|
|
| |
 |
 |
|
| |
ดาวศุกร์ หนาทึบด้วยก๊าซคาร์บอน ต้นฉบับปัญหา เรือนกระจก
มุ่งสู่ดาวศุกร์ การสำรวจสิ่งแรกที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ เราจะพบกับ ความน่ากลัว
น่าตกใจ ของความกดดันมากกว่าโลก 90 เท่าเทียบได้กับลงไปอยู่ใต้ ทะเลลึก
เกือบ 1 กม. สภาพอากาศเต็มไปด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ 96% ที่ไม่มีโมเลกุล
ของออกซิเจน เป็นลักษณะสภาวะเรือนกระจกมาอย่างยาวนาน
ดาวศุกร์ หมุนรอบตัวเองช้ามาก 1 รอบถึง 243 วัน ทำให้มีเวลากลางวันยาวนาน
เท่ากับโลก 4 เดือน และกลางคืนอีก 4 เดือน เพราะฉะนั้น 1 วันดาวศุกร์เท่ากับ
โลก 8 เดือน แต่ 1 ปี บนดาวศุกร์เท่ากับ 7 เดือนของโลก
ดาวศุกร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ให้เราได้เห็น มีอุณหภูมิเกือบ 470 องศา C
เฉลี่ยเท่ากันทั้งปี มีลมพัดบ้างเพียงเล็กน้อย ด้วยความเร็วราว 6 กม./ ชม. และ
ไม่เคยปรากฎพายุขนาดใหญ่ ไม่มีฝนตกในระดับพื้นผิว
บนดาวศุกร์ Greenhouse effect เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรามาทำความเข้าใจถึง
การเกิด ปฎิกิริยาเรือนกระจกบนโลก ก่อนว่า ทันทีที่แสงส่องสัมผัสโลก อุณหภูมิ
ความร้อนเฉลี่ย 30 องศา C (จากทั่วไป 15-45 องศา C) บริเวณมหาสมุทรร้อนขึ้น
แม้ว่าเป็นระดับที่ไม่สามารถต้มน้ำให้เดือดได้ แต่ก็ทำให้น้ำมหาสมุทรระเหยตัวได้
หากความร้อนยิ่งเพิ่มสูงมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดไอน้ำมากขึ้น ทำให้ฝนเกิดการรวม
ตัวทีมีปริมาณมาก ชั้นบรรยากาศเกิดความมั่นคงเพิ่มพูน ของไอน้ำมากขึ้นไปอีก
เพราะไอน้ำดังกล่าว คือ ก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเสริม ให้เกิดปฎิกิริยาเรือนกระจก
อันดับต่อไป หลังจากเมื่อผสมกับ คาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นบรรยากาศก็เป็น
รูปแบบที่สมบูรณ์
แต่บนดาวศุกร์ความหนาแน่น ของแสงจาก ดวงอาทิตย์ มีความร้อนเพียงพอทำให้
เกิดก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) โดยไม่จำเป็นต้องมีมหาสมุทรได้เช่นกัน
เพราะดาวศุกร์ มีระยะทางใกล้กับดวงอาทิตย์มากกว่าโลก 30 % จึงเกิดปฎิกิริยา
เรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง
จากโลกมองเห็นดาวศุกร์ชัดเจน ในช่วงเวลารุ่งเช้า และพลบค่ำก่อนดวงอาทิตย์
ขอบฟ้าทั้งที่ท้องฟ้าไม่มืดมาก เพราะแสงสะท้อนบนดาวศุกร์ เกิดจากการห่อหุ้ม
ของก๊าซเรือนกระจก ที่มีมากนั่นเอง |
|
| |
 |
| |
ดาวศุกร์ ไม่มีสนามแม่เหล็ก เหมือนโลกจึงไม่สามารถปกป้องพายุสุริยะได้ |
| |
บรรยากาศดาวศุกร์ หนาทึบไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ไม่มีโมเลกุลของออกซิเจน |
| |
| |
ฝนกรดบนดาวศุกร์ ท่ามกลางท้องฟ้าสีกำมะถัน
ถ้าเราเดินบนพื้นดาวศุกร์ มีความรู้ลึกเหมือนกำลังว่ายน้ำโต้คลื่น เพราะความหนา
แน่นของอากาศนั่นเอง เมื่อมองไปรอบๆตัว จะเห็นความผิดปกติทั้งท้องฟ้าเต็มไป
ด้วยหมอกเมฆบดบัง แทบไม่เห็นแสงที่ส่องมาจากดวงอาทิตย์ มองเห็นเป็นสีแดง
อมส้ม เหมือนอยู่ในสถานที่มืดทึบส่วนใหญ่
ปรากฎการณ์บนดาวศุกร์ เป็นเช่นนี้เพราะการถ่ายเท คลื่นความร้อนสูงจากพื้นได้
ปกคลุมไปทั่วหนาแน่นทำให้เกิดสะท้อนของกลุ่มเฆม เต็มไปด้วยกรดกำมะถัน
(Sulfuric acid) โดยปกติก๊าซทั้งหมดจับตัวกัน เป็นของเหลวในความเย็นลอยสู่ ชั้นบรรยากาศแล้วระเหย กลายเป็นไอ
แต่บางครั้งรวมตัวกันเป็นฝนกรด (Acid rain) จะตกเฉพาะในชั้นบรรยากาศสูง
กว่าพื้นผิว 30 กม.โดยระเหยตัวก่อนตกสู่พื้น เพราะความร้อนลอยตัวแผ่อยู่ทั่วไป
เมื่อเงยหน้าสังเกตดู จะเห็นกลุ่มก้อนเมฆที่เกาะตัวดำ สลับกับฟ้าผ่า ฟ้าแลบกัน
ตลอดเวลา จากสภาพคลื่นไฟฟ้าของชั้นบรรยากาศ และปฏิกิริยาทางเคมี มีระยะ
ทางยาวจากก้อนเมฆสู่ก้อนเมฆ หรือสู่พื้นผิวถึง 35 ไมล์ โดยพื้นขอบฟ้าด้านหลัง
มีสีเหลืองกำมะถันทั่วไป |
|
| |
| |
เป็นเรื่องปกติของดาวสุกร์ มี่มีฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เป็นจำนวนมาก |
| |
แทบไม่เห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์บนดาวศุกร์ เมฆหมอกเต็มไปด้วยกรดกำมะถัน |
| |
 |
| |
ลักษณะหินแข็ง พื้นผิวบนดาวศุกร์ |
|
| |
| |
หินแข็งเก่าแก่ จากลาวาเกิดสนิมได้
บริเวณภูเขาไฟหลายแห่งอายุประมาณ 750 ล้านปี จะแสดงถึงแนวไหลของลาวา
บางแห่งแนวไหลของลาวา มีลักษณะเหมือนกับ ภูเขาไฟ บนเกาะฮาวายบางแห่ง
จมลึกลงไป ภูเขาไฟสงบนิ่งหยุดระเบิดมาแล้ว 100 ล้านปี แต่มีร่องรอยการเปลี่ยน
แปลงพื้นผิวบนดาวศุกร์ ที่บิดเบี้ยวเป็นจำนวนไม่น้อย อันเกิดจากใต้ชั้นเปลือกด้วย
ผลกระทบจาก ความร้อนภายในแกนดาวศุกร์
ความแตกต่างระหว่างโลกและดาวศุกร์ ด้านธรณีวิทยาชัดเจนคือ ดาวศุกร์ไม่มีร่อง
รอยการเซาะกัดจากน้ำเหมือนโลก เพราะไม่มีฝนตก นั้นคือข้อมูลเดิมจากสิ่งที่เรา
ทราบ แต่วันนี้เราพบว่า จากการสำรวจเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ พบว่าหินบนดาวศุกร์
มีการเกิดสนิม
โดยปกติเราทราบว่า สนิมเกิดได้จากน้ำ แต่เมื่อดาวศุกร์ไม่มีน้ำอย่างแน่นอนเหตุที่
เกิดเพราะเกิดความความหนาแน่น ความร้อน และ กรดรุนแรง ของบรรยากาศเป็น
ความผันแปร จากเคมีที่เกิดอย่างยาวนาน ตกตะกอนสู่หิน |
|
| |
 |
| |
สภาพภูเขาไฟในอดีตของดาวศุกร์ |
|
| |
 |
| |
บริเวณพื้นที่ Bell Regio ของดาวศุกร์ |
|
| |
 |
| |
Maxwell Montes ขนาดใหญ่ที่สุดของดาวศุกร์ |
|
| |
| |
ภูเขาไฟใหญ่ ดาวศุกร์ แตกต่างจากดาวเคราะห์อื่น
บนดาวศุกร์ บริเวณ Bell Regio สภาพแวดล้อมเกิดจาก ผลกระทบของแผ่นเปลือก
ดาวศุกร์ร่วมกับภูเขาไฟขนาดใหญ่สังเกตเห็นว่าระหว่างแต่ละชั้นมีร่องรอยการไหล
ท่วมของลาวาค้างแข็งอยู่ ภูเขาอีกแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของดาวศุกร์ คือ
Maxwell Montes มีความสูง 11 กิโลเมตร จะพบพบแร่ประเภท Pyrite (แร่โลหะ
ประกอบกำมะถัน สีเหลือง สีทองแดง) รอบๆเป็นที่ราบสูง ชื่อ Lakshmi
โดยทั่วไปแล้ว ภูเขาไฟบนโลก หรือดาวเคราะห์อื่นส่วนใหญ่ มักมีรูปทรงเป็นยอด
แหลมขึ้น บนดาวศุกร์มักมีรูปทรงเป็นก้อนกระจุก คล้าย Pancakes(ขนมเค็กแบนๆ
เป็นชั้น) รอบๆกลม หรือชั้นบนแบนเรียบ หรือรูปโดมคว่ำลง มีลาวาท่วมเหนียวเป็น
ยางหรือเหมือนแป้งเปียกใหลท่วม ออกมาเป็นริ้วยาวคล้ายเส้นเป็นชั้น
Alpha Regio เห็นรูปทรงชัดเจนเป็นลักษณะยอดกลมแบน ความสูง 2.4 กิโลเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 กิโลเมตร ภูเขาทั้ง 3 ลูก เกิดจากการระเบิดตัวของลาวาเพราะ
มีร่องรอย ไหลของยางเหนียวหนาโดยรอบ |
|
| |
 |
| |
เหนือแนวสันเขาใกล้ๆกับ Maxwell Montes มีความยาวนับพันกิโลเมตร |
| |
 |
| |
บริเวณ Alpha Regio ด้านตะวันออก |
|
|
|
|
|