เปิดเผยผลการสำรวจใหม่
22 ตุลาคม ค.ศ. 2010 การรายงานผลสำรวจล่าสุดบริเวณพื้นที่ Cabeus crater
บนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่ไม่เคยถูกแสงแดดมานับพันล้านปี เครื่องมือตรวจจับ
พบเศษซากตะกอนและละอองไอน้ำ เกาะตัวกันเป็นหมอก ลอยสูงราว 10 ไมล์
รอบๆเหนือขอบ Cabeus crater
วิเคราะห์ได้ว่า เป็นการขับเคลื่อนของกลไกอากาศบนดวงจันทร์ สู่ชั้นสูญญากาศ
อวกาศ (Vacuum of space) โดยสามารถมองเห็นก้อนน้ำแข็งบริสุทธิ์ ล่องลอย
ขึ้นมาบางครั้งบางเวลา หรือมีปฎิกิริยาทางเคมี เกาะจับกับน้ำแข็งสะสมเป็นก้อนมี
ปริมาตรที่ใหญ่มากขึ้น
อย่างไรก็ตามปรากฎการณ์ดังกล่าว ของการเกิดน้ำขึ้นเช่นนั้นจะผ่านพ้นไปอย่าง
รวดเร็ว เพราะสภาพความเย็นที่สามารถรักษาน้ำแข็ง มีเฉพาะบริเวณแอ่งที่เกิดจาก
การปะทะ
(Craters) เท่านั้นเพราะไม่ถูกแสงแดด แต่เมื่อลอยขึ้นพ้นเงามืดกลาย
เป็นไอด้วยความร้อนของแสงแดด
ข้อมูลทางกายภาพ พบสิ่งประกอบของ Methane, Ammonia, Hydrogen gas, Carbon dioxide และ Carbon monoxide มีมากกว่า 20% ในก้อนน้ำแข็ง
จากการสำรวจความสัมพันธ์ของการระเหยหายไปนั้น เป็นขบวนการเปลี่ยนแปลง
ที่เรียกว่า Cold grain chemistry โดยจะเกิดขึ้นในบริเวณนั้นๆโดยเฉพาะ ในหลัก
เกณฑ์ทางทฤษฎี จะต้องมีความพร้อมด้วยสภาพที่เย็นจัดนับร้อยนับพันปี เพื่อ
เอื้อให้ก่อตัวเช่นนั้นได้
เป็นกรณีเดียวกับวัตถุอื่นในระบบสุริยะ ที่ไม่มีอากาศบริสุทธิ์ (Airless bodies)
เช่น ดาวเคราะห์น้อย
(Asteroids) ดวงจันทร์ยูโรปา
(Europa moon) ของดาว
พฤหัส
(Jupiter) ดวงจันทร์ เอ็นเซลาดัส (Enceladus moon) ของดาวเสาร์
(Saturn) ดวงจันทร์ของดาวอังคาร
(Mars) และขั้วเหนือ ของดาวพุธ
(Mercury)
หรือแม้แต่บริเวณเม็ด-ละอองฝุ่น หรือสสาร ระหว่างดวงดาว
(Interstellar dust grains) ที่ล่องลอยอยู่รอบๆดวงดาว ก็มีปรากฎการณ์เช่นนั้นได้