กรณีใดเป็นการปรากฎของมนุษย์ต่างดาว
ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง แต่มีความขาดแคลนต่อการแสดงข้อมูล
ยืนยัน จากที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ด้วยเพราะสองประเด็นใหญ่คือ
1.ถูกปกปิดข้อมูลโดยรัฐบาล (อเมริกา)
2.มีข้อขัดข้องต่อหลักการวิทยาศาสตร์ ที่จะให้ประชาคมมีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้อง
เพื่อเข้าใจแต่ละปรากฎการณ์ ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
จึงเป็นเงื่อนไขทำให้มีช่องว่าง และมีรายละเอียดต่างๆน้อยมาก กลอุบายที่รัฐบาล
สหรัฐอเมริกาใช้ปกปิดต่อประชาคมโลก เป็นเรื่องผิดปกติโดยเฉพาะในสหรัฐฯเอง
แน่นอนยิ่งมองเห็นความเป็นไปได้ เรื่องมนุษย์ต่างดาวมีน้ำหนัก
กลายเป็นแรงจูงใจเห็นความไม่โปร่งใส และเป็นเรื่องปกติที่สาธารณะเมื่อไม่ได้รับ
ข่าวสารจากรัฐบาล จำต้องสืบค้นความลับให้ประจักษ์ในด้านต่าง แม้แต่ประดิษฐ์
กรรมเครื่องบินที่ปกปิด ที่ออกแบบหรือปรับปรุงใหม่โดยรัฐบาล อาจถูกนำไปกล่าว
ขวัญถึงยานมนุษย์ต่างดาวในที่สุด
ครึ่งหนึ่งของประชาคมโลกเชื่อข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ ว่ามนุษย์ต่างดาวมาเยือน
โลกยิ่งจะทำให้ตกใจได้ขึ้นไปอีก หากเกิดจู่ๆเป็นข่าวที่น่ากลัว จากเหตุหนึ่งเหตุใด
สำหรับเครื่องยนต์ กลไกของยานมนุษย์ต่างดาวนั้นยากจะนึกออกว่ามีลักษณะ
เช่นใดจึงมีความสามารถเดินทางข้ามระหว่าง
จักรวาลได้ เพราะด้วยระยะทางนับ
ร้อยนับพันปีแสง และระหว่างทางเต็มไปด้วยอุปสรรค เช่น
หลุมดำ แรงโน้มถ่วง
ที่เป็นรอยต่อระหว่างระบบดาว
สสารมืดที่มีทั่วไปถึง 70%
กลุ่มอุกกาบาต หรือ
เรื่องเชื้อเพลิงพลังงาน การดำรงชีพตลอด ระยะการเดินทาง เป็นต้น
เพราะฉะนั้นระบบเทคโนโลยีคงไม่เหมือนบนโลกที่เข้าใจแน่ และทำไมยานมนุษย์
ต่างดาวต้องลงจอด เฉพาะในสหรัฐอเมริกาหลายครั้งเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งสร้างความ
สงสัยว่าเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของมนุษย์ต่างดาว จากข้อกล่าวหา
กระทั่งมีการอ้างขึ้นอย่างไม่รู้ โดยความเป็นจริงนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ลดล่ะต่อ
เรื่องนี้ เหตุผลซึ่งอธิบายได้คือ มีการติดตามปรากฎการณ์แปลกๆและสำคัญเสมอ
แต่เมื่อพิสูจน์แล้ว ไม่เคยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว
เพราะแม้แต่ลูกเห็บตกจากท้องฟ้า นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องเฝ้าติดตาม ตลอดเวลา
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จำต้องแสดงเหตุอย่างประจักษ์แจ้งในทางกายภาพ ถ้า UFO
หรือมนุษย์ต่างดาวเข้ามาสู่โลกจริง เรดาห์ระบบของสนามบินทั่วโลกสามารถ
ตรวจจับและรายงานวัตถุลึกลับนั้นได้ทันที หรือระบบดาวเทียมจำนวนมากของ
หลาย ประเทศก็ตรวจจับได้
นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ จำนวนนับ ร้อยหลายที่
เฝ้าคอยตรวจสอบท้องฟ้าทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างไม่เคยหลับ แต่ก็ไม่เคย
พบและพิสูจน์ได้ว่าเป็นยานของมนุษย์ต่างดาว
ยังไม่เคยมีห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ในโลกที่หนึ่งที่ใด ที่ได้รับชิ้นส่วนแม้
แต่ชิ้นเดียวเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว เพื่อทำการวิเคราะห์ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพ
อากาศสหรัฐฯ สามารถเก็บตัวอย่างชิ้นส่วน เรียกว่า Space junk (ขยะอวกาศ)
ได้แล้วมากกว่า1,000 ชิ้น จากสถานีอวกาศสากล จากดาวเทียมที่หมดสภาพการ
ใช้งานและดาวเทียมที่ใช้งานปกติ แต่ยังไม่เคยพบชิ้นส่วนใดๆที่แสดงถึงหรือเกี่ยว
ข้องกับ มนุษย์ต่างดาวเลย
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ ยังมีความหวังและเชื่อว่าสักวันหนึ่งอาจมีมนุษย์ต่าง
มาเยือนโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ใฝ่ฝันที่จะต้อนรับเช่นกัน ซึ่งจะได้รู้ว่า
มนุษย์ต่างดาวนั้น มีความฉลาดรอบรู้ หรือหน้าตาเป็นอย่างไร แม้ว่าเป็นเรื่องยาก
จะเกิดขึ้นก็ตาม
หลายประเด็น แสดงเหตุผลอย่างเลื่อนลอย ไม่ใช่เพราะเลื่อนลอย แต่หมายความ
ว่าขาดแคลนพยานหลักฐานที่ประจักษ์แจ้ง ทำให้การอ้างขาดน้ำหนัก ความเชื่อถือ
แต่ถ้ามนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริง แต่ขาดพยานหลักฐานเพราะ ไม่ต้องการให้
มนุษย์รู้ และบางคนเชื่อว่ามีจริง ก็ไม่สามารถหยุดความเชื่อนั้นได้ เพียงแต่จะไม่
สามารถอ้างอิง บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ได้เท่านั้น
ข้อสรุป ความสำคัญอยู่ที่การแบ่งแยกระหว่าง ข้ออ้างและมนุษย์ต่างดาว ที่เข้ามา
เยือนโลก (หรือเคยมาในอดีต) และความเป็นไปได้ของอารยะธรรมที่มี หลังจาก
สงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องอวกาศมีความเป็นจริงขึ้นเพราะเหตุใด
นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากทดลองจนสำเร็จเป็นจริง และการท่องของ
โลกอื่นก็ย่อม
เป็นไปได้เช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีและอารยธรรม แม้วันนี้โลกเพียงมีความสามารถ
เดินทางสู่ดวงจันทร์ได้ อนาคตอาจสู่ถิ่นฐานที่ไกลขึ้น แม้ยังมีข้อโต้แย้งมากมาย
แต่เวลาที่ผ่านไปและมีอารยะธรรมเกิดขึ้นเป็นไปแบบปกติ อาจมีหนทางเดินทาง
สู่ดาวอื่น และดาวอื่นก็มีหนทาง มาสู่โลกเช่นกัน
แม้จะอธิบายยาก เพราะหลักฐานน้อย แต่ก็พอจะนำมาขยายความ ในหัวข้อเรื่อง
ต่างดาวภาคพิศดาร
(Alien & Extraterrestrial Intelligence) โดยมีเจตนาแสดง
เหตุผล เพื่อความกระจ่างได้ในบางประเด็น เท่าที่สามารถอธิบายได้ เชิงทฤษฎี
และอาจมีความเป็นไปได้