New Meteor Showers : ขบวนการ...ตามล่าหา...ฝูงดาวตก
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Nov 14, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   New Meteor Showers : ขบวนการ...ตามล่าหา...ฝูงดาวตก
 
 
 
ในช่วงเวลาที่มืด ก่อนเข้าสู่วันใหม่ 9 กันยายน ค.ศ.2008 เกิดสำรวจพบกลุ่มความ
วุ่นวายของดาวตก บนท้องฟ้า เหนือบริเวณ Huntsville, Alabama เป็นลักษณะ
Fireballs (ลูกไฟ) มีความสุกสว่าง มากกกว่า ดาวพฤหัส หรือ ดาวศุกร์ (เปรียบ
เทียบเมื่อมองจากโลก) เกิดขึ้นราว 24 ดวง จากกล้อง Sentinel All Sky Camera

สามารถบันทึกภาพจากพื้นดิน โดย NASA's Meteoroid Environment Office (MEO) ที่ Marshall Space Flight Center และระบบยามเฝ้าท้องฟ้า (Sentinel system) อันประกอบด้วย กล้องถ่ายภาพควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ แบบ Fisheye
lens และ Digital video ตรวจจับได้อย่างชัดเจน จาก University of Western
Ontario ซึ่งเป็นคณะศึกษา ดาวตกเหนือพื้นที่บริเวณ ประเทศแคนาดา เช่นกัน
โดยปฎิบัติเป็น กิจวัตรทุกค่ำคืนไม่เคยหลับ
 
 
Huntsville, Alabama
 
 
Sentinel All Sky Camera
 
 
ในปีนี้ผ่านมา การเฝ้าคอยปรากฎการณ์ อาจมีบางโอกาส จากข้อมูลแจ้งล่วงหน้า
ว่ามีจำนวนน้อย พร่าหมอง การพาดผ่านกลุ่มสะเก็ดดาวตก (Meteors streaking) ในหมู่ดาว Perseus

แต่กลับการแสดงตัวจำนวนมากราวกับห่าฝน โดยยังไม่ทราบว่าเกิดจากดาวหางใด จึงได้เรียกว่า The September Perseids เป็นการเกิดไม่บ่อยนัก มีเหตุผลน้อยที่
เกิดกระจายตัวออกมาให้เห็นเช่นนี้

สิ่งที่ทราบขณะนี้กรณีการเกิด Perseids ในปี ค.ศ. 2008 นับเป็นเรื่องอัศจรรย์ซึ่ง
บางครั้งการกระจายของสะเก็ดดาว Stream of dusty (สายธารของละอองฝุ่นธุลี)
เกิดจาก ซากดาวหาง ที่ตุหรัดตุเหร่ หลงเหลือ ผ่านวงโคจรโลก

ปรากฎการณ์ สายธารถูกจำกัดวง หรือคล้ายมีเส้นใยของฝุ่นธุลี เป็นหมู่ๆ เป็นย่อมๆ
ทำให้มีความสามารถระเบิดตัวออกมา ของสะเก็ดดาว ลุกเป็นลูกไฟ หมุนไปตาม
แนวโลก อย่างไรก็ตาม เป็นการคาดคะเนตามที่สิ่งเกิดขึ้น
 
 
อุปกรณ์ Sentinel system ขนาดเล็ก
 
 
การวิเคราะห์ผล วิถีโคจรของ กลุ่มฝนดาวตก - กลุ่มสะเก็ดดาว (ลูกไฟ) ที่พาดผ่านโลก
 
 
Perseids
 
 
Orionid (14 ตุลาคม ค.ศ. 2007) เศษซากจากดาวหาง Halley
 
 
ฝนดาวตก หรือสะเก็ดดาวตก ดูด้วยตาเปล่าสะดวกกว่าการใช้กล้อง
 
20
คำถามที่ตามมา คือ ทำไมจึงเกิดขึ้น โดยทั่วไปมีจำนวนมาก ของสายธารฝุ่นที่เป็น
เศษซาก โคจรผ่านโลกเราไม่ทราบที่มาชัดเจน และมีมูลเหตุต้นตอการเกิดระเบิด
ออกมาเป็นปกติ

สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มักไม่มีใครสังเกตเพราะเกิดขึ้นเวลากลางคืน หรือดึกมากมี เวลาไม่แน่นอน (หรือเป็นเวลาหลับนอนของนักดาราศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน
นี้) และโดยทั่วไป สะเก็ดดาวตกมีเกือบทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยอาจมี
จำนวนน้อยแต่ละครั้ง มีระยะห่างมากของเวลา เป็นปัญหาต่อการเฝ้าคอย

แต่หลังจากที่ได้ใช้ระบบ Sentinel system กล้องสำรวจไม่เคยหลับใหลเฝ้าคอย
ลาดตระเวณท้องฟ้า จึงสำรวจพบเป็นหลักฐานขึ้นมาใหม่ Meteoroid streams
(สายธารอุกกาบาต ก้อนเล็กๆเป็นลักษณะสะเก็ดดาวหรือ แร่ของดาว)

การเกิดลักษณะดังกล่าว นับว่าเป็นสิ่งที่คุกคาม ยานสำรวจอวกาศ หรือดาวเทียม
ได้ แม้เราจะเห็นเป็นความงดงามทุกครั้งที่เกิดบนท้องฟ้า การติดตามรอยรอยของ
Fireballs ที่เกิดจาก Meteoroid ในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งเป็นบ่อเกิดจากดาวหาง
(Parent comet) แล้วละลายหายไปอย่างลึกลับ

ระบบ Sentinel system ไม่สามารถตรวจสอบวิถีโคจร (Trajectory) ได้เพียงพอ
ของ Meteoroid streams จำต้องแก้ไขโดยติดตั้ง กล้อง ระบบ Sentinel system
ตัวที่ 2 อีกสถานีการเฝ้าระวังห่างออกไปอีก 100 ไมล์ เพื่อจับภาพต่อเนื่องกันของ
วิถีโคจร โดยหากมีกล้อง 2 จุดจะทำให้เพียงพอต่อการคำนวณวิถีโคจรและผล
วิเคราะห์ในด้านต่างๆ นับว่าเป็นวิธีการเริ่มต้น การตามล่าหาฝูงดาวตกใหม่ในยุคนี้
 
 
จุดตกของ Meteoroid (สะเก็ดดาว หรือ อุกกาบาต ขนาดเล็ก) บนดวงจันทร์ ช่วงปี ค.ศ. 2005
 
 
ได้ประสบความสำเร็จ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2008 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก จาก 2
สถานีเฝ้าติดตามวิถีโคจร เมื่อ Meteoroid (สะเก็ดดาว) ขนาดประมาณ 1ซม.
พุ่งสู่ชั้นบรรยากาศโลก เหนือท้องฟ้าบริเวณทางตอนใต้ อเมริกา สามารถบันทึก
ปรากฎการณ์ลุกไหม้ขึ้นเป็น Fireballs เทียบเท่ากับพลังงานระเบิด TNT ราว 500
ปอนด์

ก่อนหน้านั้น มีการวิเคราะห์ผลสำรวจ Meteoroid ขนาด 12 ซม.(จุลอุกกาบาต)
ตกลงบนดวงจันทร์บริเวณ Mare Imbrium (ทะเลแห่งฝน) วันที่ 7 พฤศจิกายน
ค.ศ.2005 ด้วยความเร็ว 27 กม./วินาที มีเสียงระเบิดดังเมื่อตกสู่พื้นผิวดวงจันทร์
เทียบเท่า ระเบิด TNT 70 กิโลกรัม

นอกจากนั้น การปะทะสู่ผิวดวงจันทร์ ก่อให้เกิด Moondust (ฝุ่นตลบ บนดวงจันทร์)
บางครั้งอาจเป็นวงกว้าง โดย Moondust ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้า (Electrostatically) ที่เกาะติดกัน แม้ว่าจะเกิดขึ้นด้วยขนาดที่เล็ก ก็อาจแสดงผล
การเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้า ขนาดใหญ่ได้เช่นกัน

สามารถกระเด็นพุ่งทะลุ ชุดอวกาศที่มนุษย์อวกาศสวมใส่ได้ เคยเป็นปัญหาที่ผ่าน
มาและจะมีกลิ่นซึมผ่านชุดอวกาศได้ เมื่อมนุษย์อวกาศเดินผ่านบริเวณนั้น
 
 
Moondust (ฝุ่นตลบบนดวงจันทร์) อาจถึงขั้นเป็นพายุได้หรือไม่ ยังเป็นข้อสงสัย
 
 
Moondust ขนาดเล็กมีความคมขุรขระเป็นฟัน ฝังทิ่มลงในชุดอวกาศได้
 
 
ขณะนี้การพัฒนา Asgard software ยิ่งทำให้ระบบ Sentinel system มีศักยภาพ
คำนวณแบบ Automatically วงโคจรของ Meteoroid และแจ้งข่าวได้ แม้หลุดเข้่า
มาจากแถบ Asteroid belt (แถบดาวเคราห์น้อยที่โคจร อยู่ระหว่างดาวพฤหัสและ
ดาวอังคาร)

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ Meteoroids ประเภทขนาดระดับเซนติเมตร (Centimeter-
class meteoroids) เพราะมีจำนวนมาก ในปี ค.ศ.2005 ได้ตรวจพบและบันทึกไว้
มากกว่า 100 ครั้ง ได้ตกลงสู่ดวงจันทร์ ทั้งนี้ดวงจันทร์ต่างกับโลก เพราะไม่มีชั้น
บรรยากาศ ที่จะรองรับจึงพบง่ายบนพื้นผิวดวงจันทร์

แผนการในอนาคตหากมนุษย์มีโอกาสสำรวจดวงจันทร์ใหม่ คงได้พบร่องรอยอีก
เป็นจำนวนมาก เพื่อศึกษา องค์ประกอบมวลสสาร เปรียบเทียบกับ Meteoroids
ที่ตกเข้าสู่โลก ของชนิด ประเภท ปัจจัย ประสิทธิภาพความโชติช่วง (Luminous
efficiency) และจำนวน Kinetic energy (พลังงานจลน์) ที่เปลี่ยนแปลงเป็นแสง
เมื่อเกิดกระจายหลังจากชนปะทะ เพื่อเข้าใจการเกิดลุกเป็นลูกไฟ
 
 
Asteroid belt
 
 
 
References:

Science@NASA
Dr. Tony Phillips
 
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017