Meteor : สะเก็ดดาวตก
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                  Latest update : Dec 1, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
   Meteor : สะเก็ดดาวตก
 
 
เป็นเรื่องที่มนุษย์คุ้นเคยเพราะดาวตก เกิดขึ้นทั่วไปมากตลอดเวลาตลอดทั้งปี
ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนกลางวันเราจะมองไม่เห็น หากเราทดลองนั่งมองไป
ยังท้องฟ้า เวลากลางคืนภายใน 2-3 ชั่วโมง อาจเห็นแสงวาบเล็กๆ พุ่งลงมาจาก
ท้องฟ้า เมื่อใกล้ถึงพื้นแล้วแสงหายไป นั่นคือปรากฏการณ์ ของดาวตก บางครั้ง
เรียกว่า Shooting star หรือ Falling star ภาษาพื้นบ้าน เรียกว่า ผีพุ่งใต้

องค์ประกอบดาวตก เกิดจากเศษซากเล็กๆ ของอนุภาคก้อนฝุ่นหมอก (Grains
of dust) ในระบบสุริยะ มีหลงเหลือมากมาย รวมตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ (เหมือน
ก้อนกรวด) แล้วพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก
 
 
ดาวตก ตกสู่โลกตลอดเวลาทุกสถานที่ ทั้งกลางวันและกลางคืน
วันละมากกว่า 100 ล้านชิ้น หรือปีละประมาณ 16,000 ตัน
 
 
ภาพขยายจุลอุกกาบาต ที่มีขนาดเล็กมาก เป็นเม็ดฝุ่นอวกาศ เมื่อได้รวมตัวกันเป็นจำนวนมาก
สามารถทำให้ปรากฎการณ์ ดาวตกได้ หากมีจำนวนน้อยก็จะไม่สามารถเกิดดาวตกได้
 
 
หรือเกิดจาก Meteoroid (อุกกาบาตขนาดเล็ก ประเภทจุลอุกกาบาต) เสียดสีเผา
ไหม้กัน จากการชนกันเองในชั้นบรรยากาศของโลก โดยเป็นการชนปะทะระหว่าง
อะตอมและโมเลกุลในปริมาณ มากของจุลอุกกาบาต

สาเหตุการชนปะทะของอะตอม เกิดการกระตุ้น ของแม่เหล็กไฟฟ้า (Excitation)
ทำให้ละอองของอีเล็คตรอน แตกกระจายออก จึงเกิดความร้อนเห็นเป็นแสงสว่าง
โชติช่วงพรึบแล้วระเหิดหายไป
 
 
ไอออนของอีเล็คตรอน มีทางยาวเป็นหางประมาณ 20-30 กม.
 
 
การดูดาวตก ไม่จำเป็นต้องใช้กล้องทางดาราศาสตร์ เพราะจะไม่สามารถติดตาม
แนวทิศทางการตกได้ทัน สามารถเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจนดีในเวลากลางคืน
 
 
หากสังเกต ดาวตก มักเห็นหางเป็นทางยาวอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้แสงสว่างหมดลง
แต่ยังมีไอออนและอีเล็คตรอน วิ่งอยู่พุ่งพล่านขนาดกว้างหลายเมตรและยาว 20-
30 กม. นักดาราศาสตร์สามารถใช้สัญญาณวิทยุตรวจจับ การสะท้อนของคลื่น
เพื่อทราบความถี่ได้ เป็นวิธีการเดียวกันที่ใช้สำรวจค้นหา ดาวตกเวลากลางวัน

ส่วนใหญ่ปรากฏการณ์ดาวตก เกิดในระดับความสูง 80-110 กม. ถ้าสภาพอากาศ
มีความหนาแน่นเพียงพอ ยิ่งทำให้เกิดความโชติช่วงมากขึ้น อัตราความเร็ว ระหว่าง 11-72 กม./ วินาที บางกรณีที่ช้าลงเพราะ กระทบกระแทกกันเองขณะตกสู่ผิวโลก
 
 
จะเห็นดาวตกทั้งในเมืองและนอกเมือง เป็นประจำทุกคืน
 
 
การเห็นดาวตกได้ ในเวลากลางคืน ดาวตก ต้องมีค่าความสว่าง +2 Magnitude (หน่วยวัดระดับความสว่างของวัตถุบนท้องฟ้า) และ มีขนาดประมาณ 8 มม.โดยมี
มีน้ำหนักประมาณ 0.1 กรัม แต่ละวันมีดาวตก ที่มีค่าความสว่าง + 5 Magnitude
ตกสู่โลกประมาณ 100 ล้านชิ้น ทุกสถานที่ตลอดเวลา ปีละประมาณ 16,000 ตัน
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017