Countdown to Vesta : เฉลยปริศนา ดาวเคราะห์น้อย เวสตา
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 4, 2010
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Countdown to Vesta : นับถอยหลัง เฉลยปริศนา ดาวเคราะห์น้อย เวสตา
 
 
 
การนับถอยหลังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อยานสำรวจ NASA's Dawn จะใช้เวลาอีก
ราว1 ปี นับจากนี้เพื่อเข้าใกล้ ดาวเคราะห์น้อย (ขนาดใหญ่) ชื่อ Vesta เชื่อว่าจะ
เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น มีความพิศวงโดยจะมีข้อมูลใหม่ ซึ่งยังไม่เคยสำรวจมาก่อน
ของดาวเคราะห์น้อย Vesta มาเผยแพร่

ยานสำรวจ NASA's Dawn จะเข้าสู่วงโคจรรอบๆ ดาวเคราะห์น้อย Vesta ประมาณ
เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 และจะถ่ายภาพระยะใกล้ พร้อมบันทึกภาพยนต์เป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แล้วส่งกลับมาให้ชาวโลกได้ยลโฉมหน้าชัดๆ
 
 
ตำแหน่ง ดาวเคราะห์น้อย Vesta และดาวเคราะห์แคระ Ceres
ในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt)
 
 
ภาพถ่ายระยะไกลของ ดาวเคราะห์น้อย Vesta และดาวเคราะห์แคระ Ceres
 
 
NASA's Dawn ครั้งแรกของยานสำรวจลำแรก

การสำรวจที่ผ่านมา ข้อมูลของ ดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว
แต่ส่วนมากขนาดไม่ใหญ่โต หรืออายุไม่เก่าแก่ ระดับช่วงต้นๆ ของระบบสุริยะ
สำหรับดาวเคราะห์น้อย Vesta นับว่ามีขนาดใหญ่ราว 350 ไมล์ องค์ประกอบเป็น
หินและสันฐานทางกายภาพ จัดอยู่ในประเภท Terrestrial (มีพื้นผิวชัดเจน) ซึ่ง
ลักษณะพื้นผิวนั้น มีความคล้ายคลึงกับดวงจันทร์ (Moon) และดาวพุธ (Mercury)
เพราะเต็มไปด้วย ชิ้นหินเล็กๆเกลื่อนกลาดทั่วไป

โดยจะเป็นครั้งแรก ของยานสำรวจลำแรก ได้มีภาระกิจ โคจรเข้าใกล้วัตถุบริเวณ
แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt) เพื่อศึกษารายละเอียดต่างๆ หลังจากสำรวจ
ดาวเคราะห์น้อย Vesta เป็นลำดับแรกแล้ว ลำดับต่อไปก็จะมุ่งสู่ โลกอื่น (Other
worlds)
คือ Ceres ซึ่งจัดอยู่ในประเภท ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) โดย
บริเวณทั้งหมดดังกล่าว มีความหนาวเย็นสุดขั้ว แม้เพียงห่างจากโลก 2-3 AU.
 
 
ยานสำรวจ NASA's Dawn
 
 
ชิ้นส่วนขนาดเล็กของ ดาวเคราะห์น้อย Vesta สำรวจพบบนโลกเมื่อ ค.ศ.1807
 
 
Protoplanet
 
 
ทฤษฎีดาวเคราะห์น้อย Vesta เป็น Protoplanet

หลายทฤษฎี ตั้งเงื่อนไขว่า ดาวเคราะห์น้อย Vesta เป็น Protoplanet (ประเภท
ดาวเคราะห์ต้นแบบ) ซึ่งจะต้องมีแบบแผน พัฒนาการเลื่อนชั้นเป็น ดาวเคราะห์
(Planet) ที่สมบูรณ์แบบได้

แูต่ระบบพัฒนาการนั้นหยุดชงักลง เพราะถูก ขัดขวางจาก ดาวพฤหัส (Jupiter)
ระหว่างกำลังเติบโตตามลำดับ ด้วยการรบกวน ของดาวก๊าซยักษ์ เช่น ดาวพฤหัส
ซึ่งมีอิทธิพลส่งแรงโน้มถ่วง ปลุกเร้าขึ้น จนทำให้ส่งผลกระทบ ถึงวัตถุดิบภายใน
ของ ดาวเคราะห์น้อย Vesta หยุดจนไม่สามารถรวมตัวกันได้ อย่างยาวนาน

ดังนั้นกรณีของ ดาวเคราะห์น้อย Vesta จะบอกได้ว่า การสูญเสียศักยภาพความ
เป็นดาวเคราะห์นั้น มีขบวนการเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง จะเป็นคำตอบที่สามารถเฉลย
ปริศนาต่อนักวิทยาศาสตร์ได้จากข้อสงสัย ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเพียงน้อยนิด

การสำรวจที่ต้องไม่ผิดพลาดเด็ดขาด

เป็นธรรมดา เรื่องการส่งยานสำรวจไปสำรวจวัตถุในอวกาศ จำต้องให้ความสำคัญ
วางแผน กำหนดจุดเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางโคจร อย่างระมัดระวัง หากมีข้อ
ผิดพลาดเกิดขึ้น ทุกอย่างก็จะสูญเสียไปทันที

อย่างไรก็ตาม ยานสำรวจ NASA's Dawn ขับเคลื่อนแบบ Ion Engines (ขับเคลื่อน
โดยใช้สนามไฟฟ้า จากปฎิกิริยาทางเคมี) มีความสามารถ ค่อยๆเลี้ยวได้อย่างช้าๆ
ในการเคลื่อนตัวไปยังเป้าหมาย ที่กำหนดไว้โดยการตีวงไปรอบๆ ทำให้เข้าใกล้ได้
ที่ละน้อยๆ

เดิมที NASA's Dawn ถูกกำหนดให้เป็นยานสำรวจ สำหรับเส้นทางระยะยาวในห้วง
อวกาศ ระหว่างดาวเคราะห์ (Long interplanetary flight) และได้ดัดแปลงให้โคจร
รอบดวงอาทิตย์ ในเวลาต่อมา

จึงมีความเหมาะสมที่ใช้สำรวจ ดาวเคราะห์น้อย Vesta อย่างใกล้ชิดได้โดยเฉพาะ
เพราะสามารถเปลี่ยนทางโคจรได้ทีละน้อย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแรงโน้มถ่วง ของดาวเคราะห์น้อย

โดยทั่วไปกลไกวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย เป็นไปด้วยแรงดุนและแรงดัน ซึ่ง
เชื่อมยึดโยงกันในสนามแรงโน้มถ่วงของอวกาศ ดาวเคราะห์น้อยไม่แกนภายใน
จึงโคจรหมุนรอบตัวเองแบบโคลงเคลง หากยานสำรวจซึ่งมีพลังงานขับดันเข้าใกล้
พลังงานนั้นอาจมีผลกระทบต่อ การหมุนของดาวเคราะห์น้อยได้ โดยจะส่งผลให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโคจรไม่เป็นไปอย่างธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดหายนะจาก
การพุ่งชนปะทะกันเองในเวลาต่อมา

ความสำคัญของการเปลี่ยนโคจรทีละน้อย แบบ Ion Engines (ขับเคลื่อนโดยใช้
สนามไฟฟ้า จากปฎิกิริยาทางเคมี) นั้นมีความเพียงพอที่จะผลักดันตัวยานสำรวจ
ลื่นไหลสู่วงโครจร เช่นเดียวกับการจราจรบนถนน ที่รถต้องวิ่งเข้าไปทางเส้นทาง
ของเลนที่กำหนดอย่างเหมาะสม มิใช่แต่เร่งเครื่องพุ่งสู่เป้าหมาย

ดังนั้น ศักยภาพการทำงานของ NASA's Dawn ทำให้ไม่ยากลำบากต่อเป้าหมาย
ที่จะโคจรรอบๆ ดาวเคราะห์น้อย Vesta ได้อย่างราบรื่น
 
 
การโคจรรอบ ดาวเคราะห์น้อย Vesta
 
 
การโคจรรอบ ดาวเคราะห์แคระ Ceres
 
20
แผนที่บนดาวเคราะห์น้อยฉบับสมบูรณ์

อีกภาระกิจที่สำคัญคือ การจัดทำแผนที่ ดาวเคราะห์น้อย Vesta ซึ่งจะตระเวณเก็บ
ข้อมูล -ภาพถ่ายทางภูมิศาสตร์อย่างไม่รีบร้อน โดยการโคจรระดับสูง 1,700 ไมล์
จากพื้นผิว และจะทำซ้ำในวงโคจรระดับต่ำ กว่า 100 ไมล์จากพื้นผิว

ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า บนดาวเคราะห์น้อย Vesta จะมีปฎิกิริยาหลงเหลือ
ของภูเขาไฟ (Volcanoes) อยู่อีกหรือไม่ แต่เชื่อว่าน่าเคยเกิดขึ้นในยุคดึกดำบรรพ์
จากลักษณะของร่องรอยปากปล่อง (Craters) ที่ยังปรากฎให้เห็น

หรือทุกอย่างอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด ดั่งจิตนาการก็เป็นได้ จึงเป็นเรื่องตื่นเต้นที่
จะคอยเห็นภาพเฉลยปริศนา บน ดาวเคราะห์น้อย Vesta อย่างชัดแจ้งในอีกไม่นาน
 
 
แต่ละมุมของ ดาวเคราะห์น้อย Vesta
 
 
ดาวเคราะห์น้อย Vesta สามารถมองเห็นจากโลกได้
 
 
 
References:

Science@NASA
NASA’s Jet Propulsion Laboratory
 
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017