Saturn : ดาวเสาร์ [หน้า 3/3]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                  Latest update : Dec 1, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
   Saturn : ดาวเสาร์ [หน้า 3/3]
 
 
ดวงจันทร์ Tethys

มีพื้นผิวเป็นน้ำแข็ง อุณหภูมิ -187 องศา C มีร่องรอยบุบสลาย ค่อนข้างน้อยมาก
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,072 ก.ม. ผิวส่วนใหญ่ เกิดจากรอยแตกที่ขยายตัวของ
ของน้ำแข็งพบร่องน้ำ 3-4 แห่ง ยาวที่สุด 65 กม. นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในอดีต
ดวงจันทร์ Tethys มีอากาศ และการหมุนเวียนไหลของของเหลว
 
 
ภาพขวาพื้นผิวดวงจันทร์ Tethys ถ่ายระยะห่าง 19,000 กม. เมื่อ ค.ศ. 2005
ขนาดในภาพกว้าง 213 เมตร
 
 
บนดวงจันทร์ Tethys มีแหล่งน้ำ นั่นหมายความว่าต้องมีออกซิเจน
 
 
ดวงจันทร์ Tethys เทียบกับขนาดวงแหวน
 
 
ถัดไปจะนำสู่การสำรวจ ดวงจันทร์ขนาดกลางของดาวเสาร์ อีก 3 ดวงคือ
ดวงจันทร์ Dione ดวงจันทร์ Rhea และดวงจันทร์ Iapetus

ดวงจันทร์ Dione

มีขนาดผ่าศูนย์กลาง 1,126 กม.องค์ประกอบแกนด้านใน เป็นหินน้ำแข็งปกคลุม
น้อยกว่า ดวงจันทร์ Tethys และดวงจันทร์ Rhea ร่องรอยการชนปะทะมีความ
รุนแรงอยู่บ้าง

จุดใหญ่ที่สุดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 ก.ม.แต่ลักษณะภูมิประเทศดูไม่บอบช้ำ
มากเกินไป พื้นผิวดูใสสะอาด รูปแบบการโคจรแบบ Tidally locked (การโคจรหัน
ด้านเดียวสู่ด้านหน้าเสมอ) รอบดาวเสาร์
 
 
ดวงจันทร์ Dione แกนด้านในเป็นหิน มีน้ำแข็งปกคลุมน้อย
 
 
ดวงจันทร์ Dione โคจรแบบ Tidally locked เหมือนดวงจันทร์ Iapetus
 
 
ลักษณะพื้นผิวมีแนวไหลของ ของเหลว บนดวงจันทร์ Dione
 
 
ภาพถ่ายพื้นผิวดวงจันทร์ Dione จากยานสำรวจ เห็นรอยการชนปะทะของอุกกาบาต
 
 
ดวงจันทน์ Rhea

เป็นดวงจันทร์ที่ไม่มีอากาศ แกนด้านในเป็นหิน มีส่วนที่เป็นน้ำแข็งปกคลุมพื้นผิว
เหมือนดวงจันทร์ Dione อุณหภูมิเย็นจัด -200 ถึง -220 องศา C ในด้านเงามืด ส่วนด้านที่รับแสงอาทิตย์อุณหภูมิ -174 องศา C

ส่วนที่แตกต่างงกันคือ ลักษณะภูมิประเทศ มีลักษณะทางธรณีวิทยา 2 แบบเพราะ
ถูกชนปะทะ จากอุกกาบาตจำนวนมากน้อยต่างกัน

ส่วนแรกจะพบร่องรอย มีขนาดหลุมใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 40 ก.ม.ส่วนที่
สองบริเวณแนวต่ำจากขั้วเหนือ และแถบเส้นศูนย์สูตรพบ ร่องรอยหลุมขนาดใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 40 ก.ม
 
 
ซ้ายภาพถ่ายแบบธรรมชาติ ขวาถ่ายแบบ Spectral filters เพื่อการวิเคราะห์องค์ประกอบ
พื้นผิวทราบว่า เป็นน้ำแข็ง แต่รอยแนวเส้นที่สว่างกว่าพาดไปมานั้น เกิดจากอะไร ? เป็นขนาดที่แตกต่างของขนาดก้อนน้ำแข็งหรือไม่ ในวันนี้ยังไม่คำตอบ
 
 
ดวงจันทร์ Enceladus ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 505 กม.
โคจรอยู่ด้านหน้่า ของ ดวงจันทร์ Rhea ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,528 กม
เส้นบางด้านบนคือ วงแหวนของดาวเสาร์
 
 
ดวงจันทน์ Rhea มีพื้นผิวทางธรณีวิทยา 2 แบบสังเกตพื้นผิวมีรอยชนปะทะจากอุกกาบาตต่างกัน
 
 
ด้านที่รับแสงจากดวงอาทิตย์ ของดวงจันทร์ Rhea
 
 
ดวงจันทร์ Iapetus

เปรียบเสมือนดวงจันทร์ 2 หน้า เพราะครึ่งหนึ่งมีพื้นผิวที่ขาวเหมือนหิมะ ส่วนอีก
ครึ่งหนึ่งดำเหมือนผิวถนนลาดยางมะต่อย มี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,436 ก.ม.

การโคจรของดวงจันทร์ Iapetus จะหันด้านมืดโคจรเป็นด้านนำหน้าเสมอ (Tidally
locked) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลักษณะดังกล่าวเป็นวิธีการปรับสภาพวัตถุดิบซึ่ง
ปกคลุมผิวให้สามารถรับแสง ได้มากกว่าด้านหลัง 10 เท่า

ข้อมูลการสำรวจ เมื่อปี 1981 พบผิวเป็นน้ำแข็ง มีร่องรอยชนปะทะจากอุกกาบาต
อย่างรุนแรงมาก โดยปัจจุบันหลายประเด็น ถือว่าเป็นดวงจันทร์ลึกลับและแปลก
 
 
ดวงจันทร์ Iapetus เรียกกันว่า ดวงจันทร์ 2 หน้า
 
 
ลักษณะการโคจรแบบ Tidally locked เหมือน ดวงจันทร์ Dione
แต่ดวงจันทร์ Iapetus จะหันด้านมืด เป็นด้านนำหน้าเสมอ
 
 
พื้นผิวด้านที่เป็นผิวขาว ของดวงจันทร์ Iapetus เหมือนหิมะ
 
 
ด้านพื้นผิวที่มืด ของดวงจันทร์ Iapetus เหมือนยางมะต่อย
 
 
ดาวเสาร์นั้น มีดวงจันทร์ จำนวนมากถึง 57 ดวง และอาจมีกันสำรวจพบอีกได้ใน
อนาคตด้วยเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยขึ้นตามลำดับ

การสำรวจถัดต่อจากนี้เป็นดวงจันทร์ขนาดเล็ก คือ ดวงจันทร์ Phoebe ดวงจันทร์
Pan และ ดวงจันทร์ Pandora โดยแต่ละดวงมีพื้นที่ขนาดเล็กกว่าในบางอำเภอ
ของประเทศไทย

ดวงจันทร์ Phoebe

มีขนาดเส้นผ่าศูนย์ 220 กม.เทียบเท่ากับขนาด 1 ใน 15 ดวงจันทร์ของโลกโดย
วงโคจรห่างจากดาวเสาร์ 13 ล้านกม. หมุนรอบตัวเอง 9 ชั่วโมงโคจรรอบดาวเสาร์
เป็นรูปไข่ 1 รอบใช้เวลา 18 เดือน

ด้วยรูปทรงที่แปลกประหลาดขรุขระ มืดทึบของพื้นผิว ประสิทธิภาพการรับแสง
สะท้อนจากดวงอาทิตย์ ของดวงจันทร์ Phoebe ได้เพียง 6%

ขณะที่ดวงจันทร์ Phoebe โคจรไปรอบๆดาวเสาร์ หากมีตำแหน่งที่ตรงกันข้ามกับ
ดวงจันทร์ดวงอื่น ก็มักจะโคจรถอยหลังเหมือนถูกล่ามโซ่ เดินหน้าต่อไปไม่ได้
เพราะว่าเป็นกับดักแรงดึงดูดจากดวงจันทร์ขนาดใหญ่

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ารูปแบบดังกล่าว หากดาวเคราะห์น้อยแถบ Kuiper Belt
นอกระบบสุริยะ มีอยู่เป็นจำนวนมากเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ : เชื่อว่าแถบ Kuiper Belt เป็นบริเวณพื้นที่แหล่งต้นกำเนิดก่อตัวของ
ระบบสุริยะวัตถุเหล่านั้นเกิดร่วมด้วยกันจากองค์ประกอบเดียวกัน (Building blocks)
 
 
ดวงจันทร์ Phoebe จะโคจรถอยหลัง เหมือนถูกล่ามโซ่
 
 
พื้นผิวระยะใกล้ ของดวงจันทร์ Phoebe
 
 
แผนที่รอยชนของอุกกาบาต บนดวงจันทร์ Phoebe
 
 
แสดงค่าความร้อน บริเวณพื้นผิว บนดวงจันทร์ Phoebe
 
 
บริเวณ Hylas บนดวงจันทร์ Phoebe
 
 
ดวงจันทร์ Pan

มีเส้นผ่าศูนย์เพียง 20 กม.ห่างจากดาวเสาร์ 133,000 กม. โดยโคจรอยู่ในช่อง Encke Gap ของวงแหวน A ring การที่อยู่ในตำแหน่งนั้น เป็นการรักษาช่องว่าง
ให้วงแหวนมีแนวเปิดเอาไว้

ดวงจันทร์ Pandora

มีความแตกต่างออกไปจากดวงจันทร์ อื่นๆ ดูคล้ายมันฝรั่งขนาด 114 X 84 X 62 กม. โดยโคจร บริเวณวงแหวน F-ring ระยะห่างจากดาวเสาร์ 680,000 กม.บนพื้น
พบรอยชนปะทะจากอุกกาบาต ขนาด 30 ก.ม.
 
 
ตำแหน่งดวงจันทร์ Pan ของดาวเสาร์
 
 
เปรียบเทียบดวงจันทร์ Pan กับวงแหวน จะเห็นว่าวงแหวนมีความบาง
 
 
ดวงจันทร์ Pandora คล้ายมันฝรั่ง
 
 
ตำแหน่งดวงจันทร์ Pandora บริเวณ F-ring
 
 
พื้นผิวบนดวงจันทร์ Pandora มีความขรุขระ
 
   
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017