แต่มีรายงานจาก Elizabeth Silber และ Peter Brown ( University of Western
Ontario) จากอีกซีกโลกห่างไปนับหมื่นกิโลเมตร ตรวจสอบโดย วิธีตรวจจับคลื่น
Very-long wavelength infrasound
(คลื่นใต้เสียง) ได้บันทึกไว้ในตำแหน่งเมือง
Bone ทางตอนใต้บริเวณเกาะซูลาเวซี (Island of Sulewesi) เช่นเดียวกัน
การวิเคราะห์ เชื่อว่ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 5-10 เมตร มีความเร็วสู่ผิวโลก
20.3 กม./วินาที เป็นกรณีปรากฎการณ์ แบบลูกไฟ
(Fireball) และมีโอกาสเกิด
ขึ้นทุก 2-12 ปี ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบประเภท Stony asteroids (ดาวเคราะห์
น้อยหิน) ซึ่งหากตกปะทะสู่พื้นผิวโลก จะมีหลุมระเบิดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว
25 เมตร
ปรากฎการณ์ในครั้งนี้ จำต้องเป็นกรณีศึกษา เช่นเดียวกับ The Tunguska event
(ทังกัสก้า ปริศนาจากแดนไกล) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว และที่ อินโดนีเซีย
ครั้งนี้ทราบหลังจากการเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว นับว่าน่าประหลาดใจที่ไม่ทราบ
ล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะยังมีกลุ่มวัตถุใกล้โลก
(Near-Earth Objects) อาจ
ทำอันตรายต่อโลกได้ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องคอยติดตามเตือนภัยต่อประชากร
โลกอย่างระมัดระวัง