From the Moon to Mars [หน้า 1/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 26, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   เหตุผล ทำไมต้องกลับไป...ดวงจันทร์ ก่อนไป...ดาวอังคาร [หน้า 1/2]
 
 
 
40 ปีที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่สิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์ ย่างเหยียบลงบนพื้นผิวดวงจันทร์
และจากวันนี้สู่อนาคตใน 40 ปี ข้างหน้าจะเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้บน ดาวอังคาร
นั่นเป็นคำกล่าวยืนยันประกาศจาก Barack Obama ที่ต้องการให้โครงการสำรวจ
อวกาศก้าวหน้าสืบเนื่องต่อไป

ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 จะพัฒนาจรวดรุ่นใหม่ ชื่อ Ares (Nuclear-powered rockets)
ให้เป็นพาหนะยุคใหม่ เพื่อการกลับไปเยือนดวงจันทร์ในปี ค.ศ.2010 และบางที
มีเป้าหมายสู่ดาวอังคาร ราวกลางปี ค.ศ. 2030
 
 
ก้าวแรกของมนุษย์ ที่เหยียบลงบนดวงจันทร์ เมื่อ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1969
 
 
Ares สุดยอดจรวดยุคอนาคตขับเคลื่อนด้วย Nuclear-powered
 
 
ทำไมต้องกลับไปดวงจันทร์อีก

Global Exploration Strategy จัดขึ้นโดย NASA จำนวน 6 ครั้ง ที่ผ่านมาได้ก่อ
ให้ปรากฎแก่นสารความนึกคิด จากการสนทนาและโต้แย้งด้วยเหตุผล ด้วยคำ
ถามว่า ทำไมเราต้องกลับไปดวงจันทร์อีก ?

โดยได้รวบรวมคำตอบจาก นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักธุรกิจ แม้แต่บุคคลทั่วไป
ทั่วโลก กว่า 1,000 คน มีคำตอบที่น่าทึ่ง น่าสนใจมากมายจากข้อมูลความเห็น
ที่ตรงกันถึง 200 หัวข้อ แต่สรุปได้เป็นหลัก ใหญ่ 6 ประการคือ

Human Civilization : อารยะธรรมของมนุษย์
เป็นการแพร่ขยาย แสดงถึงอารยะธรรมของมนุษยชาติ ท้ายที่สุดอาจสามารถ
ให้เกิดการตั้งรกราก สังคมมนุษย์ขึ้นได้

Scientific Knowledge : เรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
เป็นการมุ่งมั่นเรียนรู้ ตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่องประวัติศาสตร์โลก
เพื่อหาคำตอบที่แท้จริง ของ ระบบสุริยะและจักรวาล รวมถึงถิ่นฐานของมนุษย์
ที่อยู่ในระบบดังกล่าว

Exploration Preparation : เตรียมการเพื่อการสำรวจ เป็นการทดสอบระบบเทคโนโลยี ปฎิบัติการการบิน เทคนิคการสำรวจ เพื่อลด
ความเสี่ยงภัยและเพิ่มพูนประโยชน์ ต่อการสำรวจดาวอังคาร ในอนาคตภายหน้า

Global Partnerships : ความร่วมมือทั่วโลก
เป็นช่องทางที่ท้าทายต่อชัยชนะ ที่ต้องได้รับความร่วมมือหรือมีส่วนร่วมโดยมีจุด
ประสงค์เพื่อให้เกิดความรักสงบ ด้วยการผูกผันภาระกิจร่วมกัน

Economic Expansion : การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
เพื่อให้เกิดการขยายตัว ด้านเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นวัฐจักร ด้วยการดำเนินการ
เกี่ยวกับการสำรวจดวงจันทร์ ให้มีผลประโยชน์ต่อชีวิตบนโลก

Public Engagement : ความร่วมมือกันเพื่อสาธารณะประโยชน์
ใช้โครงการสำรวจอวกาศ เป็นตัวกระตุ้นสู่สาธารณะ เพื่อให้นักศึกษาช่วยพัฒนา
ด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับสูง เป็นการตอบสนองความท้าทายในวันข้างหน้า

นั้นคือเหตุผลอย่างเป็นทางการ ต่อการกลับไปสำรวจดวงจันทร์ใหม่อีก ส่วนใน
ความเป็นจริง มนุษย์คงจะมีการเรียนรู้ ไปสู่เป้าหมายบริเวณที่ห่างไกลออกไปอีก
อย่างไม่มีขอบเขต
 
 
บรรยากาศบนดวงจันทร์ มีอนุภาคฝุ่นผงกระจายทั่วไป
 
 
ผิวหน้าไม่ราบเรียบ พบร่องรอยของหลุมอุกกาบาตเป็นจำนวนมา
 
 
ภูมิหลัง ด้านธรณีวิทยาบนดวงจันทร์

ดวงจันทร์อายุน้อยกว่าโลกเล็กน้อย แต่โลกมีความสุดขั้วทางธรณีวิทยามากมาย
เช่น มีเปลือกโลก (Crust) มีแมกม่า (Magma) มีน้ำ มีชั้นบรรยากาศ และยัง
ประกอบไปด้วยมหาสุทร ทวีป ที่หยุดนิ่ง และเคลื่อนที่ชนรวมกัน มีระบบชีววิทยา
รวมทั้งมีสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ มนุษย์และทิวทัศน์ที่สวยงาม

สำหรับดวงจันทร์ แม้จะมีอายุผ่านมา 4 พันล้านปี สิ่งที่พบเห็นคือ ผลกระทบจาก
การพุ่งชนปะทะจากอุกกาบาต เป็นพื้นที่กว้างมากมาย มีหลุมบ่อใหญ่น้อยเรียงราย
อย่างไม่เป็น ระเบียบ และการพัดกระหน่ำอนุภาคของพายุสุริยะ (Solar wind)
เป็นองค์ประกอบ

บรรยากาศบนดวงจันทร์มีลักษณะเลื่อนลอย เผยให้เห็นพื้นผิวหน้าของดวงจันทร์
อย่างชัดเจนปราศจากเมฆหมอกเช่นโลก ท่ามกลางสภาวะสูญญากาศที่แข็งแกร่ง
บางครั้งเศษเม็ด ละอองฝุ่น (Interstellar dust grains) สะเก็ดดาวตก (Meteor)
และดาวหาง (Comets) พุ่งเข้าชนดวงจันทร์ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อวินาที

การพุ่งชนปะทะพื้นผิวดวงจันทร์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนลักษณะ
ของหินเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและแนวระดับของธรณีวิทยา ซึ่งเป็นพัฒนาการของดิน
(Soil) ที่เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ รวมไปถึงเศษเล็กเศษน้อยของอนุภาคใสๆคล้าย
ผลึกทรายแก้ว (Glassy debris) ซึ่งมีผิวลื่นๆ

ทั้งหมดเรียกว่า Lunar regolith (ผิวเปลือกธรณีสันฐานของดวงจันทร์) บางส่วน
เป็นเนินเตี้ย ส่วนมากเกิดจากการไหลท่วมครั้งอดีตของภูเขาไฟ และการพุ่งชน
ปะทะอย่างแรงลึกหลายเมตร ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์ผลโครงสร้างจากการเห็นภาพ
แบบ X-ray ในประเภทรอยต่อเชื่อมหรือรอยประสานของชิ้นหินก้อนใหญ่ เป็น
การก่อตัวขึ้นด้วย การแบ่งแยกของเม็ดผิวเปลือกจากการชนปะทะ จนขยายกว้าง
ออกแล้วค่อยๆถูกเกาะพอก จากสินแร่บางชนิดที่มีสีและพื้นผิวที่ต่างกันออกไป

ประเภทของหินดาวตกขนาดจิ๋ว (Micro-meteorite) บนดวงจันทร์ ยังต้องการ
ความเข้าใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น เหตุผลเพราะมีความถี่สูงมาก ต่อการตกลงสู่
ผิวดวงจันทร์

การเกิดขึ้นจำนวนมาก พุ่งขึ้นหาดวงจันทร์ด้วยความเร็ว ทำให้เกิด ความร้อนสูง
ของก๊าซและการหลอมละลายตรงจุดที่พุ่งชนปะทะระเบิดออก จึงเห็นหินบริเวณ
นั้นเป็นสีแดงหรือน้ำตาลแดงบางๆ เป็นส่วนประกอบอนุภาคของธาตุเหล็กเกิดขึ้น
 
 
ดาวอังคารยุคแรกกำเนิด
 
 
ย้อนยุคดาวอังคาร จนวันนี้มีคำตอบมากขึ้น

ถอยย้อนเวลาไป 4 พันล้านปี ดาวอังคารเต็มไปด้วยภูเขาไฟ และหินร้อน ลาวา
ที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ หลังจากนั้นพัฒนาการทางธรณีวิทยา มีภูเขาสูง มีหุบผา มีระดับ
แผ่นดินสูงต่ำ เกิดลำธาร แม่น้ำ มีฤดูกาล โดยได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
เช่น เดียวกับโลก

การสำรวจดาวอังคารอดีตเป็นเรื่องยาก รู้สึกห่างไกล วัตถุประสงค์ในเวลานั้น
มุ่งเน้นไปเสมือน การสำรวจโลกอื่น แต่วันนี้การสำรวจได้มุ่งเป้าให้ กว้างขวาง
ด้วยการรอนแรมเครื่องมือ การสำรวจบนพื้นผิวดาวอังคาร เสาะแสวงหาตัวอย่าง
หิน แร่ ที่มีรูปแบบบางสิ่งบางอย่าง อันอาจแสดงถึงระบบชีวิตที่มนุษย์ไม่รู้จัก
(Alien condition) ซึ่งมีร่องรอยแฝงตัวอยู่ในหินแร่ ใช้เทคนิคขั้นสูงในการสืบค้น

ข้อมูลดังกล่าว อาจทำให้มองเห็นย้อนกลับไปให้ทราบถึง อารยธรรมที่ผ่านมา
ของดาวอังคารเพราะโครงสร้างดั้งเดิมนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนั้นได้ทำ
การทดลองบนโลก ด้วยการจำลองสภาพดาวอังคารที่เรียกว่า Mars on Earth
เพื่อหาประสบการณ์และคำตอบภายใน 20 ปี ในองค์ประกอบด้านต่างๆว่า ดาว
อังคารและโลกมีความเหมือน หรือแตกต่างกันในธรณีวิทยาหรือไม่
 
 
ความสมบูรณ์ในอดีตของดาวอังคาร มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์
 
 
การใช้เครื่องมือสำรวจบนดาวอังคาร (Mars Exploration Rover) ในวันนี้
 
20
ความแตกต่างระหว่างดวงจันทร์และดาวอังคาร

ด้วยเหตุที่ดวงจันทร์แห้งแล้ง แต่บนดาวอังคารมีการก่อตัวของแผ่นดินและของ
เหลว รังค์สรรให้เกิดแร่ธาตุใหม่ตามมา ในห้องปฎิบัติการพบว่าตัวอย่างหินจาก
ดวงจันทร์ ไม่มีประเภทของน้ำ แต่หินบนดาวอังคาร วิเคราะห์จากหุ่นยนต์สำรวจ ตรวจพบน้ำในโคลนเหลว และยังพบกรดเกลือจากน้ำด้วย

ความชัดเจนที่น่าสนใจ ดวงจันทร์นั้นพบ หินที่มีองค์ประกอบของ Nonoxidized
Iron metal สำหรับดาวอังคารมีความมากมายของ Oxidized Iron และกระบวน
อื่นๆที่เกิดจากน้ำ

ภาพรวม ด้านธรณีวิทยาทั่วไป บนดาวอังคารอยู่ในเงื่อนไข ถูกพุ่งชนปะทะแล้ว
แผ่นดินโคลนด้านล่างแตกระเบิดออก เป็นเศษซากปรักหักออกกระเด็นสู่ด้านบน
สู่ชั้นเมฆและลมฝุ่นพัดพาผสมผสานกัน ส่วนบริเวณด้านขั้วดาวอังคาร เต็มไปด้วย
น้ำ, Carbondioxide ices (น้ำแข็งแห้ง) และน้ำค้าง ลักษณะดังกล่าวดวงจันทร์
ไม่มี

ดังนั้นความแตกต่างระหว่าง ดวงจันทร์และดาวอังคารนับว่า เป็นเรื่องท้าทายน่า
ศึกษา การสำรวจดาวอังคาร มีสิ่งที่จำเป็นต่ออนาคตของโลก เช่น ในกรณีผล
กระทบจากลม แรงโน้มถ่วงหรือการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ด้วยน้ำในอดีต

แม้ว่ามีลมพัดฝุ่นละออง (Windblown dust) อาจเรียกว่า เศษธุลีในสายลมได้
ซึ่งมีความเบาบางแต่พัดเอาฝุ่น ละอองปกคลุม ดูหนาทึบจนน่าตกใจ แล้วพัดไป
เคลือบคลุมอยู่บนหินทุกก้อน ความถี่ของลมซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่งผลทำให้พื้นผิว
บนดาวอังคารสะอาดไปด้วย

ปรากฎกาณ์ดังกล่าวไม่มีนัยที่จะทำให้หิน แร่ ดาวอังคาร แปรเปลี่ยนไปมากนัก
หนึ่งในสิ่งที่ดาวอังคาร คล้ายคลึงกับดวงจันทร์ อาจเป็นความเพี้ยนต่อการมอง
(Visual distortion) ซึ่งในสภาพสูญญากาศ (Vacuum) หรือสภาพบรรยากาศ
เบาบาง สมองของมนุษย์ จะไม่เข้าใจต่อการประเมินระยะทาง เช่น

มนุษย์มักมีปัญหาในที่โล่ง เช่น ทะเลทราย จากการกะระยะทางไม่ถูกต้องนัก
บนดวงจันทร์ แม้มีแสงเงาตกกระทบพื้นเปรียบเทียบ การมองเห็นในการกะระยะ
ของมนุษย์ยังผิดเพี้ยนไปมากกว่า 50% พื้นผิวบนดวงจันทร์ และดาวอังคารมัก
เกิดภาพลวงตา ต้นเหตุจากความหนาแน่นของ Backscatter(การกระเจิงกลับ
ของแสง)

เป็นลักษณะเมื่อใดก็ตามที่เรามองเล็งตรง ไปยังดวงอาทิตย์ เรียกว่า Opposition
effect (ปรากฎการณ์ในทางตรงข้าม) จะเห็นแสงเจิดจ้าแสบตา และจุดพร่ามัว
Backscatter เป็นการย้อนของแสงให้เกิดเงา

ดังนั้นการถ่ายภาพบนดวงจันทร์ และดาวอังคารต้องปรับแต่งกล้องให้สัมพันธ์กับ
แนวเส้นทางของดวงอาทิตย์ เพื่อหลีกเลี่ยงภาพลวงตา
 
 
Windblown dust มีส่วนประกอบของอนุภาคไฟฟ้า
 
 
เรื่องน้ำบนดวงจันทร์

ความจริง ตัวอย่างหินจาก Apollo เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมาหินตัวอย่างที่นำกลับมาจาก
ดวงจันทร์ เมื่อวิเคราะห์มีนัยแสดงความเป็นน้ำฝังตัวอยู่ในแร่ ของก้อนหินซึ่งเป็น
เพียงร่องรอยของน้ำ ผลสรุปได้สันษิฐานว่า เป็นรอยปนเปื้อนจากโลก เหตุเพราะ
สิ่งที่บรรจุหินมีรอยรั่ว

โดยทั่วไปสภาพพื้นผิวดวงจันทร์ แห้งแล้งเหมือนกับทะเลทรายบนโลก การกล่าว
ถึงน้ำบนดวงจันทร์ จึงต้องมีความหมายถึง มีปริมาณน้ำที่เล็กน้อย มิใช่เช่นแม่น้ำ
หรือมหาสมุทร คิดโดยปริมาณแล้ว ชั้นผิวพื้นดินของดวงจันทร์ ขนาด 1 ตัน มีน้ำ
อยู่เพียง 32 ออนซ์ ซึ่งน้อยมาก

ศักยภาพที่ทำให้ดวงจันทร์ เกิดน้ำขึ้นได้มี 2 ประการคือ

ประการที่หนึ่ง มาจากแหล่งน้ำอื่น เช่น ดาวหางโคจรผ่านดวงจันทร์ ทำให้กระเด็น
ตกสู่พื้นผิว เป็นลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้น บนดาวพุธและบังเอิญว่า บริเวณดังกล่าว
แสงจากดวงอาทิตย์เข้าถึงยาก น้ำจึงระเหยตัวช้า

ประการที่สอง เกิดขึ้นด้วยตนเอง มีความเป็นไปได้ว่า มีปฎิกริยาระหว่างพายุสุริยะ
กับดินและหินบนดวงจันทร์

การสำรวจพบดังกล่าว นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะส่งทีมสำรวจเข้าไปค้นหาความ
จริงต่อไปในอนาคต เพื่อแสดงคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน
 
 
จากการตรวจสอบ Glassy debris พบว่าเป็นประเภท Volcanic glass มีการยึดเกาะของน้ำ
 
 
ผลการวิเคราะห์แหล่งน้ำใต้ผิวดวงจันทร์ (สีน้ำเงินเข้ม) บริเวณขั้วใต้ ซึ่งแสงอาทิตย์เข้าถึงน้อย
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017