ชีวประวัติของ ดาวหาง 103P/Hartley 2
สำรวจพบโดยนักดาราศาสตร์ ชื่อ Malcolm Hartley ในปี ค.ศ.1986 โดยการถ่าย
ภาพจากหอดูดาว U.K. Schmidt Telescope Unit ใน Siding Spring, Australia.
และถูกบันทึกไว้ ในบัญชีรายชื่อดาวหางที่สำรวจพบใหม่ ของ Central Bureau
for Astronomical Telegrams in Cambridge, Mass.
จัดเป็นวัตถุที่มีความเลือนลาง แสงพร่าน้อยกว่าดาวราว 25,000 เท่า มองด้วยตา
เปล่าแทบไม่เห็น ต่อมา Brian Marsden แห่ง Smithsonian Astrophysical
Observatory in Cambridge, Mass. ได้แสดงผล การคำนวณทางโคจร (Orbital
calculations) ของ ดาวหาง 103P/Hartley 2
ทำให้ทราบช่วงเวลาโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ จึงสำรวจดาวหางนี้ได้ง่ายขึ้นโดย
ผลคำนวณของ Brian Marsden ในครั้งนั้น ระบุไว้ว่า ดาวหาง 103P/Hartley 2
เคยเข้าใกล้ดาวพฤหัส
(Jupiter) ปี ค.ศ. 1982 มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ 6 ½ ปี
ทำให้มีการสำรวจ ดาวหาง 103P/Hartley 2 ในปี ค.ศ. 1991,1997 และ 2004
มาตามลำดับ
ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ ดาวหาง 103P/Hartley 2
จัดเป็นดาวหางที่เล็กมาก มีแสงสว่างน้อยมากและพร่าหมอง หลักฐานชิ้นสำคัญที่
บ่งชี้คือ ภาพถ่ายจาก Spitzer Space Telescope ปี ค.ศ.2008 พบว่า Comet's
nucleus มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 0.7 ไมล์ หรือเพียง 1.1 กิโลเมตร มีขนาดเพียง
1 ใน 10 เมื่อเทียบกับ ดาวหาง Halley's และ 1 ใน 30 เมื่อเทียบกับดาวหาง Hale-
Bopp
ดาวหาง 103P/Hartley 2 จัดจำแนกไว้ในประเภท (Classification) Jupiter-family
Comet
[NEO] มีค่าเฉลี่ยของ การโคจรผ่านเข้าใกล้โลก (Earth MOID) ไม่น้อย
กว่า 0.0621411 AU โชติมาตรปรากฏ14.1
(Magnitude) และขนาดเส้นผ่าศูนย์
กลาง 1.6 กิโลเมตร
มีองค์ประกอบเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ฝุ่น, หิน, Carbon monoxide, Carbon dioxide,
Methane และ Ammonia ซึ่งคล้ายคลึงกับดาวหางอื่นทั่วไป
มีโชติมาตรปรากฏระดับ 14.1 (มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) การเข้าใกล้โลก จึงเป็น
การดีจะให้เห็นชัดเจนขึ้น จากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่งผลให้ ดาวหางรับค่าของ แสงสะท้อน มีโชติมาตรปรากฏระดับ 6 (มองเห็นเป็นจุดเล็กๆ ด้วยตาเปล่า) และมี
ความเป็นไปได้ จากความคาดหมาย จะมีโชติมาตรปรากฏระดับ 4.4 เมื่อใกล้โลก