สำรวจข้อมูลย้อนหลังนับพันปี
แถบฝนเขตร้อน (Tropical rain band) มีตำแหน่งห่อหุ้มโลก เหนือขึ้นไปจาก
แนวเส้นศูนย์สูตร (Equator) โดยย้ายตำแหน่งไปตามกลไก การเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric temperature) เกิดเป็นรูปแบบความ
ผันแปรอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก
ย้อนไปนับพันปีที่แล้ว แน่นอนไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่การสำรวจ
พบหลักฐานในอดีตจาก ดินตะกอนในบึง อายุ 1,200 ปี บนเกาะในมหาสมุทร
แปซิฟิคแสดงข้อมูล บ่งชี้ว่า Band of Rain มีตำแหน่งที่อยู่ ระหว่าง 3 - 10 องศาละติจูดเหนือ ซึ่งใน ขณะนั้นเป็นยุค Little Ice age (ยุคน้ำแข็งช่วงสั้น)
แต่สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดปัญหา คือ ควันจากภูเขาไฟ การเผาป่าเพื่อการเกษตร
ต่อมามีความเจริญมากขึ้น เขม่าควันจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมหนักสารพัด
จนกระทั่งโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน ฯลฯ กระตุ้นเพิ่มเติม ทั้งหมดค่อยๆสะสมเพิ่มขึ้น
ในเวลานับร้อยๆป ีจากฝีมือมนุษย์เป็นส่วนใหญ่
แสดงตัวเป็น
อนุภาคเล็กๆ
(Soot aerosol particles) ขึ้นไปรวมตัวกับเมฆฝน
จากก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามลำดับตลอด 400 ปีที่ผ่านมาหลังสิ้นยุคของ
Little Ice age ใน ค.ศ.1800 เป็นต้นมาจนถึง ค.ศ.2000 จึงได้เห็นภาพหายนะ
ชัดขึ้นใน สถานการณ์โลกร้อน
(Climate change) ดังที่ทราบกันดี
ฤดูฝนหนัก (Heavy rain)
วันนี้เหตุผลในหลายประเทศ ต้องเผชิญกับอุทกภัย มีปัจจัยหลักคือ โลกเต็มไป
ด้วยไอน้ำบนท้องฟ้า มีจำนวนไม่น้อยกว่า 11 เท่า ของน้ำในมหาสมุทรบนโลก
จากภาวะโลกร้อน กลไกอากาศของโลกได้เปลี่ยนแปลงแปรผันไปอย่างช่วย
ไม่ได้
วันหนึ่งข้างหน้า การใช้ชีวิตประจำวัน บ้านอยู่อาศัยต้องเปลี่ยนแปลงไป มีบ้าน
อยู่ในน้ำ
(Mobile Water Home) โดย มนุษย์ต้องเผชิญชาตะกรรมนี้ต่อไปอีก
นับร้อยปี
แม้ว่าประเทศไทย และประเทศแถบเส้นศูนย์อื่นๆ มีฤดูฝนเป็นปกติ เพราะอยู่ใน
เขตร่องมรสุม แต่ความมากมายของฝนปรากฎขึ้น จนผู้คนเริ่มประหลาดใจต่อไป
คงต้องใช้คำว่า ฤดูฝนหนัก (Heavy rain) ดูเหมือนจะใกล้ความเป็นจริงมากกว่า
และต่อไปกลไกอากาศที่เปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะทำให้ฤดูกาลคลาดเคลื่อนยุ่งยาก
ในเรื่องการพยากรณ์ยิ่งขึ้น หรือตัวอย่างที่เกิดขึ้นหลายทวีปทั่วโลก พากันงุนงง
บริเวณที่หิมะไม่เคยตกก็ปรากฎขึ้น บริเวณที่ไม่เคยหนาวก็หนาวมากขึ้น เป็นต้น