From the Moon to Mars [หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Sep 26, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   เหตุผล ทำไมต้องกลับไป...ดวงจันทร์ ก่อนไป...ดาวอังคาร [หน้า 2/2]
 
 
ค้นหาอะไรบนดาวอังคาร

ปรากฎการณ์บนดาวอังคารสามารถสร้าง ผลกระทบระหว่างดวงจันทร์และโลกได้
ทั้งนี้ด้วยขนาดปานกลาง ของดาวอังคารเอง ความต้องการสืบค้นด้านธรณีวิทยา
และพัฒนาการของ ดาวอังคาร เพื่อยืนยันองค์ประกอบต่างๆที่เกิดขึ้น

ดาวอังคารนั้นไม่เหมือนดวงจันทร์ ด้วยมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางเหนือชั้นผิวดิน
มีความกดดันราว 1% (เทียบกับระดับน้ำทะเลของโลก) ดังนั้นจึงมีผลต่อสภาพ
ทางธรณีวิทยาในลักษณะคล้ายพิมพ์เขียวเหตุการณ์ สามารถสำรวจย้อนอดีตได้
เพื่อค้นหาและวิเคราะห์ประเภทของหินใต้ดินที่ลึกลงไปจากตัวอย่างจริง

การทับถมของฝุ่นในหิน จากลม จากการเลื่อนไหลของแผ่นดิน หรือจากการชน
ปะทะของอุกกาบาต และผลกระทบด้านเคมี เป็นสิ่งที่ต้องค้นหา โดยทั้งหมดนั้น
ยังคงฝัง สงบนิ่งอยู่อย่างเป็นโครงข่าย ตั้งแต่การก่อตัวขึ้นของดาวอังคาร

จากการที่มีชั้นบรรยากาศอยู่บ้าง จึงสามารถกลั่นกรองอุกกาบาต เศษดาวหาง
ขนาดเล็กได้ ขณะพุ่งดิ่งเข้าสู่ดาวอังคาร ด้วยการเสียดสีกับบรรยากาศ ดังนั้น
สภาพพื้นผิวมักมี หลุมชนปะทะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 30 เมตร เป็นลักษณะ
ที่จะไม่มีการปกคลุมของ หลุมเล็กหลุมน้อยบนพื้นผิวหน้าทั่วไปเช่นดวงจันทร์
 
 
โคลนน้ำแข็งใต้ผิวดิน บนดาวอังคาร
 
 
ภาพถ่ายพื้นผิวดาวอังคาร ครั้งแรก โดยยานสำรวจ Vikings เมื่อ 25 ปีที่แล้ว
 
 
ขบวนการที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค

สภาพภูมิประเทศบนดวงจันทร์นั้นไม่ซับซ้อน อย่างน้อยมนุษย์มีประสบการณ์ใน
การสำรวจและมีความมั่นใจสูง เพราะหากมีอุปสรรคใดๆเกิดขึ้น สามารถส่งทีม
สนับสนุน สู่ดวงจันทร์ได้ภายใน 3-4 วัน

สำหรับดาวอังคาร ต้องใช้เวลาเดินทางด้วย Chemical rockets ราว 8-9 เดือน
ดังนั้นทุกอย่างที่มนุษย์จากเดินทางสู่ดาวอังคาร จะต้องไม่เกิดปัญหาใดๆ

ส่วนข้อสงสัยเรื่องจิตวิทยา คาดว่าไม่สร้างปัญหาหรือผลร้ายต่อมนุษย์อวกาศ
จากการแผนการฝึกฝนไม่ให้มีการสื่อสารใดๆ พร้อมสร้างให้เกิดแรงจูงใจ ให้มี
ความทรนง ดังเช่นการฝึกที่ผ่านมาในโครงการ Apollo สู่ดวงจันทร์

ให้ทุกคนตระหนักถึงแก่นแท้ของความยุ่งยาก สับสน งานหนัก ในการควบคุม
ซ่อมบำรุงเอาใจใส่ต่อร่างกายด้วยการออกกำลัง ต้องปรับปรุงแผนการสำรวจ
ตลอดเวลา ต้องซื่อสัตย์ เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีการพักผ่อนหย่อนใจ
ซึ่งทั้งหมดเป็น แผนที่กำหนดขึ้นด้วย ความเห็น ความคิดและความรู้สึกจาก
จิตใจประกอบกัน

นอกจากยานสำรวจที่กำลังพัฒนา ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว
Space suit (ชุดอวกาศ) เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ป้องกันสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อม
ของอวกาศให้ได้อย่างครอบคลุม โดยมี Pressurized (ความกดอากาศภายใน)
3.7 ปอนด์/ตร.นิ้ว (ความกดดันราว 1 ใน 4 ของ ระดับน้ำทะเลบนโลก)

สามารถวิ่งไถลได้ในอวกาศ ราว 6 ไมล์/ชั่วโมง และใช้ทำงานอยู่กับที่นานเท่า
ที่ต้องการได้ โดยใช้ร่วมกับเครื่องมือ ทำงานแบบเป็นทีมสำหรับเก็บตัวอย่างวัตถุ
เช่น หินแร่ น้ำหนัก 250 ปอนด์ อุปกรณ์ถ่ายภาพ สำหรับการสำรวจ 18 ชั่วโมง

โดยส่วนเอวและแขนเคลื่อนไหวได้ง่าย แต่ทั้งหมดยังไม่สมบูรณ์ เพราะมีนัยทำ
ให้เกิดความล้า และจุดอ่อนการบาดเจ็บที่แขนได้ อาจต้องรอการรวบรวมข้อมูล
หลังจากการกลับมาจากดวงจันทร์ เพื่อปรับปรุงใหม่สู่การ ใช้งานบนดาวอังคาร
 
 
Space suit ต้นแบบซึ่งออกแบบโดยนักศึกษา North Dakota universities
 
 
Space suit ต้นแบบซึ่งออกแบบโดยนักศึกษา North Dakota universities
 
 
มนุษย์อวกาศ สู่ดวงจันทร์ เพื่อดาวอังคาร

Apollo มีการวางแผนและพัฒนาน้อย ต่อการตอบสนองเรื่อง ธรณีวิทยา ในการ
สำรวจดวงจันทร์ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญ การฝึกฝนนำร่องทางการทหาร
มนุษย์อวกาศทั้งหมด ในโครงการนี้จึง มีความสามารถและประสบการณ์ เรื่อง
ควบคุมและบำรุงรักษาด้านเครื่องยนต์กลไก

ทำให้ขาดจุดสำคัญ เรื่องนักสำรวจด้านธรณีวิทยา การกลับไปดวงจันทร์ครั้งใหม่
อนาคตต้องเตรียมคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งไปสู่ดวงจันทร์เพื่อสร้าง
ประสบการณ์ จะเป็นการเริ่มต้นสู่การเยือนดาวอังคารต่อไป

อย่างไรก็ตาม การสำรวจดาวอังคาร มีข้อแตกต่างจากการสำรวจดวงจันทร์ด้วย
เหตุผลดังนี้

1.ระยะเวลาในการเดินต่างกันมาก ดวงจันทร์ใช้เวลา 3-4 วัน แต่ดาวอังคารใช้
เวลากว่าจะไปถึง ราว 8-9เดือน มนุษย์อวกาศต้องมี กิจวัตรอย่างสืบเนื่องและ
ยาวนานก่อนสู่พื้นผิวดาวอังคาร ดังนั้นต้องมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม เรื่องกิจกรรม
บนยานสำรวจในช่วงตลอดการเดินทาง ทั้งไปและกลับ

2.สถานีภาคพื้นดินบนโลก ไม่สามารถโต้ตอบกันได้อย่างฉับพลัน จะใช้เวลาสื่อ
สารโต้ตอบ 22 นาทีในแต่ละเที่ยว (One way) รวมทั้งการส่งข้อมูล การประมวล
ผลตรวจสอบ การวิเคราะห์ผล ระบบการซ่อมบำรุง ฯลฯ ดังนั้นมนุษย์อวกาศต้อง
ช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด

3.จากประวัติศาสตร์การสำรวจดวงจันทร์ ของ Apollo เป็นแบบอย่างสู่การสำรวจ
ดาวอังคาร โดยมนุษย์ใช้ปรัชญาว่า แสงดวงอาทิตย์ย่อมเริ่มต้นสาดส่องมาจาก
ทางทิศตะวันออกเสมอ แต่ถ้าบางอย่างที่คิดไว้เกิดผิด มนุษย์อวกาศจะสามารถ
แก้ไขให้บรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ เช่น ยานสำรวจ จัดว่าสุดยอดเทคโนโลยีแล้ว
ไม่สามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้ ด้วยข้อผิดพลาดของ Software
ปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลาแก้ไขนาน เพราะต้องสื่อสาร ขอข้อแนะนำจากโลก
ทั้งนี้การลงจอด เป็นสิ่งที่ต้องปลอดภัยที่สุดสำหรับมนุษย์อวกาศสู่ดาวอังคาร

4.ระยะทางระหว่างโลกสู่ดาวอังคารนั้น แม้ว่าอยู่ในระบบสุริยะก็ตาม ห้วงอวกาศ
ไกลขนาดนั้น ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดเคยเดินทาง ดังนั้นในอวกาศอาจมีสิ่งต่างๆ
เป็นอุปสรรคซึ่งมนุษย์ไม่ทราบมาก่อน

ก้าวที่ยิ่งใหญ่และสำคัญต่อมวลมนุษย์

ผู้ที่เป็นเยาวชนในยุคนี้คงสามารถ เห็นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ
สู่ดวงจันทร์ในปี ค.ศ.2020 และอาจเป็นไปได้สู่ดาวอังคาร ในปี ค.ศ. 2030
อนาคตถึงแม้ว่าโครงการนี้ฟังดูว่าเป็นไปได้ แต่จะไม่ง่ายอย่างที่คิดพราะต้อง
แก้ไข ที่ละขั้นในอีกหลายเรื่อง ทั้งๆที่ได้วางแผนไว้อย่างดีเลิศ

ด้วยเหตุผลจากอดีตโลกนั้นยังไม่มีคงมั่นคง ยังคงเสี่ยงต่อการชนทำลายล้างจาก
อุกกาบาต ดังนั้นการท่องไปในอวกาศของมนุษย์ หรือการสำรวจต่างดาว เป็น
อีกหนทางถึงสู่แหล่งอยู่อาศัยใหม่ อันจะรักษาตระกูลแห่งมนุษย์ไว้ใน จักรวาล
สืบต่อไปได้ จึงไม่ใช่เป็นไกลตัว แต่เกิดขึ้นเพื่อมนุษย์ในรุ่นต่อๆไปและต่อๆไป
 
 
โครงการสร้างแหล่งดำรงชีพ บนดาวอังคาร ด้วยการปลูกพืชในเรือนกระจก
 
 
การทดลองปลูกพืช แบบ Low-pressure dome ของ Kennedy Space Center เพื่อโลกอนาคต
 
 
 
References :

The National Aeronautics and Space Administration (NASA)
International Space Station
The Apollo Lunar Exploration
California Institute of Technology
Harvard University
U.S.Geological Survey
Mars Exploration Rover Mission
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017