดหรือ
จึงเกิดเงื่อนงำจากหินเพียงถูกสร้างเป็นอนุสาวรีย์ แต่เราตีความหมายเป็นเรื่อง
ดาราศาสตร์ ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบยิ่งขึ้น ทางทฤษฏีกลุ่มหินเหล่านั้น
นำมาเทียบคำนวณทาง ดาราศาสตร์ด้วยคอมพิวเตอร์ก็มีความถูกต้องตรงกัน ไม่มีข้อผิด แต่นักโบราณคดีน้อยคนที่จะยอมรับเหตุผลดังกล่าวได้ |
| |
 |
| มนุษย์ยุค Neolithic ที่พบในประเทศไทย (อ.โนนสูง นครราชสีมา) อายุประมาณ 3,000 ปี |
| |
 |
ซากโครงกระดูกหัวขาด (4.10.4 Anglo-Saxon man)
ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่ Natural History Museum |
| |
นักโบราณคดีค้นหลักฐานใหม่ เป็นที่ประหารนักโทษโบราณ
จากการสำรวจ วิเคราะห์ซากโครงกระดูกหัวขาด (4.10.4 Anglo-Saxon man) แท้จริงแล้ว หินจำนวนมากของ Stonehenge เกิดขึ้นช่วง ก่อน 1500 B.C.
ซึ่งบางทีอาจจะมี การก่อสร้างเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายเมื่อ ศตวรรษที่ 19
เพราะไม่ว่าด้วยเหตุใด เป็นช่วงที่หยุดการประกอบพิธีกรรมไปแล้ว ทำให้นักโบราณคดีไม่พบร่องรอยแสดง ความเป็นอนุสาวรีย์ Stonehenge ไม่มีสิ่งปกคลุมที่สามารถจะบ่งบอกระยะเวลา ของสิ่งก่อสร้างได้ เช่น
สถานที่โบราณอื่นๆ โดยเฉพาะยิ่งไม่เคยมีเรื่องราวหรือแม้แต่นิทานเกี่ยวข้องกับ กษัตริย์เลย แม้ว่าในเวลานี้จะมีความเห็นเป็นอนุสาวรีย์ก็ตาม |
| |
 |
| Anglo-Saxon ที่อาจจะเป็นสังคมยุคมืดในขณะนั้น |
| |
| |
เมื่อพิจารณาหลักฐาน กรณีซากโครงกระดูก Anglo-Saxon เราอาจต้อง
เปลี่ยนแปลงคำเรียก Stonehenge ใหม่เป็น Stone gallows
(หินที่สำหรับแขวนคอนักโทษประหาร) ด้วยหลักฐานที่ชัดแจ้งไม่ธรรมดา น่าตกใจ
สมัยช่วงเวลา Anglo- Saxon การรักษาอำนาจด้วยการสร้างความกลัว และ
เทพนิยายอภินิหาร เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งใครที่ไม่เชื่อผู้นำศาสนา(หมอผี) จะต้องถูกตัดหัว ซึ่งหลักฐานจากซากโครงกระดูกที่มีจำนวนมากและระยะเวลา
ที่ค้นพบ เป็นสิ่งชี้บอกทางโบราณคดี
ถึงขณะนี้อาจไม่มีความเห็นอื่นๆเพิ่มเติมจากนักโบราณดคีที่สำรวจ
เราก็คงไม่ปฏิเสธถึงความสามารถอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะสร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
ถ้าเป็นฝีมือของมนุษย์โบราณ เมื่อ 3,000 ปีจริง |
|
| |
 |
| สภาพความเป็นอยู่ของชุมชน Anglo-Saxon เขียนจากหลักฐานทางโบราณคดี |
| |
 |
| Stonehenge ในวันนี้จะต้องรอคอยข้อพิสูจน์อีกต่อไป |
| |
References:
Archeologist : Mike Pitts
Tiverton and Mid Devon Astronomy Society UK.
Thirteen/WNET New York - Educational Broadcasting Corporation
Canterbury Archaeological Trus |
|
|
|
|