Journey to the Moon : 2020 ปฎิบัติการสู่ดวงจันทร์
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 26, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Journey to the Moon : 2020 ปฎิบัติการสู่ดวงจันทร์
 
 
 
20 กรกฎาคม 1969 เป็นครั้งแรกที Neil Armstrong ตัวแทนมนุษยชาติได้ก้าวเท้า
เหยียบลงบนผิวดวงจันทร์ และอีกวันที่สำคัญ มักจะไม่ได้บันทึกไว้คือ 14 ธันวาคม
1972 โดย Gene Cernan ได้เป็นผู้ ก้าวเท้าจากดวงจันทร์ขึ้นยาน Apollo 17 กลับ
สู่โลก ยุติการสำรวจดวงจันทร์ในยุคนั้น

จากวันนั้นถึงวันนี้ การเปิดศักราชใหม่ ยุคการสำรวจใหม่ได้เริ่มฉายแสงแห่งการ
ค้นหาและท่องไปในอวกาศอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นให้มีมนุษย์ร่วมเดินทางไปกับยาน
สำรวจด้วย และมักจะถูกถามว่า เหตุผล ทำไมต้องกลับไป...ดวงจันทร์ ก่อนไป
...ดาวอังคาร
 
 
Neil Armstrong
 
 
Gene Cernan
 
  พัฒนา เครื่องมือและแผนการสำรวจ

การสำรวจดวงจันทร์ใหม่ เริ่มต้นการวางแผนสำรวจ Solidify (วัตถุที่เป็นของแข็ง)
ตั้งเป้าหมายไว้ ราว ค.ศ. 2020 โดยพัฒนายานสำรวจ ให้ก้าวหน้าขึ้นจากเดิมของ
Apollo hardware แต่ยังไม่บรรลุผลในขณะนี้

ยังมีอีกหลายประการของระบบใหม่ ที่จะใช้กับ ยานลงจอดดวงจันทร์ (New lunar
lander) ที่ชื่อว่า Altair จะบรรทุกลูกเรืออวกาศ จำนวน 4-6 คน ลงสู่ผิวดวงจันทร์
และกำหนดให้ มนุษย์อวกาศลงเหยียบพื้นผิว 2 คน คอยประจำการบนยาน 2 คน และบังคับการ Module ที่ชื่อว่า Orion ให้โคจรรอบดวงจันทร์
 
 
Ares I และ Ares V จรวดยุคใหม่ พัฒนาสำหรับโครงการสำรวจดวงจันทร์
 
 
ส่วนประกอบของ Ares I และ Ares V ที่ต้องใช้งานสนับสนุนซึ่งกันและกัน
 
 
ศักยภาพที่ยังไม่จบสิ้น ของการเตรียมพร้อม

จรวด Ares V ประกอบด้วย Altair lunar lander (ยานลงจอดบนดวงจันทร์) และ
จรวด Ares I ประกอบด้วย Orion command module (กระสวยส่วนบังคับการ)
เป็นการออกแบบใหม่ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อการขนส่ง (Lunar sortie) บรรทุก
สัมภาระ สำหรับมนุษย์อวกาศเท่าที่ต้องการ ในภาระกิจสำรวจดวงจันทร์ ยังมี
ความสามารถลงจอด ได้ไม่ว่าในลักษณะพื้นผิวใดๆ

โดยปฎิบัติภาระกิจได้ราว 1 สัปดาห์ ทั้งนี้กำหนดให้พร้อม ปล่อยสู่ดวงจันทร์ราว
ค.ศ. 2020 สำหรับหลักเกณฑ์การออกแบบ Altair lunar lander มีความเปลี่ยน
แปลงด้วยขนาดกว้างขึ้น กว่า Apollo มุมมองจากภายในให้สามารถเห็นดวงจันทร์
ได้ครึ่งดวง (ซีกด้านข้างตลอดแนว ตั้งหรือ ขั้วเหนือ-ขั้วใต้ระหว่างขั้วถึงเส้นศูนย์
สูตร) เป็นการเพิ่มทัศนวิสัย

นอกจากนั้น ในกรณีไม่ได้บรรทุกลูกเรือหรือมนุษย์อวกาศ จะสามารถใช้บรรทุก
เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการสำรวจได้เต็มที่ 14,000-17,000 กก.
ตามแผน Resident missions เพื่อให้มุษย์อวกาศสามารถอยู่อาศัยได้ต่อเนื่อง
6 เดือน หรือสลับเปลี่ยนตามช่วงเวลาแต่ละผลัด ของมนุษย์อวกาศเมื่อกลับโลก
หรืออาจไม่มีข้อจำกัด เรื่องเวลาการอยู่อาศัยบนดวงจันทร์ เปรียบเช่นการอาศัย
บนสถานีอวกาศสากล (International Space Station)

สำหรับในเรื่องเชื้อเพลิง เป็นสิ่งสำคัญต่อการเดินทาง Altair ถูกออกแบบให้ใช้
เชื้อเพลิง แบบ Liquid Hydrogen ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า Apollo อย่าง
น้อย 50% พร้อมทั้งบรรจุในปริมาณที่มากขึ้น โดยเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ

ชุดอวกาศ (Space suit) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งมีความสำคัญ ต่อความอยู่รอดของ
ชีวิต หลังจากผ่านพ้นการสำรวจดวงจันทร์ในอดีต ทำให้ทราบว่าสภาพแวดล้อมบน
ดวงจันทร์ มีความรุนแรงของอนุภาคฝุ่น ที่คาดเดาไม่ได้ สามารถพุ่งเจาะทะลุชุด
อวกาศ สร้างความ อันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษย์อวกาศได้

การออกแบบใหม่ กำหนดให้มีน้ำหนักเบา ความคงทน ร่างกายเคลื่อนไหวง่าย
คล่องตัว ในเงื่อนไขให้เป็น Smarter command (ชุดอัจฉริยะ) มีระบบควบคุม
สั่งการ และระบบ Self-test capabilities (ทดสอบความสามารถด้วยตนเอง)
คล้ายกับเป็น คู่หู (Buddy) 

แผนการเดินทางสู่ดวงจันทร์

1.ปล่อย Ares V และ Ares I จากฐานบนพื้นโลก
2.ทั้งคู่เข้าสู่ระดับ Low Earth orbit
3.เมื่อ Ares V และ Ares I เข้าสู่ Low Earth orbit
Orion จะเทียบเชื่อมต่อกันเข้ากับ Altair และ Earth departure stage
และร่วมเดินทางสู่ดวงจันทร์เป็นยานลำเดียวกัน
 
 
 
Ares V และ Ares I เข้าสู่ Low Earth orbit
 
 
Orion จะเทียบเชื่อมต่อกันเข้ากับ Altair และ Earth departure stage
 
 
4.Earth departure stage จะจุดเชื้อเพลิงส่ง Altair และ Orion สู่ดวงจันทร์
จากนั้น Earth departure stage จะสลัดตัวออก เหลือ Altair และ Orion
ทั้งคู่มุ่งสู่เส้นทางโคจรของดวงจันทร์
 
 
 
Earth departure stage สลัดตัวออก เหลือ Altair และ Orion ทั้งคู่มุ่งสู่เส้นทางโคจรดวงจันทร์
 
20
5.Orion และ Altair ทั้งคู่เข้าสู่เส้นทางโคจรของดวงจันทร์
6.Orion และ Altair แยกตัวออก โดย Orion โคจรรอบดวงจันทร์
ส่วน Altair ลดระดับเพื่อลงจอดพร้อมมนุษย์อวกาศ เตรียมการสำรวจ
 
 
 
ห้องปฎิบัติงานของมนุษย์อวกาศ บนดวงจันทร์ ในอนาคต
 
 
Orion และ Altair แยกตัวออก โดย Orion โคจรรอบดวงจันทร์ ส่วน Altair ลดระดับเพื่อลงจอด
 
  7.Altair ยกตัวขึ้นจากพื้นผิว สวมต่อกับ Orion จากนั้นโคจรรอบดวงจันทร์
Orion จุดระเบิดเหลือส่วนหัวมุ่งกลับโลก
 
 
โคลนน้ำแข็งใต้ผิวดิน บนดาวอังคาร
 
 
Altair ยกตัวขึ้นจากพื้นผิว สวมต่อกับ Orion
 
 
8.Orion และ Service module แยกตัวออก และเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
Orion ลดความเร็วในชั้นบรรยากาศโลก กลับสู่โลกพร้อมมนุษย์อวกาศ
 
 
 
การกลับคืนสู่โลก ของนักสำรวจอวกาศ

อย่างน้อยที่สุดมนุษย์มีประสบการณ์ ต่อการกลับมาจากดวงจันทร์หลายครั้ง แต่
ในครั้งใหม่ มีข้อแตกต่างอยู่บ้างว่า มนุษย์อวกาศต้องอยู่บนดวงจันทร์นานกว่าเดิม
อาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน หลายเดือน ดังนั้นสภาพร่างกายผิวหนัง อาจมีปัญหา
หรือการรอคอย ปฎิบัติภาระกิจอยู่ในยานสำรวจ หรือกระสวยอวกาศที่คับแคบ
อาจมีผลต่อสุขภาพ การแก้ปัญหาดังกล่าว อาจจำเป็นหาวิธีพัฒนาการสำรวจ
ให้ใช้ระยะเวลาน้อยลง หรือไม่นานเกินไป

แม้ว่าดวงจันทร์เป็นพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงของชีวิต การอาศัยอยู่บนดวงจันทร์มีหนทาง
ใกล้ความตายได้ มนุษย์ยังคงต้องเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะทำงานหนัก มุ่งมั่นต่อการ
สำรวจดวงจันทร์และกลับสู่โลกให้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์
ไปสู่ดาวอังคารในวันข้างหน้า ภายใน 30-50 ปีนี้ให้ได้
 
 
 
References :

The National Aeronautics and Space Administration (NASA)
International Space Station
The Apollo Lunar Exploration
 
     
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017