Comet 103P Hartley 2 : สังเกตการณ์ดาวหางเข้าใกล้โลก
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Oct 3, 2010
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Comet 103P Hartley 2 : สังเกตการณ์ดาวหางเข้าใกล้โลก
 
 
  ถัดออกไปจากพิภพน้ำแข็ง (Ice worlds) บริเวณชายแดนระบบสุริยะ อันไกลโพ้น
ที่เรียกว่า บริเวณเมฆออร์ต (Oort cloud) มีหลักฐานเชื่อว่า เป็นแหล่งกำเนิดของ
ดาวหาง (Comet) วนเวียนอยู่ในเขตนี้ ประมาณ 1,000,000,000,000 ดวง

ที่ผ่านมา 24 กุมภาพันธ์ 2552 ดาวหาง Lulin (C/2007 N3) ได้ผ่านเข้าใกล้โลก
สร้างความตื่นเต้นมาครั้งหนึ่งแล้ว และ 20 ตุลาคม 2553 ดาวหาง 103P/Hartley 2
จะผ่านเข้าใกล้โลกเช่นกัน มีระยะทางห่างจากโลกราว 18 ล้านกิโลเมตร หลังจาก
ที่เคยโคจรเข้าใกล้โลกเมื่อ 24 ปีก่อน
 
 
ภาพถ่าย ดาวหาง 103P/Hartley 2 จาก NASA เมื่อ ค.ศ. 1997
 
 
ภาพถ่ายดาวหาง 103P/Hartley 2 ห่างจากดวงอาทิตย์ 1.15 AU
และห่างจากยานสำรวจ The EPOXI 0.27 AU หรือ 41 ล้านกิโลเมตร
 
 
ปฎิบัติการ Deep Impact

หลังจากดาวหาง 103P/Hartley 2 ผ่านเข้าใกล้โลกไปแล้ว 2 สัปดาห์ ปฎิบัติการ
Deep Impact เข้าติดตามขณะดาวหาง 103P/Hartley 2 หันหัวกลับออกไปสู่ขอบ
ระบบสุริยะ

เป็นการติดตามระยะใกล้ชิด เป้าหมายใน วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 มีระยะห่าง
เพียง 1,000 กิโลเมตร การเข้าใกล้ดาวหาง 103P/Hartley 2 เพื่อสังเกตศึกษา
พฤติกรรมของ Icy nucleus เป็นการเข้าใกล้ดาวหางมากขึ้น ทั้งนี้เป็นระยะที่เพียง
พอเพื่อการถ่ายภาพ แกนในของดาวหาง (Comet's core)

คุณสมบัติทั่วไป ของดาวหางนั้น มีมวลน้อย (Low mass) ดังนั้นโครงสร้างของ
Comet nuclei จึงไม่ตกอยู่ภายใต้ อิทธิพลสนามแรงโน้มถ่วง ของวัตถุขนาดใหญ่
ในอวกาศ สังเกตได้ว่า ลักษณะของดาวหางมักไม่เป็นทรงกลม และยังมีรูปทรง
ที่ไม่ราบเรียบ
 
 
ยานสำรวจ The EPOXI ของ NASA
 
 
ปฎิบัติการ Deep Impact
 
 
ทางโคจรของยานสำรวจ The EPOXI ซึ่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่ 2009 ในภาระกิจ Deep Impact
 
 
หอดูดาว U.K. Schmidt Telescope Unit ใน Siding Spring, Australia
 
 
ชีวประวัติของ ดาวหาง 103P/Hartley 2

สำรวจพบโดยนักดาราศาสตร์ ชื่อ Malcolm Hartley ในปี ค.ศ.1986 โดยการถ่าย
ภาพจากหอดูดาว U.K. Schmidt Telescope Unit ใน Siding Spring, Australia.
และถูกบันทึกไว้ ในบัญชีรายชื่อดาวหางที่สำรวจพบใหม่ ของ Central Bureau
for Astronomical Telegrams in Cambridge, Mass.

จัดเป็นวัตถุที่มีความเลือนลาง แสงพร่าน้อยกว่าดาวราว 25,000 เท่า มองด้วยตา
เปล่าแทบไม่เห็น ต่อมา Brian Marsden แห่ง Smithsonian Astrophysical
Observatory in Cambridge, Mass. ได้แสดงผล การคำนวณทางโคจร (Orbital
calculations) ของ ดาวหาง 103P/Hartley 2

ทำให้ทราบช่วงเวลาโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ จึงสำรวจดาวหางนี้ได้ง่ายขึ้นโดย
ผลคำนวณของ Brian Marsden ในครั้งนั้น ระบุไว้ว่า ดาวหาง 103P/Hartley 2
เคยเข้าใกล้ดาวพฤหัส (Jupiter) ปี ค.ศ. 1982 มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ 6 ½ ปี
ทำให้มีการสำรวจ ดาวหาง 103P/Hartley 2 ในปี ค.ศ. 1991,1997 และ 2004
มาตามลำดับ

ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ ดาวหาง 103P/Hartley 2

จัดเป็นดาวหางที่เล็กมาก มีแสงสว่างน้อยมากและพร่าหมอง หลักฐานชิ้นสำคัญที่
บ่งชี้คือ ภาพถ่ายจาก Spitzer Space Telescope ปี ค.ศ.2008 พบว่า Comet's
nucleus มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 0.7 ไมล์ หรือเพียง 1.1 กิโลเมตร มีขนาดเพียง
1 ใน 10 เมื่อเทียบกับ ดาวหาง Halley's และ 1 ใน 30 เมื่อเทียบกับดาวหาง Hale-
Bopp

ดาวหาง 103P/Hartley 2 จัดจำแนกไว้ในประเภท (Classification) Jupiter-family
Comet [NEO] มีค่าเฉลี่ยของ การโคจรผ่านเข้าใกล้โลก (Earth MOID) ไม่น้อย
กว่า 0.0621411 AU โชติมาตรปรากฏ14.1 (Magnitude) และขนาดเส้นผ่าศูนย์
กลาง 1.6 กิโลเมตร

มีองค์ประกอบเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ฝุ่น, หิน, Carbon monoxide, Carbon dioxide,
Methane และ Ammonia ซึ่งคล้ายคลึงกับดาวหางอื่นทั่วไป

มีโชติมาตรปรากฏระดับ 14.1 (มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) การเข้าใกล้โลก จึงเป็น
การดีจะให้เห็นชัดเจนขึ้น จากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่งผลให้ ดาวหางรับค่าของ แสงสะท้อน มีโชติมาตรปรากฏระดับ 6 (มองเห็นเป็นจุดเล็กๆ ด้วยตาเปล่า) และมี
ความเป็นไปได้ จากความคาดหมาย จะมีโชติมาตรปรากฏระดับ 4.4 เมื่อใกล้โลก
 
 
การเปรียบเทียบ Comet's nucleus
 
 
ภาพถ่ายโดย Rolando Ligustri นักดาราศาสตร์สมัครเล่น
ใช้กล้องขนาด 14 นิ้ว ถ่ายจากบริเวณ New Mexico เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2553
 
20
จับตามอง เมื่อเข้าใกล้โลก

ดาวหาง 103P/Hartley 2 ได้หันหัวมุ่งเข้ามาชั้นในของระบบสุริยะ (Inner solar
system) และจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด (Perihelion) ในวันที่ 28 ตุลาคม 2010
โดยมีระยะทางห่างจาก ดวงอาทิตย์ 98.4 ล้านไมล์ หรือ 158.4 ล้านกิโลเมตร

ขณะที่ดาวหางมุ่งเข้าใกล้สู่ดวงอาทิตย์ ส่งผลให้มีเส้นทางโคจรเข้าใกล้โลกไปด้วย
การคำนวณการเข้าใกล้โลก แสดงผลในวันที่ 20 ตุลาคม 2010 (3 p.m. ET) โดย
มีระยะทางห่างจากโลก 11.2 ล้านไมล์ หรือ 18 ล้านกิโลเมตร (นับเป็นระยะทางที่
ใกล้โลกมากที่สุดในรอบนี้)

โดยแท้จริงไม่ว่าดาวหางใดๆก็ตาม จะไม่สามารถแน่ใจได้ว่าจะเข้าใกล้โลกเมื่อใด
ในครั้งหน้า คำบอกกล่าวทั่วไปเป็นการแสดงค่าเฉลี่ยเข้าใกล้โลกในครั้งต่อไป เช่น
อาจจะโคจรเข้าใกล้โลกอีก 2-3 ศตวรรษหน้า
 
 
Finder chart ตำแหน่งทางโคจร สำรวจดาวหาง 103P/Hartley 2 จากพื้นโลก
 
 
การสังเกตการณ์ดาวหาง 103P/Hartley 2

การผ่านใกล้โลกของ ดาวหาง 103P/Hartley 2 ครั้งนี้ สามารถสังเกตเห็นได้จาก
ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ โดยด้านซีกโลกใต้จะเห็นได้ดีขึ้น หลังจากกลางเดือน
ตุลาคมขณะที่ดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาก ยิ่งช่วยให้มองเห็นดาวหางได้ดีขึ้น

การติดตามดาวหาง 103P/Hartley 2 บนท้องฟ้า ผู้ติดตามจำเป็นต้องมีความรู้พื้น
ฐานด้านดาราศาสตร์ (Guide to astro) บ้าง เพราะจะต้องมองหาทางโคจรของ
ดาวหางที่ผ่านกลุ่มดาวต่างๆบนท้องฟ้า สรุปได้ดังนี้

ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2553 ตำแหน่ง ดาวหาง 103P/Hartley 2 อยู่บริเวณกลุ่มดาว
แคสซิโอเปีย (Cassiopeia) ถึงวันที่ 6 ตุลาคม ดาวหางจะย้ายตำแหน่งมายังกลุ่ม
ดาวเพอร์ซิอัส (Perseus) โดยจะอยู่ใกล้กับ กระจุกดาว Double Star Cluster
โดยตั้งแต่วันที่ 8-10 ตุลาคม มีโชติมาตรปรากฏระดับ 4

ต่อมาวันที่ 17 ตุลาคม ดาวหางจะมีตำแหน่งเข้าสู่ กลุ่มดาวสารถี (Auriga) และ
วันที่ 18-19 ตุลาคม ตำแหน่งอยู่ใกล้ดาว Capella

การมองด้วยตาเปล่าอาจไม่ชัดเจน มีความพร่าของแสง ดังนั้นจึงควรสังเกตจาก
บริเวณที่มืด และท้องฟ้าปราศจากเมฆ หรือแสงอื่นๆรบกวน หากใช้กล้อง 2 ตา
(Binoculars) ช่วยในการดูจะเห็นชัดเจนขึ้นมาก
 
 
 
 
References:

NASA’s Jet Propulsion Laboratory
Space Weather News
Sky and Telescope
The EPOXI spacecraft (formerly known as Deep Impact)
 
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017