ดาราศาสตร์ SunflowerCosmos org.
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Jul 6, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
    Space Science : อวกาศวิทยา - 2
 
 
รูปแบบ Earth's magnetosphere
 
 
Geospace หรือ แผนภูมิธรณีวิทยาอวกาศ
 
 
-Magnetospheres (บริเวณบรรยากาศสนามแม่เหล็ก)
เพื่อความเข้าใจต่อ การตอบสนองขับเคลื่อนระหว่างชั้นด้านนอก และชั้นด้านใน
ด้วยวิธี ลาดตระเวณตรวจสอบ Electrodynamic (การเคลื่อนที่ของวัตถุไฟฟ้า)
โดยเฉพาะบริเวณ Geospace (ด้านนอกชั้นบรรยากาศโลกที่มีอิทธิพลของอนุภาค
จากดวงอาทิตย์) ว่ามีการตอบสนองแพร่กระจายพลังงาน ต่อสิ่งต่างๆเป็นเช่นใด

บริเวณพื้นที่อวกาศรอบๆโลก ที่ถูกควบคุมด้วยสนามเหล็กโลก เรียกว่า Earth's magnetosphere (ชั้นบรรยากาศสนามแม่เหล็กโลก) เป็นบริเวณขัดขวางป้องกัน
อนุภาคต่างๆจากดวงอาทิตย์ เข้าปะทะโลก พร้อมกับพายุสุริยะถูกพัดกระชาก
ตลอดเวลา จึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจากกระแสพายุสุริยะ

ดาวเคราะห์อื่นๆ ดวงอาทิตย์ก็มี Magnetosphere เช่นกัน แต่ Magnetosphere
ของโลกมีกลไกความแข็งแกร่ง ตอบสนองต่อพายุสุริยะได้ดี กว่าดาวเคราะห์หิน
ทั้งมวลในระบบสุริยะ

การตรวจสอบระบบชั้นบรรยากาศสนามแม่เหล็กโลกว่าจะเกิดอิทธิเช่นใด และ
ระบบ บรรยากาศสนามแม่เหล็กริมขอบสุริยะ เพื่อการพยากรณ์ผลกระทบการ
พัฒนาตอบสนองต่อ สภาพแวดล้อมในอวกาศ จากระบบโครงสร้างรวมทั้งสอง
ระบบที่คอยป้องกันโลก

Space Environment (สภาพแวดล้อมของอวกาศ)
เพื่อความเข้าใจถึงต้นเหตุ และหลังจากกิดจุดดับบนดวงอาทิตย์เพราะเมื่อเกิดขึ้น
จะส่งผลสู่สนามแม่เหล็กโลก ปรากฎการณ์ดังกล่าวกระทบต่อ ความเปลี่ยนแปลง
สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมในอวกาศของโลก จาก Plasma, อนุภาค และ
รังสี หากสามารถตรวจสอบถึงความจริงของปรากฎการณ์ ก็จะสามารถพยากรณ์
ที่สิ่งจะแพร่กระจายมาสู่โลกได้
 
 
Mini-magnetosphere (บรรยากาศสนามแม่เหล็กขนาดเล็ก) เกิดจาก Plasma หรือ
ละอองก๊าซร้อน จากสนามแม่เหล็ก แปรขบวนล้อมรอบยานสำรวจเป็นลักษณะคล้าย
ลูกโป่งก๊าซร้อน โดยเหตุจากพายุสุริยะที่พัดมาด้วยความเร็ว 350-800 กม./นาที
 
 
องค์ประกอบสภาพแวดล้อมอวกาศ ในระบบสุริยะ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ถึงขอบสุริยะ
 
 
3.Planets : ดาวเคราะห์

อดีตกว่า 60,000 ปีนับแต่มีหลักฐานกำเนิดมนุษย์ จนหลายพันปีที่ผ่านมาเราต้อง
เฝ้ามองและรอคอยเพื่อสำรวจและศึกษา การผ่านมาของวัตถุต่างๆกระทั่งมนุษย์
ไปเยือนดวงจันทร์ได้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ทำให้เราเข้าใจ อวกาศมากขึ้น จับต้องได้ สัมผัสได้ เช่น เราเข้าไปอยู่ในสภาพ
ไร้น้ำหนัก หรือ ตัวอย่างหินจากดวงจันทร์ ที่ให้เราเข้าใจตอบข้อสงสัยระบบสุริยะ
เพิ่มเติมกว่าเดิม

ในวันนี้การสำรวจโดยไม่ต้องรอคอยวัตถุ ที่โคจรผ่านโลก เราสามารถพุ่งเป้าไป
ยังแหล่งต่างๆ ด้วยยานสำรวจ ทำให้เรารู้ว่า บนดวงจันทร์ Enceladus (ดาวเสาร์)
มีแหล่งน้ำคล้ายในอุทยานแห่งชาติ Yellowstone (บ่อน้ำพุร้อนมีกรด) และบน
ดวงจันทร์อีกหลายดวงมีน้ำซ่อน อยู่ใต้เปลือกน้ำแข็งหนาหลายกิโลเมตร

การสำรวจดาวอังคารทำให้รู้ว่าครั้งหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว มีมหาสมุทรน้ำเค็มขนาด
ใหญ่ นอกจากนั้นเรายังได้ยินเสียง การระเบิดของคลื่นกรรโชกของพายุสุริยะ
ตลอดทางการสำรวจจักรวาลระยะไกล ที่ส่งมาโดย ยานสำรวจ Voyager ทุกวัน
เราจึงมีข้อมูลศึกษา เรื่องเสียงจากอวกาศ ประกอบการสำรวจ และได้แบ่งย่อย
การศึกษาแต่ละหัวข้อดังนี้
 
 
Voyager 1 และ 2 มีภาระกิจสำรวจบริเวณ ดาวเคราะห์ชั้นนอกของระบบสุริยะ
ดวงจันทร์ 48 ดวง และบริเวณสุดขอบระบบสุริยะ เพื่อค้นหาจุดสิ้นสุดของพายุสุริยะ
 
 
-Inner Solar System (ระบบสุริยะชั้นใน)
เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าในเรื่อง Planetary science missions (การสืบค้นด้าน วิทยาศาสตร์ของดาวเคราะห์) เป้าหมายคือ ดาวเคราะห์หินที่มีวงโคจร อยู่ในระบบ
สุริยะชั้นใน ด้านองค์ประกอบของระบบ (Solar systems’ composition) และ
ประวัติศาสตร์การพัฒนาการ ค้นหาหลักฐาน กำเนิดชีวิตบนโลก โดยการสำรวจ
ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดวงจันทร์ของโลก ดาวอังคาร

-Outer Solar System (ระบบสุริยะชั้นนอก)
เพื่อพัฒนาความก้าวหน้า ในเรื่อง Planetary science missions (การสืบค้นด้าน
วิทยาศาสตร์ของดาวเคราะห์) เป้าหมายคือ ดาวเคราะห์ที่มีวงโคจร อยู่ในระบบ
สุริยะชั้นนอกแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ ดวงจันทร์ Europa (ของดาวพฤหัส) และ
ดวงจันทร์ Enceladus (ของดาวเสาร์) ซึ่งมีของเหลวและ น้ำแข็งอยู่บนพื้นผิว

เพื่อค้นหาคำตอบเฉลยปริศนาเกี่ยวกับการพัฒนาของโลกและระบบสุริยะ นอก
จากนั้น ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ มีดวงจันทร์เป็นดาวบริวารจำนวนมาก ก็เป็นเป้าหมาย
ที่ต้องศึกษา รวมทั้ง ดาวเนปจูน ดาวยูเรนัส และดาวพูลโต ด้วยดาวเคราะห์ มีรูป
แบบโครงสร้างมากกว่าที่เราเคยรู้จัก
 
 
ระบบสุริยะ ชั้นนอกและชั้นใน
 
 
Midori Spacecraft (ยานสำรวจญี่ปุ่น) ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
สำรวจลมทะเล และระบบน้ำระหว่างกลางวัน-กลางคืนของโลก
 
 
-Small Bodies of the Solar System (วัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ)
เพื่อความเข้าใจต่อระบบการพัฒนาการ ของระบบสุริยะที่มีองค์ประกอบของวัตถุ
ขนาดเล็กเป็นจำนวนมหาศาล เช่น ดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย รวมทั้งวัตถุในเขต
Kuiper Belt และ Oort cloud บริเวณสุดขอบสุริยะ

นอกจากนั้น ดาวเคราะห์ บริวารขนาดเล็ก (Small planetary satellites) ก็มีเป็น
จำนวนมากที่เราไม่รู้จัก เชื่อว่าวัตถุเหล่านี้บางส่วนเกิดจากการผันแปรจากแหล่งอื่น
ของ Young solar nebula (ฝุ่นหมอกสุริยะยุคเริ่มแรก) รูปแบบเกิดขึ้นเหมือนโลก
แต่ได้เข้ามาสร้างและพัฒนาตนในระบบสุริยะ เพราะฉะนั้นการสืบค้นวัตถุต่างๆเป็น
ข้อมูลสำคัญ เมื่อประกอบส่วนย่อยเข้าด้วยกันจะเป็นคำตอบแท้จริงโดยการสำรวจ
เฉพาะแต่ละพื้นที่ และวัตถุเฉพาะดังนี้

Kuiper Belt บริเวณพื้นที่จากแนววงโคจรดาวเนปจูน ออกไปอีกไกลมาก มีความ
เป็นไปได้อาจจะพบ Interstellar materials (วัตถุดิบการกำเนิดดาว) ที่เป็นองค์
ประกอบของ Solar nebula (ฝุ่นหมอกสุริยะ) เป็นบริเวณกำเนิด ดาวหางคาบสั้น
(Short-period comets)

The Oort Cloud บริเวณพื้นที่มีรัศมีรูปทรงกลมเหมือนเปลือกหอย ห่อหุ้มล้อมรอบ
ระบบสุริยะ มีวัตถุน้ำแข็ง (Icy bodies) นับล้านวัตถุที่โคจรโดยรอบซึ่งเป็นบริเวณ
กำเนิด ดาวหางคาบยาว (Long-period comets)

ดาวหาง เป็นเศษซากดั้งเดิมเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยะ มีองค์ประกอบ
ของแร่ หิน น้ำแข็ง โคจรเป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์ ในมุมต่างๆ การเดินทางของดาว
หางนั้นมีลีลาผ่านไปยังแหล่งที่ แตกต่างกันด้วยความระยะทางไกลการฟุ้งกระจาย
ของหางยาวนับพันล้านไมล์ หลักฐานเหล่านั้นมีคำตอบให้เราได้

หากมีเครื่องมือที่เข้าไปเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย หรืออุกกาบาต
เป็นเศษหินเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยะ ซึ่งดาวเคราะห์น้อย อุกกาบาต
ทั้งหมดไม่กลมอย่างผลส้ม จึงมีความแตกต่างกัน ขององค์ประกอบอื่นๆหลายใน
หลายประการ มีแหล่งรวมตัวกันบริเวณพื้นที่แนววงโคจรระหว่าง ดาวอังคารและ
ดาวพฤหัส และยังมีอุกกาบาตบางกลุ่มขนาดเล็ก โคจรรอบดวงอาทิตย์

บางกลุ่มก้อนขนาดเล็กชนปะทะกันรวมตัวเป็นก้อนใหญ่ บางกลุ่มมีแนววงโคจร
ผ่านใกล้โลก เรียกว่า Potentially Hazardous Asteroids (PHA) เป็นสิ่งที่ต้องติด
ตามสำรวจค้นหา ป้องกันได้ทันท่วงที หากมีแนวโน้มที่จะ ชนปะทะโลก
 
 
New Horizons เป้าหมายสำรวจดาวพูลโต ดวงจันทร์ Charon และ Kuiper Belt
 
 
Apophis วัตถุประเภท Potentially hazardous asteroid ขนาด 300 เมตร
สำรวจพบโดยUniversity of Hawaii team เมื่อ ค.ศ.2004 โดยนักวิทยาศาสตร์มีแนวคิด
ออกแบบยานสำรวจ แบบ The Foresight encounter spacecraft
ส่งขึ้นไปตรวจสอบล่วงหน้าถึงโครงสร้างภายใน
 
 
Rosetta interplanetary spacecraft เป้าหมายติดตาม และลงสำรวจดาวหาง
 
 
วัตถุประเภท Potentially hazardous (ศักยภาพระดับเสี่ยงอันตราย)
มีจำนวน 800 วัตถุจึงวางแผนการสำรวจ โดยส่งหุ่นยนต์
ขนาดลูกฟุตบอลลงตรวจสอบพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย
 
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017