ระบบสุริยะ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                               Latest update : May 10, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
   Asteroid
 
 
  ดาวเคราะห์น้อย

มนุษย์ได้สำรวจพบดาวเคราะห์น้อย ตั้งแต่ 200 ปี มาแล้ว ปัจจุบันมีข้อมูลอยู่
มากกว่า 150,000 ดวง หากสังเกตดาวเคราะห์น้อยจากโลกด้วยตาเปล่า หรือ
กล้องทางดาราศาสตร์ทั่วไป ไม่สามารถเห็นได้ทั้งๆมีอยู่มากมาย

เพราะเนื่องจากขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ กล้องทางดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ หรือ กล้องดาราศาสตร์แบบคลื่นวิทยุ ถ่ายภาพจะชัดเจนได้ เพียงระยะสั้นๆจากการ
เคลื่อนตัวผ่านดวงดาว ทำให้สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้แต่ไม่ใช่เรื่อง
ง่ายที่จะวิเคราะห์ให้ชัดเจน

ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบจาก หินและโลหะโดยโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ ชุมนุมกัน
จำนวนมากระหว่างวงโคจรของ ดาวอังคาร และ ดาวพฤหัส เรียกว่า Main Belt
หรือThe Asteroid Belt

ส่วนที่โคจรใกล้โลกของเรา และมีความเป็นไปได้ ที่อาจจะชนปะทะโลกเรียกว่า
Near- Earth Asteroid  และกลุ่มดาวเคราะห์น้อย ที่อยู่บริเวณด้านหน้าและด้าน
หลังแนววงโคจรดาวพฤหัส เรียก Trojan Asteroids
 
  บริเวณจุดสีขาว ด้านในเป็น กลุ่มดาวเคราะห์น้อย Main Belt Asteroids
กลุ่มจุดสีขาวในวงด้านนอก กลุ่มดาวเคราะห์น้อย Trojan Asteroids
 
  ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่จะไม่กลมเหมือนโลก การหมุนรอบตัวเอง
จึงมีทิศทางอิสระ ขึ้นอยู่กับแรงดึงดูดจากดาวเคราะห์อื่นๆและลมสุริยะ
 
  ดาวเคราะห์น้อย ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่เกิน 1,000 กม. ดาวเคราะห์น้อย Ceres มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่สำรวจพบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 993 กม.ส่วนขนาด
200 กม.พบว่าจำนวนมากกว่า 1,000 ดวง และขนาดไม่เกิน 1 กม.พบว่ามี มากกว่า 1,000,000 ดวง

ต้นกำเนิดดาวเคราะห์น้อย อาจเกิดมาจาก Nuclei ของ ดาวหาง ที่หมดสภาพแล้ว
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ก่อตัวขึ้นจาก Planetesimals คือ ก่อตัวโดยการเกาะพอก
เศษซากของ ดาวเคราะห์ ด้วยผลกระทบจากแรงดึงดูด เข้าหากันของดาวพฤหัส
 
  ดาวเคราะห์น้อย ที่เกิดจากการเกาะพอกจะไม่เสถียร
 
  การทราบถึงโครงสร้างภายใน ทำให้มีโอกาส นำยานสำรวจลงจอดในอนาคต
 
  ปัจจุบันสามารถตรวจสอบองค์ประกอบภายในของ ดาวเคราะห์น้อย ด้วยวิธีการ
Radioactive decay แสดงข้อแตกต่างภายในแกนของชั้นต่างๆทางเคมี ทำให้ทราบ
ถึงต้นกำเนิดที่แท้จริง ของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นได้ ดังนี้

C-Type ส่วนประกอบหลักคือ Carbonaceous (คาร์บอนที่เจือจาง)
มีสเปคตรัมแสงสีแดงเข้มแต่อัตราค่ารับแสง-สะท้อนแสงต่ำ (ต่ำกว่า 0.5)
เห็นเป็นสีน้ำตาล ดำคล้ำ เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ในแถบ Main Belt

S-Type ส่วนประกอบหลักคือ Siliceous (ซิลิกาที่เจือจาง) หรือหินที่แข็ง
เปรียบเทียบแล้วคล้ายอุกกาบาต ที่มีลักษณะเป็นโลหะผสม (Metal-bearing)
อัตราค่า รับแสง-สะท้อนแสงอยู่ระหว่าง 0.15-0.25 พบบริเวณขอบระบบสุริยะชั้นใน

M-Type ส่วนประกอบหลักคือ Metallic (ก้อนโลหะเล็กๆ) โลหะหนาแน่นในแกน
ขนาดใหญ่ หากเกิดการชนปะทะจะรุนแรง อัตราค่ารับแสง-สะท้อนแสงคล้ายกับ
อุกกาบาต(Meteorite) ที่มีลักษณะเป็นเหล็กนิกเกิล (Nickel-iron)

E-Type ส่วนประกอบหลัก คือ Enstatite (ผลึกเหมือนแก้วสีเหลืองอ่อนขุ่นๆจาก
แมกนีเซียม ซิลิคอน) อัตราค่ารับแสง-สะท้อนแสง 0.04 ขึ้นไป
 
  ดาวเคราะห์น้อย Itokawa ขนาด 600 เมตร สำรวจพบเมื่อ 12 กันยายน 2005
ถ่ายภาพจากระยะ 4 กม.โดยยานสำรวจ Hayabusa ของญี่ปุ่น
 
   บริเวณวงกลมเล็กสีแดงคือเป้าหมาย จุดลงจอดสำรวจในอนาคต ปัญหาใหญ่ที่ ต้องถกเถียงกัน
   คือสภาพอากาศ พื้นผิวที่เห็นเป็นหิน หรือเศษหิน เพราะจะมีผลเรื่องความปลอดภัย
   และสิ่งที่เราทราบ ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กจะมีแรงโน้มถ่วงเพียง 0.001% เมื่อเทียบกับโลก
 
  การหมุนรอบตัวเองดาวเคราะห์น้อย ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 10 ชั่วโมงถึงประมาณ
1 สัปดาห์ เหตุที่ดาวเคราะห์น้อย มีข้อแตกต่างกันเรื่องเวลานั้น ด้วยลักษณะของ
ปริมาณความหนาแน่น ซึ่งเป็นน้ำหนักของมวลสสาร เป็นองค์ประกอบทำให้หมุน
ช้าหรือเร็วได้

ถ้าดาวเคราะห์น้อยนั้น มีหินเกาะกันเป็นก้อน แบบหนาแน่นดั่งเสาหินจะหมุนเร็วมาก
หากดาวเคราะห์น้อยนั้นมีลักษณะพื้นผิวเป็นเศษหิน ก็จะหมุนช้าและอ่อนแอมาก
 
  โครงการสำรวจวัตถุใกล้โลก ของ NASA เริ่มเมื่อ ค.ศ.2001
 
  ถ้าเราออกเดินสำรวจบนดาวเคราะห์น้อย จะพบลักษณะภูมิศาสตร์ บริเวณที่โล่งยาว
บรรยากาศบนดาวเคราะห์น้อย บางเบามีแรงดึงดูดน้อยกว่าโลก ตัวเราจะไร้น้ำหนัก
พื้นผิวจะเหมือนเรายืนอยู่ บนกองขยะเศษอิฐเศษปูนที่แตกเป็นชิ้นเล็กๆ เหยียบลง
ไปเหมือนบริเวณที่มีฝุ่นแป้ง อากาศหนาวเย็นมากขณะที่โคจรห่างจาก ดวงอาทิตย์
ก็จะมืดสนิทในด้านตรงข้าม บางดวงอาจพบแหล่งน้ำได้เพียงเล็กน้อย

การสำรวจดาวเคราะห์น้อย เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ ในความสำคัญโดยเฉพาะ
บางดวงที่มีวงโคจร เข้าใกล้โลก อาจเป็นอัตรายต่อโลกได้ ต้้องมีการเฝ้าระวัง
วงโคจรที่อาจจะผันแปร จากแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ ในระบบสุริยะด้วยกัน
 
  ยานสำรวจวัตถุใกล้โลก Near Earth Asteroid Rendezvous (NEAR)
 
  ดาวเคราะห์น้อย 253 Mathilde บนพื้นผิวเป็นหินแข็ง มีร่องรอยถูกชนปะทะอย่างหนักในอดีต
 
  ดาวเคราะห์น้อย Gaspra บนพื้นเป็นหินแข็ง ผสมกับ Metallic minerals (แร่โลหะ)
หมุนรอบตัว 1 รอบ ใช้เวลา 7 ชั่วโมง สำรวจโดย Galileo spacecraft
 
  ดาวเคราะห์บางส่วน ที่โคจรอยู่บริเวณ The Asteroid Belt ระหว่างดาวพฤหัสและดาวอังคาร
 
 

 

   
 
หมวดระบบสุริยะ

1.หลักเกณฑ์การ
กำหนดวัตถุใน
ระบบสุริยะ


2.เรื่องราวของ
ระบบสุริยะ


3.ดวงอาทิตย์

4.ดาวพุธ

5.ดาวศุกร์

6.ดาวอังคาร

7.ดาวพฤหัส

8.ดาวเสาร์

9.ดาวยูเรนัส

10.ดาวเนปจูน

11.วัตถุขนาดเล็กของ
ระบบสุริยะ


12.ดาวหาง

13.ดาวเคราะห์น้อย

14.อุกกาบาต

15.ดาวตก

16.ลูกไฟ

17.ฝนดาวตก

18.พิภพน้ำแข็ง

19.นิทรรศการภาพ
ระบบสุริยะ
Height Resolution
free Download


20.Gooqle Gadgets
for Astronomy

21.Sunflower
Camp -1


22.Sunflower
Camp -2
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017