Moon water : เมื่อพบน้ำบนดวงจันทร์
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Oct 24, 2010
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Moon water : เมื่อพบน้ำบนดวงจันทร์
 
 
 
การสำรวจพบโมเลกุลของน้ำ (Water molecules) บนดวงจันทร์ เป็นเรื่องที่น่า
สนใจของทางวิทยาศาสตร์ เหตุผลอันสำคัญคือ การพบน้ำในที่ใดๆ บนโลกอื่น
(Other worlds) อาจมีความเป็นไปได้ และนำพาไปพบกับหลักฐานสิ่งมีชีวิต
ด้วยระบบสุริยะมีโลกเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดว่าน้ำคือ ต้นทางที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต
ซึ่งอดีตดาวอังคาร (Mars) ครั้งหนึ่งเคยมีน้ำปริมาตรมากกว่าบนโลก อย่างน้อย
เคยพบหลักฐานสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนดาวอังคารเช่นกัน

สำหรับดวงจันทร์ คงยังไม่ได้ตั้งประเด็นถึงเรื่องสิ่งมีชีวิต แต่ความสำคัญของการ
พบน้ำ จะทำให้ต้องศึกษากลไกต่างๆ ของสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์ มากขึ้น
เพราะวันหนึ่งข้างหน้าอีกไม่นาน มนุษย์จะต้องเดินทางไปตั้งอาณานิคมใหม่บน
ดวงจันทร์อย่างแน่นอน
 
 
NASA's Lunar CRater Observation และ Sensing Satellite
 
 
Lunar Reconnaissance Orbiter
 
 
หตุผลเรื่องน้ำบนดวงจันทร์

หลักฐานเดิมพบว่าบนพื้นผิวดวงจันทร์ มีร่องรอยบางอย่างในเงามืด คล้ายเป็นรอย
เปื้อนในบริเวณที่เต็มไปด้วย ร่องรอยถูกอุกกาบาต (Meteorite) อัดปะทะเป็นแอ่ง
(Craters) และยังเต็มไปด้วยวัตถุดิบสินแร่หลากหลายชนิด ลักษณะดังกล่าวเป็น
ปัจจัยก่อให้เกิดปฎิกิริยาทางเคมี เอื้อให้ก่อต้วเป็นวงจรของน้ำ (Water cycle) ได้

ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ จึงลงความเห็นยืนยันว่า ในบางพื้นที่ของดวงจันทร์มีการก่อ
ตัวขึ้นด้วยจำนวนมากของผลึกน้ำแข็งบริสุทธิ์ เป็นน้ำบนดวงจันทร์ (Moon water)

ตามล่าหาความจริง

จากกรณีดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงต้องการค้นหาความชัดเจน เพื่อเปิดเผยข้อมูล
ที่ยังไม่เคยปรากฎมาก่อนโดยใช้ยานสำรวจ NASA's Lunar CRater Observation
และ Sensing Satellite (LCROSS) พร้อมด้วย Lunar Reconnaissance Orbiter
ซึ่งมีภาระกิจโคจรเฝ้าสำรวจดวงจันทร์ เพื่อทำการตรวจสอบแหล่งน้ำ บนดวงจันทร์
อย่างละเอียด
 
 
Cabeus crater บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์
 
 
ภาพแสดงให้เห็นเงามืดของ Cabeus crater
 
 
บริเวณเงามืดคือตำแหน่งที่พบน้ำ (ส่วนเงาดำมืขนาดด้านหน้ากว้าง 75 กม.ลึกไปด้านหลัง 50 กม.)
 
 
เปิดเผยผลการสำรวจใหม่

22 ตุลาคม ค.ศ. 2010 การรายงานผลสำรวจล่าสุดบริเวณพื้นที่ Cabeus crater
บนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่ไม่เคยถูกแสงแดดมานับพันล้านปี เครื่องมือตรวจจับ
พบเศษซากตะกอนและละอองไอน้ำ เกาะตัวกันเป็นหมอก ลอยสูงราว 10 ไมล์
รอบๆเหนือขอบ Cabeus crater

วิเคราะห์ได้ว่า เป็นการขับเคลื่อนของกลไกอากาศบนดวงจันทร์ สู่ชั้นสูญญากาศ
อวกาศ (Vacuum of space) โดยสามารถมองเห็นก้อนน้ำแข็งบริสุทธิ์ ล่องลอย
ขึ้นมาบางครั้งบางเวลา หรือมีปฎิกิริยาทางเคมี เกาะจับกับน้ำแข็งสะสมเป็นก้อนมี
ปริมาตรที่ใหญ่มากขึ้น

อย่างไรก็ตามปรากฎการณ์ดังกล่าว ของการเกิดน้ำขึ้นเช่นนั้นจะผ่านพ้นไปอย่าง
รวดเร็ว เพราะสภาพความเย็นที่สามารถรักษาน้ำแข็ง มีเฉพาะบริเวณแอ่งที่เกิดจาก
การปะทะ (Craters) เท่านั้นเพราะไม่ถูกแสงแดด แต่เมื่อลอยขึ้นพ้นเงามืดกลาย
เป็นไอด้วยความร้อนของแสงแดด

ข้อมูลทางกายภาพ พบสิ่งประกอบของ Methane, Ammonia, Hydrogen gas, Carbon dioxide และ Carbon monoxide มีมากกว่า 20% ในก้อนน้ำแข็ง

จากการสำรวจความสัมพันธ์ของการระเหยหายไปนั้น เป็นขบวนการเปลี่ยนแปลง
ที่เรียกว่า Cold grain chemistry โดยจะเกิดขึ้นในบริเวณนั้นๆโดยเฉพาะ ในหลัก
เกณฑ์ทางทฤษฎี จะต้องมีความพร้อมด้วยสภาพที่เย็นจัดนับร้อยนับพันปี เพื่อ
เอื้อให้ก่อตัวเช่นนั้นได้

เป็นกรณีเดียวกับวัตถุอื่นในระบบสุริยะ ที่ไม่มีอากาศบริสุทธิ์ (Airless bodies)
เช่น ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) ดวงจันทร์ยูโรปา (Europa moon) ของดาว
พฤหัส (Jupiter) ดวงจันทร์ เอ็นเซลาดัส (Enceladus moon) ของดาวเสาร์ (Saturn) ดวงจันทร์ของดาวอังคาร (Mars) และขั้วเหนือ ของดาวพุธ (Mercury)
หรือแม้แต่บริเวณเม็ด-ละอองฝุ่น หรือสสาร ระหว่างดวงดาว (Interstellar dust grains) ที่ล่องลอยอยู่รอบๆดวงดาว ก็มีปรากฎการณ์เช่นนั้นได้
 
 
ต้นแบบ Mobility Chassis ที่จะนำไปใช้บนดวงจันทร์
 
 
Robotic vehicle ออกแบบล้อพิเศษเพื่อใช้บนพื้นผิวดวงจันทร์
 
20
ความก้าวหน้าอีกขั้นของการสำรวจ

ผลการสำรวจเป็นตัวอย่างที่ชี้ชัดว่า ดวงจันทร์มีองค์ประกอบด้านพัฒนาการของ
สิ่งแวดล้อมโดยขบวนการทางเคมี เป็นความรู้ใหม่ทำให้เกิดหนทางต่อการตรวจ
วิเคราะห์น้ำแข็งบนดาวเคราะห์อื่น โดยมีต้นแบบจากดวงจันทร์

ในแนวคิด หากยังมีความคงอยู่ ของน้ำแข็งบริสุทธิ์จำนวนมากบนดวงจันทร์จะทำ
ให้อนาคตของการสำรวจดวงจันทร์โดยมนุษย์ สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตได้
และการพบ Hydrogen gas, Ammonia และ Methane เป็นสิ่งที่จะนำมาผลิตเป็น
เชื้อเพลิงได้อีกกรณี

แต่การสำรวจขณะนี้ พบน้ำแข็งอย่างกระท่อนกระแท่น เฉพาะบริเวณส่วนที่เป็น
เงามืดบนดวงจันทร์ จำเป็นต้องดำเนินการในขั้นต่อไป เพื่อความเข้าใจมากขึ้นบน
พื้นที่อื่นๆของดวงจันทร์ ทั้งหมดเป็นเหตุผล ทำไมต้องกลับไป...ดวงจันทร์ ก่อน
ไป...ดาวอังคาร (From the Moon to Mars)
 
 
รถเพื่อการสำรวจ สามารถขุดเจาะพื้นผิว โดยมีระบบนำทางในที่มืดบนดวงจันทร์
 
 
 
References:

Science@NASA
The Jet Propulsion Laboratory

 
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017