| |
 |
| ภาพถ่ายแบบ Spectral filters เพื่อการวิเคราะห์ องค์ประกอบพื้นผิว ดวงจันทร์ Mimas |
| |
 |
| ดวงจันทร์ Mimas มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มดวงจันทร์ขนาดกลางของดาวเสาร์ ด้านหลังคือวงเแหวน |
| |
 |
| กลางหลุม Herschel พบเทือกเขาสูง กว่า 8,000 เมตร |
| |
 |
แนวคิดสภาพบนดวงจันทร์ Mimas เมื่อ ค.ศ. 1944 ลงในนิตยสาร LIFE magazine
โดย Chesley Bonestell เป็นนักดาราศาสตร์ ศิลปินเขียนภาพ นักเขียนบทความ
และวิศวกร ได้เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 1986 อายุ 98 ปี |
| |
 |
| เปรียบภาพเขียนปัจจุบัน จากข้อมูลการสำรวจจริง |
| |
| |
ดวงจันทร์ Enceladus
เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 512 ก.ม.
มีขนาดใกล้เคียงกับ ดวงจันทร์ Mimas
พื้นผิวดูใสและราบเรียบกว่า พบร่องรอยหลุมจากการปะทะของอุกกาบาตน้อย
มีขนาดไม่เกิน 35 กม. ทำให้สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ได้เต็มที่
แต่ก็มีความหนาวเย็นจัดระดับอุณหภูมิ -200 องศา C ล่าสุดเราตรวจ
พบว่าฝุ่นอวกาศ (Cosmic dust) ในอนุภาพของน้ำแข็ง
บนดวงจันทร์ Enceladus จำนวนมาก เชื่อว่าน่าจะมาจากบริเวณวงแหวน E ring
ซึ่งอยู่ใกล้กัน และพบว่าบริเวณขั้วใต้ตำแหน่งที่มีสีเหลือง คือน้ำ |
|
| |
 |
| เห็นได้ชัดว่า พื้นผิวดวงจันทร์ Enceladus ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง |
| |
 |
| บนพื้นผิว เต็มไปด้วยเกร็ดน้ำแข็งผสมกับฝุ่นอวกาศ |
| |
 |
| ภูเขาพ่นน้ำแข็ง บนดวงจันทร์ Enceladus เกิดได้อย่างไร ? |
|
| |
 |
ของเหลวที่พุ่งออกมา คือ เกร็ดน้ำแข็ง สาเหตุเพราะดวงจันทร์ Enceladus มีแรงดึงดูดน้อย
จึงทำให้พลังงานภายในสะสมเร่งปฏิกิริยาผลักดันออกมา เมื่อโมเลกุลของน้ำ
ได้รับแสงแดดเปลี่ยนองค์ประกอบ เป็นอะตอมไฮโดรเจน และออกซิเจน |
| |
 |
ถ้าเรานอนเวลากลางคืน บนดวงจันทร์ Enceladus จะยาวนานมาก
ช่วงเวลาที่เงาดาวเสาร์บดบัง เหมือนกับกลางคืนบนโลก ปรียบเทียบ เท่ากับโลก 36 ชั่วโมง |
| |
 |