Mercury : ดาวพุธ
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Jun 19, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ่
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
   Mercury : ดาวพุธ
 
ภาพรวม เรื่องดาวพุธ
 
 
เวลา 1 วันเท่ากับ 2 เดือน แต่ 3 เดือนเท่ากับ 1 ปี

การสำรวจดาวพุธ ในครั้งนี้ใช้เวลาสัก 1 วันพอหรือไม่ ต้องตอบว่าเกินพอ เพราะ
ดาวพุธมีเวลา 1 วัน เท่ากับโลก 58.6 วัน ตั้งเกือบ 2 เดือนเลยที่เดียว ถ้าคิดอยู่บน
ดาวพุธสัก 1 ปี ใช้เวลา 87.9 วัน เพียงเกือบ 3 เดือนเท่านั้น

ดาวพุธหมุนรอบตัวเองช้ามาก ทำให้แต่ละวันมีเวลายาวกว่าโลก เนื่องจากขนาด
เล็กกว่าดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะ จึงมีแหล่งพลังน้อยกว่าและได้หมดลงเรื่อยๆ

แต่ในทางกลับกัน ดาวพุธหมุนรอบดวงอาทิตย์เร็วมากกว่าโลก เพราะอยู่ใกล้ดวง
อาทิตย์ จึงได้รับแรงดึงดูดจาก ดวงอาทิตย์ ทำให้ดาวพุธ มีเวลา 1 ปีสั้นกว่าโลก
 
 
ระบบของดาวพุธปัจจุบัน พลังงานเริ่มเสื่อมถอยลงตามลำดับ
 
 
แสดงวงโคจรตำแหน่งดาวพุธ ผ่านดวงอาทิตย์ (ดังภาพถ่ายด้านล่าง)
 
 
ดาวพุธ (จุดดำ) โคจรผ่านดวงอาทิตย์ เปรียบเทียบกับขนาดโลก
 
 
บรรยากาศยามเช้าบนดาวพุธ
 
  กลางวันร้อนสุดขั้ว กลางคืนหนาวเย็นเยือก

ถ้าตอนนี้เรากำลังยืน บนพื้นผิวดาวพุธ หันมองไปรอบๆ ทุกอย่างเงียบสงบมาก
ด้วยสภาพบรรยากาศ เบาบางน้อยนิดเหมือนไม่มี แท้จริงนั้นมี ฮีเลียม โซเดียม
ออกซิเจน อยู่บ้างซึ่งหลงเหลือจากการระเบิดของ ภูเขาไฟ ในอดีต

ปัจจุบันภูเขาไฟ บนดาวพุธ หยุดการระเบิดมานับพันล้านปี จึงไม่มีชั้นบรรยากาศ
เพียงพอ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ไม่มีลมพัด ไม่มีฝน ไม่มีเมฆหมอก ทำให้แสงสี
กระเจิง จึงเห็นดาวพุธจากโลกได้ชัด ในเวลาเย็นหรือเช้า ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นหรือ
ลับขอบฟ้า ที่ฟ้ายังไม่มืดมากนัก

ตกกลางคืนสภาพอากาศ บนดาวพุธในบริเวณด้านมืด และมีจังหวะโคจรห่างจาก
ดวงอาทิตย์ บริเวณนั้น มีอุณหภูมิเย็นลงถึง -175 องศา C เท่ากับ ฤดูหนาวของ
ขั้วโลกเหนือ แต่กลางวันเหมือนยืนอยู่ในเตาอบพิซซ่า จากความร้อนสูงสัมผัสได้
425 องศา C อย่างไรก็ตาม ปริมาณอากาศไม่เพียงพอ สำหรับเพื่อการดำรงชีพ
ของมนุษย์
 
 
สภาพภูมิประเทศ ดาวพุธ มีหน้าผาทอดเป็นแนวยาว
 
 
เริ่มสำรวจดาวพุธ เมื่อ ค.ศ.1970 โดยยานสำรวจ Mariner 10
 
 
มีภูเขา หน้าผา เช่นเดียวกับโลก

ท่ามกลางร่องรอยหลุม อุกกาบาต โบราณบนดาวพุธเป็นจำนวนมาก ผิวมีลักษณะ
เป็นหินแข็งเหมือนโลกมองไปรอบๆตัว ภูเขาไฟสงบนิ่งมองเห็นสลับกับหน้าผาสูง
ชันถึง 3 กม.ทอดตัวเป็นแนวยาวนับร้อยกิโลเมตร สังเุกตว่าแนวหน้าผาบนดาวพุธ
ยาวมากและดูเหมือนผ้าที่ยับยู่ยี่ เป็นลอนๆ

ปัจจัยสำคัญทำให้เกิดขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนแปลง พลังงานความดันใต้เปลือกแข็ง
ส่วนที่เป็นลักษณะลอนๆ ดังกล่าวนั้น อยู่ในตำแหน่งที่มีการหดตัว
 
 
บรรยากาศยามบ่ายบนดาวพุธ
 
 
สภาพพื้นผิว เป็นหิน Basaltic เกิดจากภูเขาไฟ และมีผิวเป็นดิน
 
 
พบรอยแยกของพื้นผิว บนดาวพุธยาวนับพันกิโลเมตร
 
 
ด่านหน้ารับผงฝุ่นจากพายุสุริยะ

กลุ่มก๊าซบนพื้นผิวดาวพุธ เรียกว่า Surface ejection เกิดจากกลุ่มผงฝุ่นสะเก็ดดาว
ขนาดจิ๋ว (Micro-meteorites) หรือ อนุภาพขนาดเล็กของ พายุสุริยะ (Solar wind particles) เป็นอะตอมโมเลกุลของโปรตรอน ล่องลอยตกอยู่กระจัดกระจายทั่วไป
ทับถมบนพื้นหนามากขึ้นตลอดเวลา แต่มีจำนวนน้อยที่จะสามารถพัดปลิวออกสู่
ชั้นบรรยากาศได้ เพราะบนดาวพุธปราศจากลมพายุนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ดาวพุธเต็มไปด้วยมรสุม สะเก็ดดาวตก เป็นจำนวนมากและหนาแน่น
ขณะที่ถูกชนปะทะ หากยืนอยู่ท่ามกลางสิ่งนี้ ต้องได้รับอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
 
บรรยากาศกลางคืนมีความหนาวเย็นมาก อุณหภูมิ -175 องศา C
 
 
ร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ บนดาวพุธ
 
 
เวลากลางคืนบนดาวพุธ มองเห็นกลุ่มดาวเบื้องหลังขอบฟ้า
 
 
แหล่งน้ำ บนดาวพุธมาจากไหน

โดยทั่วไปแล้วไม่พบน้ำและน้ำแข็งบนดาวพุธ ทั้งนี้เพราะขาดความกดดันของชั้น
บรรยากาศจึงไม่สามารถเกิดก่อตัวของเหลวได้ และด้วยความร้อนจัดบนดาวพุธ
เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

เมื่อเร็วๆนี้ มีการสำรวจพบแหล่งน้ำแข็งขนาดเล็ก ในหลุมอุกกาบาตบริเวณใกล้
ขั้วทั้งสองด้านบนดาวพุธ เราไม่ประหลาดใจเลย เพราะเกิดจากดาวหาง ที่เต็มไป
ด้วยน้ำแข็งพุ่งชน ทำให้มีน้ำแข็งบางส่วน กระเด็นตกสู่หลุมอุกกาบาตเก่า โดยยัง
คงอยู่เป็นลักษณะน้ำแข็งได้ เนื่องจากแนวพื้นที่ขั้วเหนือและขั้วใต้ดาวพุธดังกล่าว
อยู่ในเงามืด ไม่ถูกความร้อนจากดาวอาทิตย์แผดเผาไปอย่างรวดเร็วนัก

อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำแข็งบนดาวพุธ ค่อนข้างน้อยเกินไปและมีไม่สม่ำเสมอ
จึงไม่สามารถเพียงพอ ต่อการพัฒนาศักยภาพสิ่งมีชีวิตจากน้ำได้
 
 
แอ่งน้ำแข็งขนาดเล็กในหลุมอุกกาบาต
 
 
มองเห็นระยะไกลเบื้องหลังดาวพุธ คือ โลกและดาวศุกร์
 
 
แผนการณ์สำรวจดาวพุธ เต็มรูปแบบ

การสำรวจดาวพุธ ต้องรอคอยการสำรวจ ด้วยเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยขึ้น เพราะการ
นำยานสำรวจลงจอดบนพื้นผิว ต้องพบกับสภาวะร้อนจัดและเย็นจัดเป็นปัญหาใหญ่
เพื่อป้องกันความเสียหายจากสภาพความร้อนสูง เครื่องมือของยานสำรวจถูกสร้าง
อยู่ในห้องป้องกันความร้อนสูงรุนแรง จากรังสีของดวงอาทิตย์

ปัจจุบันมียานสำรวจโคจรสำรวจศึกษาดาวพุธ อยู่อย่างใกล้ชิด ความก้าวหน้าใหม่ ยานสำรวจ Messenger เดินทางไป เมื่อ ค.ศ. 2004 เพื่อการสำรวจระยะยาวจนถึง
ค.ศ.2011 เป้าหมายโคจรตรวจสอบ สภาพความร้อนดวงอาทิตย์ ที่มีถึง 11 เท่า
หรือระดับ 450 องศา C เมื่อเทียบกับโลก

ภาระกิจหลังของ ยานสำรวจ Messenger จะจัดทำแผนที่บนดาวพุธให้สมบูรณ์
ทั้งหมด ศึกษาด้านธรณีวิทยา ตรวจสอบชั้นบรรยากาศสนามแม่เหล็ก และสนาม
แม่เหล็กซึ่งมี ระบบสันดาปภายในคล้ายโลก
 
 
ยานสำรวจ Messenger ออกเดินทางไปแล้วเมื่อ ค.ศ.2004
 
 
ภาพถ่ายโดยยาน Mariner 10 ปี 1974 เพื่อสำรวจพื้นผิวดาวพุธ
* K – สีเหลืองสด ปากปล่องภูเขาไฟ แสดงลักษณะวัตถุดิบบริสุทธิ์
* D – สีน้ำเงินเข้ม แหล่งแร่ไททาเนียม
* B - สีแดง แสดงแหล่งวัตถุ สมัยแรกเริ่มการกำเนิด
* F - แสดงแนว ลำธารของลาวา
 
 
เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการคำตอบ จากดาวพุธ

ดาวพุธ จัดว่าเป็นดาวเคราะห์ลักษณะมีขนาดเล็ก ด้วยสภาพบรรยากาศแห้งแล้ง
สุดขั้ว พื้นผิวเก่าแก่ มีผลกระทบจากอุณหภูมิผันแปรเป็นวงกว้าง ภายในโครงสร้าง
มีสนามแม่เหล็กคล้ายโลก สันดาปอยู่ภายใน (Global internal magnetic field)
ซึ่ง ดาวอังคาร และ ดาวศุกร์ไม่มี

เพราะฉะนั้นดาวพุธ คงเป็นดาวเคราะห์ตัวอย่างน่าศึกษาในประเด็น เรื่องความร้อน
เรื่องสนามแม่เหล็ก บรรยากาศของสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ใกล้โลกอันเป็น
ผลกระทบจากดวงอาทิตย์ ด้วยสภาพที่หมดพลังงานจากแกนใน

การสำรวจศึกษาว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับดาวพุธจะเป็น แนวทางแก้ปัญหาอนาคต
ของโลก และความเข้าใจในระบบต่างๆ ของดาวเคราะห์อื่นๆ ในจักรวาลโดยมีการ
ร่วมมือการสำรวจ จากสถาบันและองค์กรหลายประเทศ
 
 
โครงการ MPO หรือ Mercury Planetary Orbiter
 
 
โครงการ MMO หรือ Mercury Magnetospheric Orbiter
 
 
ข้อมูลจากโครงการ JAXA/BepiColombo
 
 
โครงการสำรวจของสถาบันต่างๆ

MPO หรือ Mercury Planetary Orbiter
สำรวจสภาพพื้นผิวดาวพุธ โดยเป็นโครงการของ The European Space Agency


MMO หรือ Mercury Magnetospheric Orbiter
สำรวจด้านสนามแม่เหล็กดาวพุธ ที่มีเหมือนกับโลก ส่วนดาวศุกร์และดาวอังคาร
ไม่มีทั้งนี้เพื่อเป็นการศึกษา ให้เข้าใจถึงแหล่งพลังงานของดาวเคราะห์ โดยเป็น
โครงการของ JAXA/ISAS ประเทศญี่ปุ่น

JAXA/BepiColomboProject
พบว่าด้านที่ดาวพุธ รับรังสีความร้อน จากดวงอาทิตย์โดยตรง มากถึง 11 เท่าเมื่อ
เทียบกับโลก และวัดอุณหภูมิได้ 360 องศา C ส่วนด้านหลังทีีไม่ถูกแสงอาทิตย์
วัดอุณหภูมิได้ 140 องศา C และยังตรวจพบบริเวณชั้นบรรยากาศ สนามแม่เหล็ก
มีแนว Bow shock เช่นเดียวกับโลก
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017