Band of Rain : แถบเฆมฝนใหญ่ อุทกภัยใหม่ จากฟากฟ้า
    Since : January 23, 2007                                                                                                                              Latest update : Apr 11, 2011
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Band of Rain : แถบเฆมฝนใหญ่ อุทกภัยใหม่ จากฟากฟ้า
 
 
 
นักวิทยาศาสตร์ มีความสงสัยเป็นยิ่งนักว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
เคยเกิดขึ้น ในอดีตหรือไม่ จึงวางแผนการสำรวจเพื่อหาคำตอบว่า มีความเป็นไป
ได้เพียงใด ด้วยการย้อนเวลาสู่อดีต

การค้นหาหลักฐานบันทึกจากประวัติศาสตร์ เพื่อความเข้าใจ เริ่มต้นเกิดขึ้นจาก
ก็าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) ในชั้นบรรยากาศ ที่ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนทำให้อุณหภูมิ โลกสูงขึ้นและสูงขึ้น

สร้างผลกระทบการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดการรวมตัวของไอน้ำ จนฝนตกมากมาย
ในเขตร้อน (Tropical precipitation) ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ยังได้ใช้วิธีเดินทาง
สำรวจไปยัง เกาะแก่งมากมาย ในทะเลอันกว้างไกล ของคาบมหาสมุทรแปซิฟิค
ท่ามกลางอันตราย โดยหวังว่าจะสรุป รูปแบบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
ที่เกิดต่อเนื่องขึ้น เพื่อจัดทำแบบจำลอง ในอนาคตอันใกล้นี้
 
 
แผ่นดินเลื่อนไหล จากฝนตกหนักที่ Nachterstedt, Germany
 
 
แผ่นดินเลื่อนไหล จากฝนตกหนักที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Scotland
 
 
ความน่าสพึงกลัวของภัยธรรมชาติ จากคำทำนาย

ปรากฎการณ์แห่งภัยพิบัติ เริ่มสร้างความตื่นตระหนกมากขึ้น และมีความถี่ขึ้น
มีความรุนแรงมากตามลำดับ แต่การอธิบายถึงข้อสงสัย กับประชากรโลกผู้ถูก
ธรรมชาติทำลายยังอยู่ในกรอบเดิมคือ ปัญหาโลกร้อน ด้วยผลกระทบทั้งหลาย
เกิดจากฝีมือมนุษย์

แต่ละครั้งก็ยังพบกับความโหดร้าย ทำลายล้าง สูญสิ้นทั้งชีวิตและทรัพย์สินโดย
ไม่ยกเว้น ประเทศยากดีมีจน แล้ววันหนึ่งข้างหน้าโลกคงพังพินาศลงไปเหลือ
เพียงประเทศที่มีความแข็งแกร่งจริงๆเท่านั้น

หลายครั้งความตื่นตกใจจากธรรมชาติ ไม่สามารถหาคำตอบได้ดีและพึงพอใจ
ทำให้ผู้คนกว่าครึ่งโลกกลับไป ให้ความสนใจต่อ การทำนายในรูปแบบต่างๆอย่าง
วิตกกังวล แม้มิสามารถอ้างอิงเหตุผล ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างชัดแจ้ง แต่คำ
ทำนายกลับมักถูกต้องบ่อยครั้ง จนยิ่งน่าเชื่อกว่าคำพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์

ประเด็นที่เห็นชัดคือ ไม่ว่าใครจะทำนายอย่างไร เกี่ยวกับภัยพิบัติรูปแบบใดๆ
ก็ตามจะมีโอกาสถูกมากกว่าผิด เพราะมีความถี่ของการเกิดขึ้นมากนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ความหวาดวิตก เพียงดวงจันทร์เข้าใกล้โลก (Super Full Moon)
ซึ่งควรเป็นเรื่องชื่นชมความงาน ยังเป็นชนวนความน่าสพึ่งกลัว โยงไปใน เรื่อง
แผ่นดินไหว (The Science of Earthquakes) ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย เป็นต้น
 
 
แผ่นดินเลื่อนไหล จากฝนตกหนักที่ Douglasville, USA.
 
ความเข้าใจการเกิดของ เอลนีโญ (El Nino) และ ลานีญา (La Nina)
 
 
จุดเริ่มต้นแห่งภัยพิบัติ ด้านอุทกภัย

นักวิทยาศาสตร์ ทราบดีว่า เหตุสำคัญของ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก คือ
El Nino และ La Nina ซึ่งเป็นกลไกสำคัญ ในมหาสุมทรแปคซิฟิค แต่น้อยนักที่
จะเข้าใจรูปแบบต้นกำเนิด ของการรวมตัวของไอน้ำบนโลก จนรวมกันเป็น Band
of Rain (แถบกลุ่มเฆมฝน) พาดยาวขนาดใหญ่ ไปครึ่งโลก

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก มีบรรทัดฐานแรกเกิดจาก การสะท้อนของรังสีจาก
ดวงอาทิตย์ (Solar radiation) หรือนัยหนึ่งที่รู้จักกันว่า ก็าซเรือนกระจก เป็นสิ่ง
ที่สร้างให้เกิด Band of Rain พาดยาวขนาดใหญ่เ่เท่าๆกับทวีป แล้วตกลงมาเป็น
ฝนบนโลก ในเขตร้อน (Tropics) ทั้งด้านเหนือ ด้านใต้ของโลก ตามฤดูกาลโดย
มีการเคลื่อนตัวมายัง Intertropical Convergence Zone (ITCZ) เรียกว่าร่อง
ความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุม (Monsoon Trough)

ITCZ มีลักษณะเป็นแนวพาดขวางกับโลก ในทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก ในร่อง
ความกดอากาศต่ำ หรือร่องมรสุมนี้ เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ มีกระแส
อากาศไหลขึ้นลงสลับกัน

ร่องความกดอากาศต่ำ หรือร่องมรสุมจะอยู่ในเขตร้อนใกล้ๆ เส้นศูนย์สูตร ความ
กว้างของร่องความกดอากาศต่ำ หรือร่องมรสุม ประมาณ 6-8 องศาละติจูด และ
จะมีการเลื่อนขึ้นลง ตามแนวโคจรของดวงอาทิตย์ (Sun) โดยเป็นบริเวณที่มี
ีเมฆมาก ฝนตกอย่างหนาแน่น ดังนั้นเมื่อร่องนี้ประจำอยู่ที่ใด หรือผ่านที่ใดก็จะ
ทำให้ที่นั้นฝนตกอย่างหนาแน่น ทั้งหมดเป็นวัฐจักรของโลก
 
 
เอลนีโญ (El Nino) มีความสัมพันธ์เกิดกระแสน้ำอุ่น (Warming water) ในมหาสมุทรแปซิฟิค
-ฝนตกหนัก อุทกภัย ตลอดแนวชายฝั่งคาบมหาสมุทรแปซิฟิค
-กระแสน้ำอุ่น ส่งผลกระทบห่วงโซ่อาหาร ของปลา นก และสัตว์ทะเลที่เสี้ยงลูกด้วยนม
-เกิดพายุทอร์นาโด (Tornadoes) หรือพายุหมุน และพายุฝนฟ้าคะนอง ในเขตอเมริกาตอนใต้
-เกิดพายุพายุเฮอร์ริเคน (Hurricanes) ขนาดปานกลางใน คาบมหาสมุทรแอตแลนติก
-บางกรณี ส่งผลต่อภูเขาไฟใต้ทะเล (Underwater volcanoes) ในมหาสมุทรแปซิฟิค
 
 
ลานีญา (La Nina) มีความสัมพันธ์เกิดกระแสน้ำเย็น (Cooling water) ในมหาสมุทรแปซิฟิค
-หิมะและฝนตกในชายฝั่งตะวันออก
-มีความหนาวเย็นจัดในแถบอลาสก้า
-สภาพอากาศร้อนขึ้นในแถบอเมริกา
-เกิดความแห้งแล้งในแถบชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้
-เกิดพายุพายุเฮอร์ริเคน (Hurricanes) ขนาดใหญ่และปานกลางใน คาบมหาสมุทรแอตแลนติก
 
 
ความสำคัญของ Band of Rain

Band of Rain มีบทบาทในการเกิดมรสุม บนพื้นที่ทวีปเอเชีย อินเดีย อัฟริกาและ
อินเดีย โดยจะหมุนเวียนนำพาความร้อน จากแถบเส้นศูนย์สูตรแล้วย้อนกลับไปยัง
ขั้วโลกด้วยอัตราความถี่และความหนาแน่นเพิ่มขึ้น

จึงทำให้ El Nino และ La Nina มีช่วงเวลายาว และมีอำนาจมากขึ้น ส่งผลให้เกิด
พายุเฮอริเคน (Hurricane) ในเขตแปคซิฟิคและแอตแลนติค ทั้งหมดจึงมีอิทธิพล
เปลี่ยนแปลง ตำแหน่ง Band of Rain ด้วย

การเคลื่อนย้ายตำแหน่งของ Band of Rain คล้ายฉากละครของโลกยุคใหม่จะทำ
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการตกของฝนอย่างถาวร ในตำแหน่งที่พาดยาวบนท้องฟ้า
ส่งผลเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ในแถบเส้นศูนย์สูตรอย่างน่าตกใจ และจะครอบงำ
ต่อไปในทั่วโลกอย่างกว้างขวางด้วยหลายปัจจัย คงมีเหตุผลเพียงพอกล่าวได้ว่า
สาเหตุการเคลื่อนย้ายของ Band of Rain ส่งผลกระทบไปยังภูมิภาคต่างๆด้วย
 
 
Band of Rain คล้ายฉากละครของโลกยุคใหม่ ที่ขยับขึ้นจากกลไกความร้อนในชั้นบรรยากาศโลก
 
 
การยกตัวของ Band of Rain พาดยาวขนาดใหญ่ สูงขึ้นไปทางขั้วเหนือ เกิดขึ้นเมื่อ
ค.ศ 800 ในช่วง Medieval Warm Period (ยุคกลางอบอุ่น) ต่อมา Band of Rain ลดต่ำลง
ทางใต้ใน ค.ศ. 1400 ช่วง Little Ice Age (ยุคน้ำแข็งช่วงสั้น) และนับแต่ปี ค.ศ. 2000
Band of Rain ได้ยกตัวสูงขึ้นตามลำดับ
 
 
สำรวจข้อมูลย้อนหลังนับพันปี

แถบฝนเขตร้อน (Tropical rain band) มีตำแหน่งห่อหุ้มโลก เหนือขึ้นไปจาก
แนวเส้นศูนย์สูตร (Equator) โดยย้ายตำแหน่งไปตามกลไก การเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric temperature) เกิดเป็นรูปแบบความ
ผันแปรอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก

ย้อนไปนับพันปีที่แล้ว แน่นอนไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่การสำรวจ
พบหลักฐานในอดีตจาก ดินตะกอนในบึง อายุ 1,200 ปี บนเกาะในมหาสมุทร
แปซิฟิคแสดงข้อมูล บ่งชี้ว่า Band of Rain มีตำแหน่งที่อยู่ ระหว่าง 3 - 10 องศาละติจูดเหนือ ซึ่งใน ขณะนั้นเป็นยุค Little Ice age (ยุคน้ำแข็งช่วงสั้น)

แต่สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดปัญหา คือ ควันจากภูเขาไฟ การเผาป่าเพื่อการเกษตร
ต่อมามีความเจริญมากขึ้น เขม่าควันจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมหนักสารพัด
จนกระทั่งโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน ฯลฯ กระตุ้นเพิ่มเติม ทั้งหมดค่อยๆสะสมเพิ่มขึ้น
ในเวลานับร้อยๆป ีจากฝีมือมนุษย์เป็นส่วนใหญ่

แสดงตัวเป็น อนุภาคเล็กๆ (Soot aerosol particles) ขึ้นไปรวมตัวกับเมฆฝน
จากก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามลำดับตลอด 400 ปีที่ผ่านมาหลังสิ้นยุคของ
Little Ice age ใน ค.ศ.1800 เป็นต้นมาจนถึง ค.ศ.2000 จึงได้เห็นภาพหายนะ
ชัดขึ้นใน สถานการณ์โลกร้อน (Climate change) ดังที่ทราบกันดี

ฤดูฝนหนัก (Heavy rain)

วันนี้เหตุผลในหลายประเทศ ต้องเผชิญกับอุทกภัย มีปัจจัยหลักคือ โลกเต็มไป
ด้วยไอน้ำบนท้องฟ้า มีจำนวนไม่น้อยกว่า 11 เท่า ของน้ำในมหาสมุทรบนโลก
จากภาวะโลกร้อน กลไกอากาศของโลกได้เปลี่ยนแปลงแปรผันไปอย่างช่วย
ไม่ได้

วันหนึ่งข้างหน้า การใช้ชีวิตประจำวัน บ้านอยู่อาศัยต้องเปลี่ยนแปลงไป มีบ้าน
อยู่ในน้ำ (Mobile Water Home) โดย มนุษย์ต้องเผชิญชาตะกรรมนี้ต่อไปอีก
นับร้อยปี

แม้ว่าประเทศไทย และประเทศแถบเส้นศูนย์อื่นๆ มีฤดูฝนเป็นปกติ เพราะอยู่ใน
เขตร่องมรสุม แต่ความมากมายของฝนปรากฎขึ้น จนผู้คนเริ่มประหลาดใจต่อไป
คงต้องใช้คำว่า ฤดูฝนหนัก (Heavy rain) ดูเหมือนจะใกล้ความเป็นจริงมากกว่า
และต่อไปกลไกอากาศที่เปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะทำให้ฤดูกาลคลาดเคลื่อนยุ่งยาก
ในเรื่องการพยากรณ์ยิ่งขึ้น หรือตัวอย่างที่เกิดขึ้นหลายทวีปทั่วโลก พากันงุนงง
บริเวณที่หิมะไม่เคยตกก็ปรากฎขึ้น บริเวณที่ไม่เคยหนาวก็หนาวมากขึ้น เป็นต้น
 
 
ฝนในฤดูมรสุม เกิดขึ้นทั่วไปในเขตทะเลอันดามัน กระบี่
 
 
ชาตะกรรมมนุษย์จาก Band of Rain

มีความเป็นไปได้สูง โดยนับแต่บัดนี้ ถึง ค.ศ. 2100 ความร้อนของโลกเพิ่มขึ้น
ตามลำดับ กลไกดังกล่าวลงผลให้ Band of Rain เปลี่ยนตำแหน่งขยับตัวสูงขึ้น
ไปทางเหนือที่ เส้นละติจูด 5 องศา กรณีดังกล่าว จะทำให้ประเทศในแถบเส้น
ศูนย์สูตรที่เคยอุดมสมบูรณ์จากน้ำฝนเพื่อการเกษตร จะเกิดภาวะแห้งแล้งมาก
ขึ้น ส่วนเขตที่ Band of Rain พาดผ่านใหม่ จะมีฝนตกหนักแทนที่

หมายความว่าแหล่งเกษตรกรรม ที่เคยปลูกพืชเช่น มาเลเชีย อินโดนีเซีย ไทย
(ตอนใต้) หรือประเทศอื่นๆ แผ่นดินที่เคยชุ่มชื้นมากก่อน จะเกิดความแห้งแล้ง
มากขึ้น การเกิดเช่นนี้จะยกระดับกลไก กระทบแบบลูกโซ่ไปทั่วโลก

ดังนั้นพื้นที่การเกษตรสำหรับการเพาะปลูก เป็นอาหารของประชากรโลกจะเข้าขั้น
วิกฤต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพื้นที่เดิม เส้นละติจูดระหว่าง 3-10 องศาเหนือ
เขตร่องมรสุมเดิมจะแห้งแล้ง พื้นที่ใหม่ ด้านเหนือขึ้นไป อย่างน้อย 550 กิโลเมตร หรือ เส้นละติจูดระหว่าง 8-15 องศาเหนือ ของโลกจะมีฝนหนัก เกิดปัญหาการ
ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพใหม่ และกลไกระยะเวลาของฤดูกาล
ต่างๆจะเปลี่ยนแปลง จนกะเกณฑ์ไม่ถูก
 
 
Band of Rain Zone
 
 
พื้นที่ความน่ากังวลในประเทศไทย

ผลกระทบจาก Band of Rain สำหรับประเทศไทย คือพื้นที่ เส้นละติจูด ระหว่าง
8-15 องศาเหนือ จะครอบคลุมภาคใต้ ตั้งแต่ภูเก็ต ขึ้นไปถึงภาคเหนือตอนล่าง
นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ราบสูงโคราช ถึง อำนาจเจริญ และ
ภาคตะวันออกทั้งหมด รวมอ่าวไทย ภาคตะวันตกทั้งหมด

ดังนั้นกรุงเทพฯจะเป็นเมืองหลวงอีกแห่ง เกิดมหกรรมศูนย์รวมน้ำฝน ในอนาคต
ต้องแก้ไขอย่างไม่รู้จบ ที่ผ่านปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เพาะปลูกของประเทศไทย
เป็นบทเรียนให้เห็นทุกๆปี ขณะนี้ลุกลามสร้างความหายนะต่อชีวิตและทรัพย์สิน
มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อนในลักษณะที่ถี่ขึ้น

นักวิชาการจำนวนมากออกมาเฝ้าเตือน เช่น รายงานผลกระทบการเปลี่ยนแปลง
สภาพอากาศ ในประเทศไทย อย่างชัดเจน ตั้งแต่ปี 2550 (Effect of Climate change in Thailand)

-------------------------------------------------------------------------------
ตัวอย่างแสดงความกังวล ในความเห็นของ SunflowerCosmos
บันทึกไว้ในรายงานผลกระทบการเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศในประเทศไทย
เมื่อ 20 ธันวาคม 2550 (Effect of Climate change in Thailand) หน้าที่ 3

---------------------------------------------------------------------------------
การตั้งถิ่นฐานเมืองที่ราบสูง ก็ไม่ได้ปลอดภัยจากอุทกภัยได้ หากมีลักษณะทาง ธรณีวิทยาเป็นเมือง ที่มีเทือกเขาล้อมรอบใกล้ๆ หากปริมาณน้ำมากซึ่งเกิดจาก
ฝน ขนาดใหญ่ตกติดต่อหลายวัน อาจทำให้ดินอ่อนตัวทรุดตัวลงได้ นอกจาก
ปัญหา น้ำหลากเข้าท่วมเมือง

ทั้งนี้มักไม่ทราบว่า บนเทือกเขาเหล่านั้นมีแอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ เมื่อน้ำเต็ม
ทำให้มีแรงดันก้อนหินหลุดออกจากแอ่งที่เก็บน้ำ ทำให้น้ำทะลักแบบทันทีทันใด
สู่ที่ราบต่ำด้วยความแรง สามารถทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำได้ อย่างใหญ่หลวง

โดยเฉพาะการตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ลุ่ม ริมปากอ่าว ริมแม่น้ำขนาดใหญ่ รวมถึงตาม
แนวชายฝั่งทะเลและบนเกาะขนาดเล็กในประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาอย่าง รัดกุมถึงเรื่องธรณีวิทยาแต่ละพื้นที่ นอกจากนั้นสิ่งที่อาจเกิดขึ้น จากสภาพการ
เปลี่ยนแปลง

กรณีที่รุนแรงจากระบบ สนามแม่เหล็กโลกปรับสภาพตนเองเร็วกว่าปกติ เช่น
แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเกิด มาก่อนในภาคพื้นนั้น
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเตือนภัย หรือบอกได้ล่วงหน้านานๆ เพียงบอกได้ในระยะ
กระชั้นชิด เป็นปัญหาอันตรายสูง ต่อสังคมมนุษย์ อาจอพยพไม่ทันท่วงที่

--------------------------------------------------------------------------------

เพราะต่อไปจะไม่มีเพียงน้ำท่วมเท่านั้น จะเกิดเหตุลดทอนความผาสุกอื่นๆจาก
กลไกอากาศเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย และจะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อด้าน
เศรษฐกิจทุกรูปแบบเพราะพื้นที่จะถูกน้ำท่วม ทำให้ขาดโอกาสใช้สอย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นจำต้องใช้แบบสถานการณ์จำลอง ช่วยวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพชัด
เชื่อว่าอีกไม่นาน คงทราบคำตอบว่า Band of Rain นั้นมีความน่าตกใจเพียงใด
วันนี้นักวิชาการทราบดีว่า การกู้สถานการณ์โลกกลับคืนมานั้นแทบเป็นไปไม่ได้
คงต้องใช้เวลานับพันปี แต่สามารถชลอความโหดร้ายของธรรมชาติได้ ถ้าผู้คน
ส่วนใหญ่บนโลก มีจิตสำนึกที่รับผิดชอบ ต่อธรรมชาติมากขึ้น
 
 
 
References:

Science@NASA
NOAA / Space Weather Prediction Center
 
   
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017