หลักเกณฑ์การกำหนด วัตถุในระบบสุริยะ
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                  Latest update : Feb 26, 2009
 
<
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   
 
 
ในระบบสุริยะ ประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกันเป็นจำนวนมาก เช่น โลก ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ทางวิทยาศาสตร์ กำหนดรูปแบบของวัตถุ ระบบสุริยะไว้เป็นหลักเกณฑ์
ไว้เบื้องต้นดังนี้
 
 
ต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์
 
 
Patterns of Motion Among Large Bodies
กำหนดรูปแบบโดยการเคลื่อนที่วัตถุขนาดใหญ่


เช่น ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ (ที่มีขนาดใหญ่) ต้องมีวงโคจร (Orbit)
การหมุนรอบตัวเอง (Rotate) อย่างเป็นแบบแผน เช่น มีวงโคจร คล้ายวงกลม
(Circular) อยู่ในเส้นระนาบเดียวกัน ต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในทิศทางเช่น เดียวกัน เป็นต้น

The Existence of Two Types of Planets
กำหนดประเภทของดาวเคราะห์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม


อาณาเขตระบบสุริยะ แบ่งออกเป็น 2 ชั้นคือ
ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner planets) และดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer planets)
แบ่งเป็นประเภทดาวเคราะห์ ดังนี้
 
 
Terrestrial planets มีพื้นผิวที่ชัดเจน
 
 
Terrestrial planets ภายในส่วนลึกเป็นโลหะ
 
 
1.Terrestrial planets

ประเภทมีลักษณะพิกัดวัตถุขนาดเล็ก แต่มีความหนาแน่นสูง (Higher density)
เช่นเดียวกับโลก พื้นผิวเป็นหิน มีความชัดเจนของขอบเขตพื้นผิว เช่น ทะเลกับ
แผ่นดิน (ภูเขา)

โดยองค์ประกอบภายในส่วนลึกเป็นโลหะ (Metals) ไม่ลักษณะวงแหวน (Ring)
มีดวงจันทร์ี และตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์ พื้นผิวอบอุ่น ดาวเคราะห์ที่ จัดอยู่ใน
ประเภทนี้ คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ทั้งหมดรวม 4 ดวง โดยถือว่าเป็น
ดาวเคราะห์ ชั้นใน (Inner planets)
 
 
Jovian planets มีกลุ่มก๊าซปกคลุมมองไม่เห็นพื้นผิว และมีวงแหวน
 
 
Jovian planets ภายในส่วนลึกเป็นหิน
 
 
2.Jovian planets

ประเภทมีลักษณะ พิกัดวัตถุขนาดใหญ่ แต่ความหนาแน่นต่ำ (Lower density)
เช่นเดียวกับดาวพฤหัส และต้องมีวงแหวน (Ring) มีดวงจันทร์จำนวนมากปกติ
องค์ประกอบส่วนใหญ่ ได้แก่ ไฮโดรเจน ฮีเลียม Hydrogen compounds (ส่วน
ประกอบ Hydrogen ที่เป็นน้ำ แอมโมเนียและก๊าซมีเทน) มีกลุ่มก๊าซปกคลุมมาก
(Gas giants) มองไม่เห็นพื้นผิวของดาวเคราะห์ (จึงแยกไม่ออกหรือไม่มีพื้นผิว
ที่เหยียบลงไปได้)

มีความกดอากาศสูง พบการเปลี่ยนแปลงรูปแบบพื้นผิวตลอดเวลา บางครั้งอาจ
นิ่งอยู่เป็นเวลานานนับหลายปี แต่เมื่อความกดดันถึงจุด รูปแบบจะเปลี่ยนแปลง
เป็นลูกโซ่ตามแต่กรณีของก็าซบนพื้นผิวดาวเคราะห์นั้น

ตำแหน่งอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ ทำให้หนาวเย็น ทั้งหมด 4 ดวง ที่จัดอยู่ใน
ประเภทนี้ คือ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวเนปจูน และ ดาวยูเรนัส โดย ถือว่าเป็น
ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer planets)
 
 
ดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะ มีเป็นจำนวนนับล้านวัตถุ
 
 
Asteroids and Comets
กลุ่มดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง


กลุ่มวัตถุขนาดเล็กมีมากมายนับไม่ถ้วน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

Asteroids ดาวเคราะห์น้อย

ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดเล็ก โคจรรอบดวงอาทิตย์ เหมือนเช่น ดาวเคราะห์ต่างๆ
เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า (ใหญ่ที่สุด ประมาณ 1,000 กม.) ตำแน่งที่พบมากบริเวณ
Asteroid belt (ระหว่างวงโคจรดาวอังคารกับดาวพฤหัส)

ดาวเคราะห์น้อย เหล่านี้ ไม่ไส้แกนเช่นดาวเคราะห์ เนื่องจากเป็นวัตถุที่แตกแยก
ออกมาจากการชนปะทะกันของดาวเคราะห์ ดังนั้นจึงโคจรไปตามแรงดึงดูดของ
ดวงอาทิตย์ และแรงหนุนส่งจากดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวพฤหัส เป็นต้น
เป็นการโคจรที่ไร้เสถียรภาพ อาจเกิดชนปะทะกันตลอดเวลา

Comets ดาวหาง

วัตถุขนาดเล็กโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวหาง มีองค์ประกอบหลักเป็นก้อนน้ำแข็ง
ปนกับก้อนหิน (ส่วนประกอบที่เป็นน้ำแข็งคือ แอมโมเนียและก๊าซมีเท็น) โดยแบ่ง เป็น 2 กลุ่ม ตามแหล่งกำเนิด
 
 
Oort cloud บริเวณขอบสุริยะ เชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของดาวหาง
 
 
Kuiper belt
อยู่บริเวณแนววงโคจร ดาวเนปจูน แล้วโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์

Oort cloud
อยู่บริเวณ ขอบสุริยะ ซึ่งไกลมากแล้วโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ด้วยระยะทางไกล
ทำให้ดาวหางโคจร มาบรรจบแต่ละรอบใช้เวลานับสิบปีถึงนับร้อยปี

Exception to the Rules ข้อยกเว้น

กรณีมีข้อแตกต่างออกไปเช่น ดาวศุกร์มีลักษณะหมุนรอบตัวเองแบบกลับหลัง
(Backward) ดาวยูเรนัส หมุนรอบตัวเองมีแกนเป็นแนวนอน ดาวอังคาร ดาวศุกร์
ไม่มีดวงจันทร์ เหล่านี้เป็นข้อยกเว้นของหลักเกณฑ์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017